Gallery

Silm Fic : The Gift of My King Part 17

 

 

Silm Fic : The Gift of My King Part 17

Pairing : Mahtan/Finwe , Little Feanor & Nerdanel

Rate : PG -13

Summary : ลอร์ดมาห์ธันตั้งใจประดิษฐ์ของขวัญชิ้นพิเศษถวายองค์ราชันย์โนลดอร์

ฟินเว องค์ราชาผู้งดงามของข้ารักที่เทิดทูนทั้งหัวใจ

 

แต่ข้าควรรักเจ้าหรือไร มาห์ธัน….

เพราะ ข้าไม่อาจลืมมีริเอลได้เลย

ไม่ว่าจะได้รับถ้อยคำพระราชทานจากองค์มหาเทพมานเวเช่นไร

ข้าก็ไม่กลัว….ฟินเวกล่าวแก่ตนเอง

เมื่อเขาได้สถิตยังพระวิมานแห่งมหาเทพมานเว ซึ่งเป็นมหาวิหารสูงใหญ่เป็นอย่างยิ่ง และเป็นสีขาวสุกสกาวมีแต่แสงสว่าง หากไม่สร้างความร้อนจากแสงสว่างนั้นเลย

มีแต่ความเย็นละมุนละไม และความสงบสุขภายในที่ประทับแห่งองค์มหาเทพ

องค์ราชาอิงเวแห่งวันยาร์ ผู้เปรียบดังพระเชษฐา และฟานีเอล อัมเมทารี ผู้เป็นพระชนนี และโอรสน้อยเฟอานอร์ ฟินวิออน ก็นอนหลับในอ้อมกอดของนาง

ฟินเวคนนี้ มีอะไรต้องกลัวอีกล่ะถ้าเพียง มีริเอล อยู่เคียงข้าง

พญาอินทรีใหญ่ นามว่า โธรอนดอร์ ส่งราชนิกูลทั้งสี่พระองค์ให้เสด็จมาถึงยังพระวิมานได้อย่างปลอดภัยเช่นนี้ก็ดีมากแล้วไม่มีชาวเอลดาร์ผู้ใดจะปีนถึงยอดสูงสุดแห่งทานิเควนทิลได้ นอกจากพญาอินทรีแห่งมานเวจะอัญเชิญเขาให้ขึ้นมาเข้าเฝ้าได้

องครักษ์เทพไมอาร์ภายใต้พระราชบัญชาขององค์ราชานภากาศ เปิดทวารสูงใหญ่ให้พวกเขาทั้งสาม รวมทารกน้อยอีกหนึ่งเข้าไปได้ แล้วผู้นำทางของพวกเขานั้น เป็นเทพไมอาร์ ผู้มีร่างสูงโปร่ง เกศาสีขาวผ่อง ดวงพักตร์งามอ่อนโยนนักดวงเนตรสีฟ้าส่องประกายดังท้องนภาในยามเช้าและเหล่าอาคันตุกะจึงคำนับต่อเทพไมอาร์ผู้นี้

เราดีใจที่ได้พบพวกท่าน บุตรแห่งอิลูวาตาร์”

หามิได้ องค์โอโลริน” ราชาอิงเวรับสั่งตอบ

เทพโอโลรินมองสหายหนุ่มอีกผู้หนึ่ง ซึ่งก็คือฟินเว ร่างโปร่งยังคงนิ่งเงียบ

ราชาแห่งโนลดอร์ ยินดีที่ได้พบ และราชชนนีแห่งโนลดอร์ทรงอุ้มใครมา”

นางตอบว่า “ เขาคือเฟอานอร์ บุตรแห่งฟินเวและมีริเอลเพคะ เวลานี้ เขาเริ่มเติบโตขึ้นมากแล้ว”

เราจะพาเจ้าทั้งสามไปเข้าเฝ้าองค์มหาเทพและมหาเทพีพร้อมกัน แต่ขออนุญาตปิดเนตรของพวกเจ้าทุกคนรวมถึงเฟอานอร์ราชกุมารด้วย”

ราชโองการของมหาเทพมานเวขึ้น ก่อนที่เหล่าเทพวาลาร์ทุกพระองค์ก็ปรากฏกายให้เหล่าบุตรแห่งพระเป็นเจ้าได้เห็น พวกเขาต้องหลับตาก่อนที่องค์มหาเทพจะทรงอนุญาต เพราะรัศมีของพระองค์และราชินีในร่างที่แท้จริงของพระองค์มีอานุภาพรุนแรงมาก อาจทำให้พวกเขามองไม่เห็นอีกเลยเทพไมอาร์ผู้เป็นบริวารจึงต่างนำผ้ามาปิดเนตรให้เหล่าราชนิกูลอย่างเรียบร้อย จากนั้น เทพโอโลรินจึงทรงนำทางพวกเขาไปพร้อมกันแม้จะถูกปิดเนตร พระนางฟานีเอลก็ยังอุ้มพระนัดดาของนางได้อย่างมั่นคงแล้วดำเนินไปยังที่ประทับแห่งองค์มหาเทพแห่งอาร์ดา

ภายในท้องพระโรงสีขาวตระการตา เหล่าเทพวาลาร์ รวมถึงราชินีทุกพระองค์ต่างประทับบนบัลลังก์ประจำตำแหน่งของพระองค์เอง มหาเทพมานเวทรงประทับเหนือบัลลังก์ขาว เคียงข้างพระราชินีผู้งามเลิศเกินบรรยายในภาษาต่างๆของพระองค์ คือ วาร์ดามหาเทวี ผู้สร้างดวงดาราสุกสกาว จากนั้นเบื้องขวาของบัลลังก์ก็คือ เทพอุลโม พระองค์ผู้มีเคราสีขาว เทพแห่งมหาสมุทร เทพอาวเล เทพแห่งพิ้นปฐพี เคียงข้างราชินียาวันนา ผู้สร้างพืชพรรณและสรรพสัตว์ของโลก เทพโอโรเม เทพเจ้าแห่งพงไพร ประดับข้างเคียงพระนางวานาเทวี ผู้โฉมงาม ตามด้วยพระนางเนสซาเทวี พระขนิษฐาแห่งเทพโอโรเม กับร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งเกินเทพทั้งหมด พระนามว่า ทุลคัส อีกฝั่งหนึ่งของที่ประทับคือ จอมเทพแห่งวิญญาณของเหล่าบุตรแห่งอิลูวาทาร์ นั่นคือ เทพมานดอส พญามัจจุราช เคียงข้างพระนางไวเรเทวี

เทพลอริเอน ผู้บันดาลภาพนิรมิตกับพระนางเอสเตเทวีผู้อ่อนโยน สุดท้าย ผู้มีประทับริมสุด คือ พระนางนิเอนนาเทวี ผู้หลั่งน้ำตาให้แก่โลก….

ทุกพระองค์ต่างแสดงรูปลักษณ์ที่งดงามตามแบบบุตรแห่งอิลูวาทาร์ให้คล้ายคลึงกันเพื่อไม่ให้พวกเขากลัวหรือยำเกรงในมหาอำนาจของไอนูร์ ชนผู้ศักดิ์สิทธิ์ที่เกิดจากพลังแห่งพระผู้เป็นเจ้าอิลูวาตาร์นั่นเอง

ในเวลาสำคัญ องค์มานเวประชุมเทวสภาภายในพระราชวังของพระองค์เอง

วาลาร์ทุกพระองค์ต่างตระหนักอย่างยิ่งต่อการดับชีพของพระนางมีริเอล เซรินเด พระราชินีของฟินเว โนลโดรัน กษัตริย์พระองค์แรกของชาวโนลดอร์

นางสละวิญญาณ เพราะนางมอบพลังชีวิตทั้งหมดแก่โอรสน้อยของพระนาง

ทวารใหญ่แห่งที่ประทับมหาเทพเปิดกว้างทุกบาน

มหาเทพมานเวทรงทอดเนตรพรายทั้งสามแล้ว จึงรับสั่งให้พวกเขาดำเนินมาถึงหน้าบัลลังก์ พระโอษฐ์งามจึงรับสั่งด้วยความละมุนละไม

เปิดเนตรพวกเขาเถิด แล้วพามาหาเรา”

ทั้งอิงเว ฟินเวและฟานีเอล นั้น แม้จะได้รับการถอดภูษาปิดเนตร แต่ทั้งสามต้องยังก้มลงบนพิ้นพรมนุ่มสีขาวด้วยความเคารพ แล้วหมอบลงต่อองค์บุพราช

พวกเจ้ามาหาเรา เราย่อมทราบ”

ถวายบังคม องค์มหาเทพมานเว และราชินีวาร์ดา ตลอดจนถึงมหาเทพวาลาร์ทุกพระองค์ด้วยความเคารพอย่างสูง ด้วยเกล้า พระเจ้าข้า!”

ถึงพวกเขาจะเป็นที่เคารพสูงสุดในชาวเอลดาร์ ยามนี้ก็เป็นข้าราชบริพารแห่งจอมมหาเทพ มหาเทวีทั้งสิบสี่พระองค์ ผู้ทรงเดชาอานุภาพแห่งพระเป็นเจ้า

ขอบใจเจ้ามาก อิงเวแห่งวันยาร์ ที่ให้ฟินเวและฟานีเอลแห่งโนลดอร์มาพบเรา”

อิงเวแห่งวันยาร์ตอบว่า “ หามิได้เลย พระเจ้าข้า”

เสียงทารกน้อยเฟอานอร์ดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบสงบของเทวสภา

ทารกหรือ ! ” พระนางวาร์ดาเทวีทรงอุทาน ขณะที่สตรีพรายชาวโนลดอร์พยายามกล่อมพระราชนัดดาในภูษาสีนวลเพื่อให้เขาสงบ

ขอประทานอภัยอย่างยิ่งเพคะ มหาเทวี”

แต่พระนางวาร์ดาเทวีทรงมีเมตตานัก ทรงให้เทพีองค์หนึ่งนำพระกุมารเฟอานอร์มาวางบนเบาะขาวประดับด้วยแสงดารางดงามของพระนาง

ให้เขามองแสงดาราของเรา แล้วจะทำให้สงบขึ้น” พระนางโปรยละอองแสงลงบนกระหม่อมน้อยของเฟอานอร์

ฟินเวจึงหมอบลงบนพิ้นอีกครั้ง “ ขอบพระทัยเป็นอย่างยิ่งที่กรุณาต่อโอรสของข้าพระบาท พระแม่เจ้า!”

มหาเทพมานเวสรวลด้วยความเมตตา แล้วรับสั่งด้วยภาษาพรายเควนยา

ฟินเวเรารู้ถึงความทุกข์โศกของเจ้าเราเข้าใจดีเจ้าสูญเสียราชินีของเจ้า และเจ้าด้วย อัมเมทารี ต้องเสียธิดาที่เจ้ารักยิ่ง…”

แม้ไม่ได้เกิดจากอุทร มีริเอล อัญมณีงามคือธิดาที่รักของข้าพระบาทเพคะ”

องค์มหาเทพทรงถอนพระทัยด้วยความเมตตาแล้วทรงหันไปถามยังผู้รักษาท้องพระโรงแห่งมานดอส ก็คือพระองค์นาโม เฟอันทูรี ผู้ปกครองวิญญาณทั้งปวง

องค์นาโม วิญญาณของมีริเอลเป็นเช่นไร”

องค์นาโม มานดอส ทรงปรากฏพระองค์เป็นบุรุษรูปงาม แต่มีพระพักตร์ดุดัน ขรึม น่าสะพรึง เกศาสีรัตติกาลภายในพระภูษาสีม่วงเข้มและสีดำดังเป็นเอกลักษณ์ของพระองค์งดงาม น่าสะพรึงจนไม่มีใครต้องการมองพระพักตร์

วิญญาณของนางยังต้องการอยู่ในมานดอสต่อไป วิญญาณของนางจะสถิตในท้องพระโรงแห่งเราต่อไป…”

ฟินเวไม่อาจทำอะไรได้ นอกจากพยายามกลั้นน้ำตาไว้ แล้วสงบนิ่ง

พระชายาแห่งเทพมานดอส คือ พระนางไวเร ผู้เคร่งขรึม จึงรับสั่ง

วิญญาณของนาง แม้จะเล็กนักบอบบางนักหากว่าแข็งแกร่งนางต้องการอยู่ในท้องพระโรงด้วยความสงบ…”

ในที่สุด พระนางฟานีเอลจึงตัดสินใจถาม “ งั้นหรือเพคะ นางไม่ยอมกลับมาหรือเพคะ พระแม่ไวเรเทวี”

นางต้องการอยู่ เราตอบได้เท่านี้ ธิดาแห่งอิลูวาตาร์ นี่คือ ชะตากรรมของนาง…”

มีริเอลจะไม่เห็นแก่ลูกเลยหรือหรือฟินเวหรือ…”

เราไม่อาจฝืนชะตากรรมเช่นนี้ได้ ธิดาแห่งโนลดอร์แม้แต่พวกเจ้าก็ต้องมีชะตากรรมที่ยาวไกลแล้วเราไม่ปรารถนาที่จะบอกพวกเจ้า…”

พระนางไวเรรับสั่งอีกครั้ง ฟานีเอล อัมเมทารีจึงนำหัตถ์ปิดดวงพักตร์ของนาง

โดยที่ปิดน้ำพระเนตรซึ่งกำลังไหลอาบปราง แม้ฟินเวเองก็ไม่พูดอะไรได้อีก

ผู้ที่แสดงความเห็นใจมากที่สุดในเทวสภาแห่งนี้คือ

พระนางนิเอนนาเทวีวรองค์งามระหงในอาภรณ์สีเทาจึงลุกขึ้นจากที่ประทับ

มหาเทพมานเว มหาเทวีวาร์ดา วิญญาณแห่งธิดาผู้นี้ ข้าพระบาทจะดูแล

จนกว่าเวลาที่นางพร้อมกลับเข้ายังร่างกายของนางเพคะ”

พระนางเอสเตเทวี ผู้เป็นพระชายาของเทพลอริเอนรับสั่งเพิ่มต่อไป

ดังเจ้าพี่นิเอนนารับสั่ง ร่างกายของนางจะอยู่ในอุทยานสวรรค์ต่อไป จนถึงแก่เวลาที่นางกลับมามีชีวิตอีกครั้งเพคะ”

องค์มานเวจึงทรงประทานพร “ เป็นเช่นนั้นเถิด”

จากนั้น องค์อาวเลก็ทรงกราบทูลว่า “ ข้าแต่ผู้ครองนภากาศแห่งอาร์ดา ข้าให้ความเป็นธรรมแก่ชาวโนลดอร์แล้ว ทารกน้อยผู้นี้ โอรสแห่งฟินเวและมีริเอล สมควรได้รับพรมงคลจากพวกเรา…”

แล้วดวงตาของฟินเวก็ตกตะลึง รวมถึงฟานีเอลผู้เป็นมารดา

เฟอานอร์น้อยจะได้รับพรจากเหล่าวาลาร์ทุกพระองค์โอ้วาลาร์

เทพโอโรเม หรือเทพเจ้านายพรานแห่งคณะเทพทรงลุกขึ้นจากที่ประทับเช่นกัน พระองค์มีวรกายสูงโปร่งในอาภรณ์สีใบไม้ และมีพระพักตร์งดงามใกล้เคียงกับชาวโนลดอร์มากที่สุดพระองค์หนึ่ง จึงทรงรับสั่งด้วยพระสุรเสียงกังวาน

เพื่อเห็นแก่ความโศกเศร้าจาบัลย์ที่เกิดขึ้นต่อราชาและราชชนนีแห่งโนลดอร์ ผู้ที่เราแต่งตั้งให้เป็นผู้ปกครองสำคัญ หนึ่งในเอลดาร์ทั้งสาม ที่เราได้ให้พวกเขามายังทวีปอามันแห่งนี้ เราจะประทานพรให้แก่พวกเขา…”

ฟินเวก็รู้สึกตื้นตันอย่างหาที่สุดไม่ได้ จึงกราบแล้วกราบอีก

ขอบพระทัย….ขอบพระทัยอย่างยิ่งพระเจ้าข้า!”

ทั้งอิงเวและฟานีเอลต่างหมอบกราบทุกพระองค์ด้วยความเคารพยิ่ง

~*~*~*~*~

องค์มานเวทอดพระเนตรทารกน้อยซึ่งนอนหลับนิ่งด้วยความสุขใจ พระองค์จึงทรงหัตถ์ประทานพรดังนี้ “ โอรสแห่งฟินเว จงได้รับพรให้เป็นผู้เก่งกล้าที่สุดในบุตรแห่งอิลูวาตาร์เถิด” แล้วองค์อุลโมก็รับสั่งด้วยสุรเสียงอ่อนโยนดังสายน้ำว่า

ให้เขามีพลังที่ยิ่งใหญ่สมเป็นเอลดาริน”

องค์อาวเลทรงประทานพร “ เขาจะเป็นศิษย์คนสำคัญของเรา และสร้างงานประดิษฐ์ที่เก่งกาจเกินผู้ใดในโลกนี้ ”

องค์โอโรเมทรงประทานพรดังนี้ “ เรามอบพลังแห่งความกล้าหาญ เขาจะไม่มีวันเหน็ดเหนื่อยกับสิ่งที่เขาเจตนาให้สำเร็จ…”

ฝ่ายองค์ทุลคัสกลับทรงอุ้มทารกน้อยขึ้นลงพร้อมกับสรวลดังลั่น

ฮ่าๆ ให้เขามีความร่าเริง และมีร่างกายเข็งแรงมากๆ!”

จากนั้น สองเชษฐาและอนุชาเฟอันทูรี ฝ่ายเทพลอริเอนรู้สึกลังเลที่จะประทานพรให้กุมารน้อย เพราะพระเชษฐามานดอสของพระองค์เมินพระพักตร์เสีย

เจ้าพี่ของข้า ประทานพรให้เขาเถิด”

น้องเราให้พรก่อนเถิด…”

องค์นาโมลอริเอนพยักพักตร์รับ แย้มสรวลแก่พระเชษฐา

พระองค์ประทานเพียงว่า

ขอให้เป็นโอรสที่ดีและมีความสุขในยามนิทราทุกราตรีเถิด…”

ดวงเนตรแสนล้ำลึกของมานดอส แสดงถึงความดุขรึมอย่างยิ่ง

อนิจจาข้าเห็นบางอย่างที่จะเกิดขึ้นกับดวงวิญญาณนี้…”

พระองค์ทรงรับราชโอรสของฟินเวในอ้อมอุระกว้าง

ดวงเนตรเข้มของพระองค์ทรงหลับนิ่งทรงนิ่งจนหมดสิ้นทุกอย่าง

มณีส่องสว่างสามดวงส่องทั่วหล้าจะหาใดมาเปรียบเทียบได้

ทรงเห็นเงามืดอนธกาลร้ายผ่านไป

สิ้นวิไลของแสงสว่างแห่งวาลินอร์

ประกอบกับความตายตามติดโนลดอร์

โลหิตจะไหลนองแดงฉานทั่วนาคร

ซากศพหนอนับพันนับหมื่นเกินคณา

โอพระผู้เป็นเจ้า พระชนกเจ้าเอรู อิลูวาทาร์ชะตากรรมร้ายกาจที่พระองค์ให้มาจุติเพื่อให้เกิดเหตุการณ์เหล่านั้นในร่างของกุมารองค์นี้หรือ

องค์นาโมแห่งมานดอส มีอะไร…” ราชาแห่งวาลาร์รับสั่ง

มิได้องค์ราชาเพียงว่า…”

ทารกน้อยหาวแผ่วเบา พระองค์ถอนพระทัยจึงรับสั่งเพียง

ทุกอย่างในชีวิตขึ้นอยู่ที่เจ้าลิขิตเท่านั้น เฟอานาโร โอรสแห่งโนลโดริน”

สิริมงคลแห่งคณะเทพวาลาร์ประทานยังเฟอานอร์ ผู้กำพร้ามารดา

ฟินเวรู้สึกปีติเกินจะกล่าวได้ เขาโอบมารดาไว้ด้วยความยินดี

อัมเมหลานชายท่านจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในวาลินอร์…”

แต่พระนางฟานีเอลสังเกตในพระอาการขององค์มานดอสที่ผิดปกติ

นางจึงไม่กล่าวอันใดอีกต่อไป

~*~*~*~*~*~

จากนั้น เทพโอโลรินก็นำพวกเขากลับมาส่งยังหน้าพระราชวังอิลมาริน

หม่อมฉันขอบพระทัยอีกครั้ง องค์โอโลริน”

เทพบุตรหนุ่มรับสั่ง แล้วทรงโอบกอดทั้งอิงเวและฟินเว

มิได้ ขอให้พวกเจ้าไปทำหน้าที่แห่งพระราชาต่อไปเถอะ เรายินดีต้อนรับเสมอ

โดยเฉพาะ เฟอานอร์ บุตรแห่งฟินเว เขาเป็นที่โปรดปรานของวาลาร์ทุกพระองค์”

ลาก่อน องค์โอโลริน”

ทั้งพรายหนุ่มชาววันยาร์ พรายหนุ่มชาวโนลดอร์และมารดาต่างคำนับต่อ

โอโลรินอีกครั้ง แล้วทั้งสามก็นั่งลงบนหลังของพญาอินทรีโธรอนดอร์

แล้วนำพาพวกเขากลับไปยังนครวันยารินที่อยู่เบื้องล่างยอดภูผานี้

~*~*~*~*~*~

ดวงเนตรของมานเวทรงมองพวกเขาลับลาไปแล้วทรงกลับมาถามยังองค์มัจจุราชเจ้าแห่งชะตากรรมแห่งอาร์ดาวรลักษณ์ในอาภรณ์สีเข้มนิ่งดังรูปประติมา

นาโมทรงเห็นอะไร…”

ริมพระโอษฐ์งามได้รูปเผยอขึ้น “ กระหม่อมเห็นหายนะ…”

หายนะหรือ…”

หายนะแห่งชาวโนลดอร์กำลังมาจากเขาผู้นั้น…”

องค์ราชามานเวจึงโบกพระหัตถ์เรียวงามไปเบื้องหน้า

ท่านเพิ่งบอกไปว่า ทุกอย่างอยู่ที่เขาลิขิตเอง”

ด้วยเกล้้า ” มานดอสรับสั่ง “ เขาต้องเปลี่ยน มิฉะนั้นมรณกรรมจะเกิดขึ้นต่อผองพันธุ์ของเขาทั้งหมดเขาจะสูญสิ้นทุกอย่างไป…”

เกี่ยวกับ เมลคอร์หรือไม่”

มหาเทพมานเวทรงระลึกถึงพระอนุชา ซึ่งคุมขังในท้องพระโรงที่ลึกที่สุดขององค์เทพมานดอส พระสุรเสียงเบากลับหนักแน่น

องค์เทวาแห่งชะตากรรมตัดสินพระทัยลากลับที่ประทับของพระองค์

แล้วรับสั่งประโยคสุดท้ายดังนี้

ตามแต่พระประสงค์แห่งพระชนกเจ้าของพวกเราเถิด..มานเว ซูลิโม…”

~*~*~*~*~*~

ตอนนี้ อลังการ งานสร้างมากก หนูเฟน่ารักกกก เทพวาลาร์ได้ให้พรหนู….

เย้ๆหนูเฟจะได้ดีที่สุดในอาร์ดาเหรอแล้วองค์มานดอสพูดไรฟ่ะ -0-

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s