Gallery

Silm Fic : The Gift of My King Part 16

 

 

Silm Fic : The Gift of My King Part 16

Pairing : Mahtan/Finwe , Little Feanor & Nerdanel

Rate : PG -13

Summary : ลอร์ดมาห์ธันตั้งใจประดิษฐ์ของขวัญชิ้นพิเศษถวายองค์ราชันย์โนลดอร์

ฟินเว องค์ราชาผู้งดงามของข้ารักที่เทิดทูนทั้งหัวใจ

 

แต่ข้าควรรักเจ้าหรือไร มาห์ธัน….

เพราะ ข้าไม่อาจลืมมีริเอลได้เลย

ในนครแห่งใหม่ดูเป็นที่น่าตื่นเต้นสำหรับแนร์ดาเนลน้อยเสียจริง เพราะนางตื่นขึ้นเมื่อได้ยินเสียงร้องแผ่วเบาของเฟอานอร์ทำไมนะ พวกผู้ใหญ่ถึงทิ้งพวกเราให้อยู่ในห้องนอนเอางี้ เราจะพาเฟอานอร์ไปเดินเล่นแก้เหงาดีกว่า ระหว่างพวกผู้ใหญ่ประชุมแสนน่าเบื่อกัน

พรายสาวน้อยผมแดงแต่งตัวในชุดกระโปรงสีม่วงอ่อน แล้วยกรัชทายาทแห่งฟินเวขึ้นทั้งเบาะโดยที่ใช้ผ้าห่มผืนเล็กสีแดงมารัดร่างน้อยบนหลังของนาง และสะพายให้ถนัดขึ้น “ องค์ชายเฟอานอร์ ข้าอุ้มท่านเดินเล่นไม่ไหวนะ ข้าแบกท่านดีกว่า”

สาวน้อยจอมซน ธิดาแห่งมาห์ธันก็แอบเปิดประตูห้องบรรทมรับรอง แล้ววิ่งออกไปบนระเบียงโดยพยายามหลีกเลี่ยงพวกนางกำนัลวันยาร์ที่กำลังสนทนากันอย่างเพลินใจ ไม่กี่นาที นางก็เดินมาถึงสวนดอกไม้งดงามซึ่งเรียกว่า สวนลอยแห่งวานาเทวี เพราะพระนางวานาเทวีทรงสร้างประทานให้แก่องค์ราชาอิงเว และเดินออกไปก็เป็นเนินเขาเขียวขจีแสนงดงาม แนร์ดาเนลน้อยตื่นเต้นมาก จึงวิ่งชมดอกไม้นานาพรรณริมถนนสีขาวอย่างมีความสุข

องค์ชาย เห็นไหม เราไปจับผีเสื้อกันเถอะ” เด็กหญิงยิ้มให้กับทารกน้อยที่สะพายหลังมาด้วย นางดีใจที่มือเล็กของเฟอานอร์กำลังคว้าจะจับผีเสื้อสีเหลืองเหนือศีรษะ

จนกระทั่ง ได้ยินเสียงคนหนึ่งวิ่งผ่านพุ่มไม้มาหาพวกเขา

โอ้ย เจ็บ!”

กริ๊ด!” แนร์ดาเนลอุทานร้องดัง ทำให้เฟอานอร์น้อยหวีดร้องตามไปด้วย

ผู้ที่หกล้มตรงหน้าพวกเขาเป็นเด็กผู้ชายที่มีผมสีทองเงางาม ร่างสูงกว่าแนร์ดาเนลประมาณสองนิ้ว เขาอยู่ในชุดสีฟ้าสดใสคล้ายกับสีดวงตาของเขา

พวกเจ้าเป็นใครกันเนี่ย เข้ามาในสวนลอยนี่ได้ไงล่ะ”

แนร์ดาเนลนั่นได้รับการอบรมมาจากบิดาพอสมควรแล้ว

ดวงตาสีเขียวแสดงความมั่นใจว่า ต้องไม่กลัวคนแปลกหน้า!

ข้าเป็นผู้ดูแลเจ้าชายเฟอานอร์ โอรสแห่งราชาโนลดอร์ ข้าเป็นถึงพระพี่เลี้ยงเชียวนะ ข้าควรถามเจ้ามากกว่า เจ้าเป็นใคร หกล้มต่อหน้าคนอื่นได้!”

เด็กที่อยู่บนหลังเจ้าคือเจ้าชายแห่งโนลดอร์จริงๆเหรอ”

แนร์ดาเนลก็แลบลิ้นใส่ “ เจ้าไม่เชื่อเหรอ” แล้วนางก็หยิบลัญจกรแห่งองค์ฟินเวซึ่งเป็นรูปดาราสีเงินแปดแฉกออกมา เมื่อนางได้รับประทานจากองค์ฟินเว เมื่อครั้งอยู่กับเฟอานอร์เป็นครั้งแรก

เห็นหรือยัง”

เด็กชายเจ้าของเรือนผมสีทองหยักศกยาวข้างแก้มจึงยอมพยักหน้ารับ

เข้าใจแล้วใช่ๆ เมื่อคืนนี้ ข้าได้พบองค์ฟินเวกับแม่ของเขาด้วยล่ะ”

แนร์ดาเนลน้อยทำปากเปี้ยว “ พระนางเป็นราชินีมารดาแห่งโนลดอร์ต่างหาก เจ้าไม่รู้จักพูดราชาศัพท์เลยหรือไงนะ”

เด็กชายจึงตอบทันที “ ทำไมจะไม่รู้ ข้าชื่อว่า อิงวิออน โอรสแห่งอิงเว พระราชาของเมืองนี้ไงล่ะ ยัยตัวเล็ก!”

ดวงตาสีเขียวอ่อนของแนร์ดาเนลกลายเป็นไข่ห่าน ด้วยความตกใจ นางจึงรีบถอนสายบัวทันที “ ขอขอประทานอภัยเพคะ..เพคะ”

อิงวิออนน้อยก็หัวเราะ “ เจ้าตกใจล่ะเซ่ แล้ว เจ้าคือลูกของพรายผมแดงๆ มีขนตรงแก้มด้วยใช่ไหมล่ะ ข้าจำได้ เพราะเขาผมแดงคนเดียวบนโต๊ะใหญ่”

อาใช่ๆ หม่อมฉันชื่อ แนร์ดาเนล ธิดาของมาห์ธัน ผมแดงเองแหละ”

ทารกน้อยเฟอานอร์ร้องต่อไป เจ้าชายองค์น้อยแห่งชาววันยาร์จึงเดินไปยังหลังของแนร์ดาเนลด้วยความสนใจ

เด็กคนนี้ขี้แง เอามากๆ ข้าขออุ้มเขาได้ไหมล่ะ”

พรายน้อยผมแดงส่ายหน้าไปมา “ ไม่นะ หม่อมฉันจะดูแลเขาคนเดียว…”

นี่ๆ แนร์ผมแดง เขาร้องไห้ใหญ่ ข้าอุ้มเขาได้ เจ้าก็ไม่เหนื่อยแถมปวดหูจากเสียงร้องไห้ของเขานะ”

แงๆ แงๆ อืออือ…”

เสียงร้องไม่หยุดของทารกน้อย ทำให้พี่เลี้ยงตัวน้อยเกิดความลังเล เอาเถอะ ตาอิงวิออนคนนี้ก็เป็นเจ้าชายเหมือนกัน อาจจะช่วยได้อยู่มั้ง

ตกลง เจ้าชายแห่งวันยาร์”

นางยอมปลดที่มัดรอบเอวน้อยของนาง แล้วอิงวิออนน้อยก็รับทารกน้อยชาวโนลดอร์มาในอ้อมแขนบอบบาง และมองดวงตาสีเทาส่องประกายสดใส

ตาสวยดีแหะ น้องชาย” มือเล็กของอิงวิออนปัดเรือนผมสีดำขลับของทารกซึ่งกำลังมองเขาด้วยความงุนงง แถมแขนเล็กก็ได้ยกขึ้นไปมา

เอาล่ะ เจ้าชายเฟอานอร์แห่งโนลดอร์ ข้านึกวิธีทำให้เจ้าหยุดร้องไห้ได้แล้ว”

อิงวิออนก็จับมือบางของแนร์ดาเนล เพื่อให้นางวิ่งไปด้วยกัน

องค์ชายอิง ท่านจะพาไปไหน”

ไปที่มุมเล่นดนตรีของข้า แล้วอย่าบอกใครนะ เพราะข้าแอบโดดเรียนของพระอาจารย์มาเล่นดนตรีในสวนลอยคนเดียว”

ศาลาเล็กสีขาวซึ่งตั้งใกล้พระราชวัง เจ้าชายอิงวิออนน้อยที่อุ้มเฟอานอร์น้อยและจูงมือของแนร์ดาเนลก็พาพวกเขามานั่งในศาลา แล้วแนร์ดาเนลก็สนใจ เมื่อเห็นเครื่องดนตรีไม้ขนาดถือได้ แต่ว่าอิงวิออนนำมันมาวางไว้บนบ่าน้อยๆของตน

มันคืออะไรเหรอ องค์ชายอิง”

ทูลหม่อมพ่อเรียกมันว่า ลินดูลัน คล้ายพิณนั่นแหละเราเอามันวางไว้บนบ่า แล้วเราก็ใช้หางไม้แบบนี้ไง…” มือเล็กยกแท่งไม้อีกคันขึ้นมา “ จากนั้น เราก็สีมันบนสายพิณเอี๊ยดเอี๊ยดแล้วมันก็เกิดเป็นเพลงได้”

แนร์ดาเนลน้อยอ้าปากหวอแบบทึ่งๆ

ข้าจะเล่นเพลงให้น้องเฟอานอร์ฟังนะ”

~*~*~*~*~*~

ภายในหอประชุมใหญ่ขององค์ราชาแห่งวันยาร์ ซึ่งมีอาคันตุกะชาวโนลดอร์ที่สำคัญ นั่นคือ กษัตริย์ฟินเวและพระพันปีฟานีเอล ขณะที่เจ้าหญิงอินดิสประทับข้างองค์ราชินีลินเดและพระมารดาอิงเวนของนาง หากว่าดวงตาสีน้ำเงินสดใสไม่อาจละไปจากเรียวพักตร์งดงามของฟินเวได้นางอยากสนทนากับเขาเสียจริง

ดวงตาสีเทาอมครามของฟินเว

งั้นข้าก็ยินดีขึ้นไปเข้าเฝ้าองค์มหาเทพ เพราะข้าได้อัญเชิญสาสน์ผ่านพญาอินทรีไปแล้ว เจ้าจะได้เข้าเฝ้าองค์มหาเทพและมหาเทวีแห่งอาร์ดาด้วย น้องชายฟินเว”

ขอบพระทัย ทูลหม่อมพี่อิงเว”

หัตถ์เรียวใหญ่ขององค์อิงเววางลงบนอังสาของจอมกษัตริย์หนุ่มชาวโนลดอร์

น้องชาย การจากไปของมีริเอล พี่เสียใจอย่างหาที่สุดไม่ได้”

ข้าก็เฝ้าภาวนาให้นางกลับมาเท่านั้นเองนางอาจไม่กลับ…”

ครั้นได้เห็นราชาหนุ่มรูปงามแสดงถึงความเศร้าสลด เจ้าหญิงผู้เยาว์วัยที่สุดในหอประชุมก็ก้มเรียวหน้าลงนางพยายามกลั้นน้ำตาพี่หญิงมีริเอล

พี่หญิงมีริเอลทำไม ท่านถึงจากองค์ฟินเวไปทำไม

พระน้องนางอิงเวนจึงโอบเรียวไหล่ของพระธิดาด้วยความห่วงใยของผู้เป็นแม่ ขณะที่พระนางฟานีเอลนั้นไม่ได้ปลอบโยนฟินเว หากหยิบผ้าซับพระพักตร์มายังพระโอรสแทนเสียอย่างนั้น

เลิกเศร้าแล้ว เชิญหน้าเชิญตาเสีย ฟินเว”

ครั้นราชาหนุ่มผู้เยาว์วัยกว่ารับผ้านั้นมา องค์ราชาอิงเวก็สรวลให้อีก

จะผ่านไปกี่ร้อยปี เจ้าก็ยังเป็นแม่ของฟินเว เสมอเลยนะ”

แม่มีหน้าที่สอนลูกชายต้องรู้จักความเข้มแข็ง ไม่ใช่ อ่อนแอเหมือนแบบอิสตรีเพคะ”

น้ำเสียงที่เคร่งขรึมของฟานีเอล ทำให้สามสตรีชาววันยาร์ที่เหลือตะลึงงัน

รู้สึกไม่ถูกจริตกับสตรีชาวโนลดอร์แสนจริงจังคนนี้เลยนางถือตัวนัก

จังหวะนั้นเอง องครักษ์หนุ่มประจำหอประชุมก็เข้ามาคำนับต่อราชาอิงเว

มีอะไรเหรอ”

ทูลกระหม่อม ท่านลอร์ดมาห์ธัน ขอเข้าเฝ้าพระเจ้าค่ะ”

คราวนี้ ฟินเวรู้สึกตกพระทัยจนคลายเศร้าเขามีอะไรเหรอ

ให้เข้ามาเถิด”

ลอร์ดหนุ่มร่างสูงใหญ่ เรือนผมสีแดงนั้นยาวหยักศกถักเป็นเปียเดี่ยวกลางกลัง

บนศีรษะของเขาประดับด้วยรัดเกล้าที่ทำจากทองแดง แววตาสีเขียวคู่นั้นแสดงความตกใจมากถึงบางสิ่งบางอย่าง มาห์ธันคุกเข่าลงหน้าพระพักตร์จอมราชาชาววันยาร์

ขออภัยที่รบกวนทุกพระองค์ แต่ว่า แนร์ดาเนลลูกหญิงของเกล้ากระหม่อมกับพระโอรสเฟอานอร์ไม่ได้อยู่ในห้องบรรทมพระเจ้าค่ะ”

ว่าไงนะ มาห์ธัน” พระราชชนนีอุทานลั่น

ลูกชายข้า!” ดวงตาสีเทาอมครามของฟินเวเบิกกว้างยิ่งกว่าริมฝีปากที่อุทานร้องเสียอีกในครั้งนี้ ลูกไปไหนลูกไปไหน

ร่างเพรียวบางรีบวิ่งออกจากหอประชุมแห่งองค์ราชาอิงเว โดยไม่ฟังคำเรียกทัดทานของพระมารดาบุญธรรมเอาเสียเลย

มาห์ธันเองก็ไม่รอช้ารีบเร่งฝีเท้าตามกษัตริย์หนุ่มผู้เป็นที่รักของตนไปด้วยอีกคน..

~*~*~*~*~

หัวใจของฟินเวเต้นระรัวดังกลองไปหมดเฟอานอร์ของพ่อลูกน้อยของพ่อ

หายไปได้อย่างไรลูกอยู่ไหนลูกพ่อลูก

แล้วความกังวลของราชาหนุ่มก็ลดลง เมื่อได้ยินเสียงดนตรีเบาๆปนกับเสียงหัวเราะสดใสของแนร์ดาเนล ร่างสูงโปร่งจึงเร่งฝีเท้าบอบบางของตนไปยังต้นกำเนิดเสียงก็พบว่า ธิดาแห่งมาห์ธันกำลังปรบมือชอบใจกับเสียงดนตรีของเจ้าชายอิงวิออน โดยที่ทารกน้อยเฟอานอร์นอนอยู่บนเบาะด้วยความสุขใจ แถมหัวเราะได้แล้ว!

ค่อยยังชั่วฟินเวถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วทุกพระองค์ซึ่งตามมาด้วยนั้น

ต่างยินดีที่ได้เห็นภาพของเจ้าชายอิงวิออนองค์น้อยเล่นดนตรีอย่างน่ารัก

ในที่สุด องค์ราชาอิงเวก็รับสั่งเรียกพระโอรสของพระองค์

อิงวิออนน้อยของพ่อ หยุดเล่นซักครู่เถิด”

เจ้าชายองค์น้อยแห่งชาววันยาร์แสดงความตกใจขึ้น

ทูลหม่อมอตาร์ คือลูกขอประทานอภัย”

เด็กชายรีบวางเครื่องลินดูลันลงบนที่นั่ง และหมอบลงกับพิ้น

ขออภัยจริงๆ ทูลหม่อมพ่อ”

เฮ้อออลูกคนนี้น่า” องค์ราชาอิงเวพร่ำบ่น ขณะที่ราชินีของพระองค์ก็ทรงวิ่งไปรับพระโอรสของนางด้วยความกังวล ฝ่ายแนร์ดาเนลน้อยไม่รู้จะว่าเช่นไรดี

มาห์ธันรู้สึกโกรธบุตรสาวตัวน้อยของตนเองมา จึงเดินไปหานาง พร้อมส่งสายตาดุใส่นางด้วย เขาเคืองใจที่ลูกน้อยของเขาพาพระราชโอรสมาเล่นแบบนี้

แนร์! ทำไมลูกถึงออกมาจากห้อง”

คือหนูเบื่อที่ต้องนอนเลยพาเฟอาน้อยมาเที่ยวเอง…”

มาห์ธันจึงบีบไหล่ของเด็กหญิงตัวน้อยด้วยความโกรธ

ลูกไม่เชื่อพ่อ ถ้าองค์ชายน้อยกับเจ้าหลงทางแล้ว มีอันตรายจะให้พ่อทำอย่างไร!”

เสียงตวาดของผู้เป็นบิดา ทำให้เด็กหญิงผมแดงร้องไห้ขึ้นทันที

พอแล้ว! มาห์ธัน !” คราวนี้องค์ราชาหนุ่มแห่งโนลดอร์เป็นฝ่ายกริ้วบ้าง

แล้วเขาก็ยกโอรสน้อยขึ้นมาอุ้มแนบทรวงอก

เฟอานอร์! ไม่เป็นอะไรแล้ว อย่าตำหนิแนร์ดาเนลเลย!”

ถ้านางกับพระโอรสเป็นอะไร จะทรงทำอย่างไรเล่า ฟินเว!”

มันไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น อย่าเถียงข้า!”

พระนางฟานีเอลสังเกตว่า สถานการณ์เริ่มไม่ดี พระนางจึงยกหัตถ์ปรามทันที

หยุดกันทั้งคู่! ฟินเว บุตรข้าและนายช่างเอก อย่าทะเลาะกันให้เป็นที่อับอายต่อเบื้องพระพักตร์องค์ราชาวันยาร์ ลูกๆของพวกเจ้าสบายดีไม่เป็นอะไรทั้งสิ้น!”

แล้วองค์ราชาหนุ่มฟินเวก็ทรงอุ้มโอรสยอดดวงใจของพระองค์ ดำเนินหนีออกจากศาลาในอุทยานไปเสียแนร์ดาเนลได้มาอยู่ในอ้อมกอดของพระนางฟานีเอล

องค์อิงเวจึงทรงถอนพระทัยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

~*~*~*~*~

พรายหนุ่มโนลดอร์พาพระโอรสซึ่งยังเป็นทารกกลับมายังห้องพระบรรทม

ฟินเวลูบกระหม่อมบางแล้วทรงวางจูบด้วยความรัก

เฟอานอร์เจ้าไม่เป็นอะไรแล้วพ่อไม่โกรธกริ้วพี่แนร์ของเจ้าหรอกนะ

พ่อแค่เป็นห่วงว่า เจ้าต้องปลอดภัยเฟอานาโร ฟินวิออน…”

แล้วร่างสูงระหงร่างหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับขออนุญาตองค์กษัตริย์

เสียงของนางไพเราะหวานละมุนนัก

ทูลหม่อมฟินเวให้หม่อมฉันเข้าไปได้ไหมเพคะ”

ดวงตาของพรายหนุ่มหลับลงครู่หนึ่ง

เจ้าเองเจ้าเองหรือน้องหญิงอินดิส…”

เพคะ” แล้วนางก็เข้ามาพร้อมกับดวงพักตร์งดงามที่แสดงความห่วงใยราชาหนุ่ม ผู้เป็นสหายในวัยเด็กของนางนางเป็นห่วงองค์ฟินเวนัก

หม่อมฉันคืออยากขอดูองค์ชายเฟอานอร์ได้ไหมเพคะ”

ฟินเวซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวก็ขยับร่างสูงโปร่งของพระองค์ ให้พรายสาวผู้อ่อนเยาว์ได้ชมเฟอานอร์น้อยนางได้รับทารกน้อยมาอุ้มแนบอกของนาง

เขาเขาเหมือนพี่หญิงมีริเอลโดยเฉพาะดวงตาเพคะ”

คำกล่าวของพรายสาวผู้นี้ ถูกใจฟินเวเสียเหลือเกินใครๆต่างก็บอกว่า เฟอานอร์น้อยเหมือนเขามาก แต่เขากลับมองว่า เฟอานอร์คือ ตัวแทนของมีริเอล แล้วเจ้าหญิงพรายผู้นี้ได้ชมเฟอานอร์น้อยอย่างถูกต้องแล้วสายตาของนางเฉียบคมมาก

โอ๋ๆ โอรสแห่งฟินเวบรรทมเถอะเพคะบรรทมเถอะคนดี”

เจ้าหญิงอินดิสวางทารกน้อยลงบนอู่น้อยของเขา พร้อมไกวให้

ราชาหนุ่มชาวโนลดอร์จึงตัดสินใจถาม

น้องหญิงอินดิส เคยเลี้ยงเด็กน้อยมาก่อนหรือ…”

ก็ดูแลอิงวิออนน้อย ตอนที่เขายังเป็นทารกเพคะ ทูลหม่อมฟินเว อย่างไรเสีย เขาก็เหมือนน้องชายของหม่อมฉัน ถึงจะซนมากก็ตาม”

รอยยิ้มของนาง ทำให้ฟินเวรู้สึกอบอุ่นนักนึกถึงมีริเอลขึ้นมา

รบกวนน้องหญิง ร้องเพลงที่ข้าได้ยินเมื่อวานนี้ได้ไหมเล่า”

ดวงหน้างามหวานของอินดิสแดงระเรื่อขึ้นเล็กน้อย

เพลงนั้นหรือเออ…”

ริมฝีปากบางของฟินเวพรายรอยยิ้มละไม

พี่พอใจ ถ้าเจ้าร้องเพลงกล่อมลูกชายของพี่นะ น้องหญิงอินดิส”

นางค้อมศีรษะลงเล็กน้อย แล้วขับขานเพลงนั้นอีกครั้ง

และที่น่าประหลาดกว่านั้นก็คือ ราชาหนุ่มเลือกที่จะนั่งบนเก้าอี้เปียโนกลางห้องพระบรรทมด้วย เพื่อบรรเลงเพลงให้เข้ากับท่วงทำนองของนาง

ความสามารถของเหล่าพรายนั้น มีความจำเป็นเลิศมากกว่ามนุษย์ผู้ตามหลังมาเป็นอย่างยิ่งองค์ฟินเวตัดสินพระทัยบรรเลงเปียโนให้เข้ากับบทเพลงของเจ้าหญิงองค์น้อยพระภาคิไนยเธอแห่งพระเจ้าอิงเวผู้ทรงสิริโฉม

The hills are alive with the sound of music.
With songs they have sung for a thousand years.
the hills fill my heart with the sound of music.
My heart wants to sing every song it hears.

My heart wants beat like the wings of the birds that rise from the lake to the trees.
My heart wants to sigh like a chime that flies from the church on a breeze.
To laugh like a brook when it trips and falls over stones on its way.
To sing through the night like a lark who is learning to pray.

I go to the hills when my heart is lonely
I know I will hear what I’ve heard before
My heart will be blessed with the sound of music And I’ll sing once more…

 

เมื่อเสียงเพลงและการบรรเลงเปียโนจบลงพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าของทั้งสอง

 

หม่อมฉันคิดถึงพี่หญิงมีริเอลเหมือนกันคิดถึงมากเพคะ…”

 

เสียงสั่นครือของเจ้าหญิงพรายชาววันยาร์มากขึ้น แล้วนางก็ซบเรียวมือบอบบางดังดอกไม้ของนางด้วยความเศร้าใจ ราชาหนุ่มจึงลุกขึ้นแล้วมอบผ้าซับพระพักตร์สีขาวประทานนางเสีย พร้อมรับสั่งว่า

 

ไม่ต้องร้องไห้หรอกเช็ดน้ำตาเสียแม่สาวน้อย…”

ขอบพระทัยเพคะ องค์ฟินเว ”

ไม่เป็นไรหรอก น้องหญิงอินดิส เรียกข้าว่า พี่ฟินเว เถอะนะ”

 

ดวงตาสีเทาอมครามคู่นั้น ประกอบกับสุรเสียงทุ้มแกมหวานเช่นนี้

 

ทำให้ฟินดิสรู้สึกว่า นางคุ้นเคยกับฟินเวอีกครั้งหนึ่ง

 

เพราะนางรักเขามาตลอดรักมาตลอดเลยองค์ทูลหม่อมพี่ฟินเว

 

ทันใดนั้น เสียงประตูก็เปิดขึ้นอีกครั้ง พระราชชนนีฟานีเอลกับพระน้องนางอิงเวน ผู้เป็นมารดาของอินดิสเสด็จมาถึงพร้อมกัน

 

โธ่อินดิสลูกแม่มาโดยไม่บอกกันเลยนะ”

 

อัมเมขออภัยเพคะ…”

 

นางกลับไปยืนเคียงพระมารดาของนางด้วยความละอายใจ

 

พระนางอิงเวนจึงรับสั่งต่อพระราชชนนีแห่งโนลดอร์ว่า

 

ฟานีเอล เราขอไปก่อนนะ”

 

ตามสบายเพคะ พระน้องนาง”

 

เมื่อสองขัตติยนารีแห่งวันยาร์จากไปแล้ว ร่างสูงสง่าของฟานีเอล อัมเมทารีก็ล็อกประตูลงเสีย ขณะที่ฟินเวกลับยังก้มหน้ามองพระเพลาของตน

 

นี่ลูกคิดจะทำอะไร ฟินเว…” นางถามขึ้นด้วยเสียงเข้ม

 

เฮ้อข้าก็ถูกท่านตำหนิอีกครั้งเสียเถอะ”

 

พระนางยืนกอดอุระขององค์เอง “ เจ้าเคืองมาห์ธัน แม่ย่อมเข้าใจ แต่เจ้าไม่ควรอยู่กับนางสองต่อสองในห้องบรรทมแบบนี้…”

 

อัมเม! ข้ากับนางกล่อมเพลงให้เฟอานอร์น้อยได้นอนหลับนางเป็นห่วงข้ามาก และห่วงใยเฟอานอร์ด้วย ท่านอย่ามองนางในแง่ร้ายเช่นนี้สิ”

 

แม่ไม่ได้มองนางในแง่ร้าย แม่มองเจ้า ทำไมกัน ฟินเวเจ้ากำลังรักมาห์ธัน แล้วแล้วเจ้าจะสนใจอินดิสน้อย ในเวลารวดเร็วเช่นนี้หรือไรโอ พระเป็นเจ้าไฉนเจ้าถึงได้สร้างความสับสนให้เกิดกับ เฟอา ( วิญญาณ ) ของเจ้าถึงเพียงนี้ได้!”

 

ร่างเพรียวบางของฟินเวลุกขึ้นจากที่นั่งของเปียโนทันที

 

คนจะรักใคร มันก็เป็นสิทธิ์ของหัวใจของเขา อัมเม ลูกรักมาห์ธัน โดยที่ไม่ลืมมีริเอลลูกรักนางแล้วรักตลอดมาส่วน อินดิส ตอนนี้ลูกเห็นว่า นางเป็นน้องสาวที่เคยเล่นด้วย ลูกดีใจที่ได้อยู่กับนางมากแล้วท่านจำตอนที่องค์อิงเวยังเคยประทับอยู่ในนครทิริออนได้หรือไม่ เขาเคยขอแต่งงานกับท่านด้วยซ้ำ ท่านกลับปฏิเสธเขา…”

 

คราวนี้ นัยนาสีเทาเข้มของพระนางเธอก็จางแสงลง แล้วนางก็ทรุดลงกับเก้าอี้ยาวประทับ ก่อนที่จะรับสั่งว่า

 

แม่แม่เคยชอบอิงเวนะ แต่สำหรับแม่ไม่มีความรักใดมาแทนที่เจ้าได้แม่รักเจ้าฟินเวแม่รักเจ้า รวมถึงมีริเอล แม่ไม่คิดรักผู้ใดมากไปกว่านี้แม่ถึงอยู่กับพวกเจ้าโดยไม่เป็นราชินีชาววันยาร์แม่เป็นธิดาคนสุดท้ายของท่านตาตา ผู้ที่อิลูวาตาร์ พระเป็นเจ้าของพวกเราทรงสร้างมาหน้าที่ของแม่คือ ปกปักรักษาความเป็นโนลดอร์แล้วเจ้าก็คือชาวโนลดอร์ที่แม่รักที่สุดฟินเว โนลโดรัน…”

 

ประโยคจากคำกล่าวของมารดาผู้เป็นที่รักยิ่ง ราชาหนุ่มจึงรู้สึกผิดขึ้นมา

 

แม่ข้า…” ร่างเพรียวบางคุกเข่าลงด้วยความสงบ พร้อมกับกุมหัตถ์เรียวบางขึ้นมาจุมพิตอย่างทะนุถนอม

 

แม่ท่านเป็นผู้หญิงคนแรกที่ข้ารัก ท่านเป็นผู้ช่วยชีวิตข้าทำไม ข้าจะไม่รักท่านข้ารักท่านที่สุดเสมอมา นานแสนนาน ก่อนเราจะมาอยู่ที่นี่ก่อนที่ข้าจะเป็นผู้ปกครองโนลดอร์ก่อนจะแต่งงานกับมีริเอลหรือก่อนรับรักของมาห์ธัน..แม่อภัยเถิด…”

 

ฟานีเอลก็ระพึงว่า “ เจ้ามันอ่อนแอเสียจริงลูกรักเอาเถิด…”

 

นางประคองดวงพักตร์งดงามคมคายของพระโอรส แล้วจุมพิตกลางหน้าผากมน

 

เลิกเศร้า แล้วไปเข้าเฝ้าอิงเวกันเราขึ้นสู่ยังพระวิมานแห่งมหาเทพมานเวในยามราตรีที่จะถึงนี้ !”

 

ริมฝีปากบางของฟินเวตอบรับคำของพระมารดาแล้วเฟอานาโรน้อยได้รับพระพรจากองค์วาลาร์ทุกพระองค์ในพระวิมานบนยอดผาสูงทานิเควนทิล

 

ส่วนมาห์ธันถ้าหายโกรธแนร์ดาเนลน้อยแล้ว ข้าจะไปคุยกับเขา

 

~*~*~*~*~*~

 

ตอนนี้เน้นความสดใสของเด็กน้อยสามคนค่าาา รักแนร์น้อย กับองค์อิงวี่น้อยจังงง

เจ้าชายองค์น้อยชาววันยาร์จะมีบทบาท เมื่อพวกเขาโตกันแน่ๆค่ะ อาจจะให้จิ้นกับเฟอานอร์น้อย มั้งงง….ฮี่ๆๆๆ // อินดิสนี้ นางเข้าหาได้เริ่ดจริงกระแดะ -0-

ตอนหน้า องค์ฟินนี่ และแม่ฟานี่ จะได้ไปเข้าเฝ้ามหาเทพพพ ตื่นเต้นๆ >o<

บทเพลงของอินดิส ชื่อว่า The Sound Of Music ฟังที่นี่ค่าา

เป็นเพลงรักจากภาพยนตร์เรื่องเดียวกันจร้าาา ~!!!

https://www.youtube.com/watch?v=5fH2FOn1V5g

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s