Gallery

Silm Fic : The Gift of My King Part 14

 

 

 

Silm Fic : The Gift of My King Part 14

Pairing : Mahtan/Finwe , Little Feanor & Nerdanel

Rate : PG -13

Summary : ลอร์ดมาห์ธันตั้งใจประดิษฐ์ของขวัญชิ้นพิเศษถวายองค์ราชันย์โนลดอร์

ฟินเว องค์ราชาผู้งดงามของข้ารักที่เทิดทูนทั้งหัวใจ

 

แต่ข้าควรรักเจ้าหรือไร มาห์ธัน….

เพราะ ข้าไม่อาจลืมมีริเอลได้เลย

ขบวนเสด็จพยุหยาตราพร้อมแล้ว ทั้งราชสำนักแห่งนครทิริออนมุ่งหน้าสู่นครหลวงวันนารินอนแห่งภูผาทานิเควนทิล โดยองค์กษัตริย์พรายโนลดอร์ทรงประทับร่วมกับในราชรถเดียวกับพระราชชนนี ขณะที่เจ้าฟ้าชายเฟอานอร์น้อยกับพระพี่เลี้ยงแนร์ดาเนลต่างนอนหลับปุยอยู่ในที่นั่งด้านหลัง องค์ฟินเวทรงหันกลับไปมองกุมารกุมารีน้อยทั้งสองด้วยความเอ็นดูนัก

แนร์ดาเนลช่างน่ารัก ลูกดีใจที่นางมากับเรา”

เฮ้อ…” สตรีพรายในภูษาสีครามกอดพระอุระของนาง “ ลูกน้อยก็มา แถมพ่อของนางก็ขับม้าตามมาอีกแนะ”

ดวงตาสีเทาอมครามของฟินเวจึงหันไปยังช่องหน้าต่างของราชรถ ก็แลเห็นพรายหนุ่มสีแดงเพลิงขับอาชาสีเทาเคียงตามมากับราชรถที่ประทับ

มาห์ธันเจ้าคงอยากกลับไปหาภรรยาของเจ้ามากกว่ากระมัง

อัมเมข้ารู้สึกประหลาดพิกล”

ฟานีเอลถอนพระทัย “ แม่ก็รู้สึกเช่นนั้น ประหลาดจริง คราวนี้ไปยังทานิเควนทิล รู้สึกถึงว่า บางอย่างต้องเปลี่ยนแปลง…”

แต่ลูกสบายใจนะที่ได้เข้าเฝ้าเสด็จพี่อิงเวอีกครั้ง พระน้องนางอิงเวน แล้วก็ธิดาของนาง ป่านนี้คงเติบโตขึ้นมากแล้วกระมัง”

อาจจะใช่นางคงสวยงามทีเดียว”

ข้าจำได้นางชื่อ อินดิสขนิษฐบุตรีแห่งอิงเว…”

น่าแปลกทำไมข้าถึงรู้สึกคิดถึงนางขึ้นมา แม่หนูน้อยผมทองคนนั้น

ข้ายังจำได้ว่า นางเล่นกับข้าและมีริเอลในนครทิริออน เมื่อหลายปีก่อน

มีริเอลเองยังเคยป้อนขนมนางให้ข้าได้หัวเราะเลยนี่นา

~*~*~*~*~*~

ณ ท้องพระโรงแสนมโหฬารยิ่งแห่งกษัตริย์อิงเว มหาราชเจ้าแห่งชาวเอลดาร์

องค์ราชาเกศาสีทองสุกสว่าง พระฉวีวรรณขาวผุดผ่องรับกับอาภรณ์สีเหลืองทองเฉกเดียวกันและทรงมงกุฎอันประมาณค่ามิได้

เหล่าชาวโนลดอร์เกศาสีดำและสีน้ำตาลที่ตามเสด็จมาต่างถวายบังคม แม้แต่องค์ฟินเวและพระนางฟานีเอลยังทรงคมต่อมหาราชอิงเวและองค์ราชินีลินเด ผู้ทรงโฉม

จากนั้น ทุกพระองค์ต่างเสด็จไปในห้องรับรองราชอาคันตุกะ

เรามีความยินดียิ่งนักที่ราชาและราชชนนีแห่งนครทิริออน มายังนครของเราในครั้งนี้ทีเดียว…”

พรายหนุ่มเกศาดำแย้มสรวลเล็กน้อย “ หามิได้ พระเชษฐาแห่งข้า องค์อิงเว”

นั่นนะสิ น้องชาย มาให้เรากอดเถิด”

ฟินเวรับการสวมกอดด้วยน้ำมิตรไมตรีจากกษัตริย์พรายชาววันยาร์

แล้วก็พระนางอัมเมทารีแห่งทิริออน ยินดีที่ได้พบอีกครั้ง”

ดวงตาสีเทาเข้มสบสีไพลินสุกประกายใสของอีกฝ่าย

ยินดีที่ได้พบเพคะ ใต้ฝ่าพระบาท ทูลเกล้าแห่งเหล่าเอลดาร์”

ครั้นอิงเวจะยกพระหัตถ์ขึ้นมาเพื่อจุมพิต นางกลับเลี่ยงที่จะถอนสายบัวเสีย

แววเนตรของนางแสดงความนิ่งเฉยต่อจอมประมุขชาววันยาร์

ขณะที่ราชินีลินเดผู้มีเกศาทองเข้มกว่าพระสวามีกลับทรงเขินอายเล็กน้อย

องค์ฟานีเอลเพคะ ทรงลุกขึ้นเถิด”

หม่อมฉันถวายบังคม เพราะพระองค์ทรงเป็นพระประมุขของเหล่าพรายทั้งปวงเพคะ”

อัมเม…” ฟินเวรู้สึกไม่ค่อยดีนักนางยังดื้อดึงกับองค์อิงเวเสมอมา

แล้วเสียงทารกน้อยดังขึ้น พระนางฟานีเอลจึงบอกให้นางกำนัลอุ้มเจ้าชายพระองค์น้อยให้องค์อิงเวและลินเดเทวีได้ทอดพระเนตร

โอ้เฟอานอร์ราชกุมาร…” องค์อิงเวทรงรับทารกน้อยแล้วทรงอุ้มด้วยความเอ็นดูยิ่งนัก เพราะพระองค์มีพระทัยงดงามต่อเหล่าเด็กน้อยไร้เดียงสา

เขาเป็นทารกที่งดงามเหลือเกิน คล้ายคลึงเจ้ามาก ฟินเว”

ขอบพระทัยพระเจ้าค่ะ”

ราชินีลินเดทรงแย้มสรวล “ดีเหมือนกันเพคะ หม่อมฉันจะให้เขาได้รู้จักกับอิงวิออน ลูกของเราคงไปวิ่งเล่นกับแม่หนูอินดิสแล้วเพคะ”

น้องหญิงอิงเวนเล่า ไปไหนเสีย” องค์ราชาแห่งวันยาร์ถาม

นางบอกว่าจะไปเดินเล่นรอบนครเพคะ”

งั้นก็ดีแล้วล่ะ รออิงวิออนน้อยกับอินดิสมาแล้วกัน”

หลังจากนั้น องค์ราชาอิงเวก็ได้ทรงให้พระนางฟานีเอล และกษัตริย์หนุ่มผู้เป็นโอรสได้ประทับในห้องบรรทมกว้างใหญ่เพื่อการรับรองเป็นพิเศษ

ห้องนอนของหม่อมฉันยังไม่ใหญ่ถึงเพียงนี้เลย”

ฟินเวตะลึงงันเล็กน้อย เพราะห้องบรรทมมีเตียงบรรทมถึงสามเตียง เครื่องประดับตกแต่งที่งดงามล้วนแต่เป็นสีทองเปล่งประกาย และเครื่องดนตรีใหญ่นั่นคือ เปียโน กลางห้องบรรทมอีกด้วย!

เพื่อความสะดวกใจของน้องเรา และอัมเมทารีไงล่ะ”

ขอบพระทัยเพคะ แต่บางอย่างก็เกินความจำเป็นกระมัง”

ราชชนนีกราบทูลอย่างไม่ไยดี แต่กลับทำให้องค์ราชาหนุ่มผู้สง่างามยิ่งสรวล

ข้าขอย้ำว่าเพื่อความสบายใจของพวกท่านทั้งสอง และเฟอานาโรน้อยด้วย”

องค์ฟินเวคำนับอีกครั้ง “ ขอบพระทัยจริงๆ องค์อิงเว”

น้องเอ๋ย” พระราชาแห่งกษัตริย์วันยาร์ตบอังสา “ เราต่างเป็นกษัตริย์พรายรุ่นแรกของอาร์ดา โดยได้รับการประทานพรจากมหาเทพมานเว ซูลิโมแล้ว อย่าได้เกรงอกเกรงใจพี่เลยนะ ทำเนื้อทำองค์ตามสบายเถิด”

พระนางฟานีเอลทรงหยิบหนังสือมาอ่านในระหว่างรอพระกระยาหารในยามเย็น แต่ว่าองค์ฟินเว ผู้เป็นพระโอรสรู้สึกกระสับกระส่ายพิกลนักหนาบนเตียงบรรทมสีนวลทองแสนนุ่มนวล

อัมเมข้าอยากออกไปเดินเล่นได้ไหม”

รอมหาดเล็กขององค์อิงเวมาเรียกไม่ดีกว่าเหรอ”

ฟินเวส่ายเรียวพักตร์ไปมา “ ลูกอยากออกไปเดินเล่น ชมบรรยากาศของวังแห่งนี้ เผื่อว่าจะได้นำไปปรับปรุงในวังของเราได้บ้าง”

ก็ตามใจเถิด” นางไม่อยากขัดใจโอรสที่รักของนาง เมื่อราชาหนุ่มดำเนินออกจากห้องไปแล้ว พระนางจึงอุ้มเฟอานอร์น้อยมากอดแนบทรวง

ย่ารู้สึกประหลาดนักคล้ายกับว่า พ่อของเจ้าจะเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนหวังว่า มันไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้ จริงไหม เฟอานอร์”

นางจุมพิตกระหม่อมของทารกน้อย ดวงตาของเขาวาบวับเปล่งประกายถ้ามองลึกลงไป..มันเป็นแสงประกายของอัคคีที่มากกว่าใครจะมองได้

โอโอรสแห่งฟินเว หลานย่า…”

ฟานีเอลโอบทารกน้อยแนบแน่น ราวกับกลัวว่าเขาจะหายไปจากนาง

~*~*~*~*~*~

ในอุทยานแสนเงียบสงบของราชวังแห่งนครวันยารินอน พรายหนุ่มผมดำขลับ

นำร่างสูงของตนเองมาเดินมาบนถนนประดับศิลาขาว พลางชื่นชมไปกับธรรมชาติรอบกาย มองขึ้นไปยังเบื้องบน เขามองเห็นยอดภูผาสูงชันทานิเควนทิลองค์มานเวมหาเทพและองค์วาร์ดาเทวี มหาราชินีแห่งวาลาร์ทรงประทับเหนือบนผาสูงนั้นฟินเวต้องไปเข้าเฝ้าพระองค์อีกครั้งจริงหรือเมื่อคราวมีริเอลสิ้นชีพ พระองค์เพียงส่งสาสน์ให้เทพไมอาร์องค์หนึ่งนามว่า โอโลริน อัญเชิญพระนางมีริเอลไปอยู่ในอุทยานลอริเอนแสนงดงาม ก่อนนางจะลาไปสู่ท้องพระโรงแห่งเทพมัจจุราชมานดอสเท่านั้น

จนร่างสูงโปร่งของฟินเวดำเนินมาถึงเนินเขาเขียวขจีจนมองเห็นทิวภูผาแสนงดงามเบื้องพระพักตร์ได้พระองค์ก็ได้สดับเสียงเพลงอันไพเราะขึ้นมาเสียงของนางหวานไพเราะนักหนาปกติชาววันยาร์ร้องเพลงได้ไพเราะอยู่แล้วนี่นา

นางเป็นใครกัน

ใครกัน

ใคร

ดวงตาสีเทาอมครามส่องประกายดังดวงดารา แลเห็นสตรีร่างสูงสง่า เรือนเกศาสีทองของนางสะบัดโบกตามสายลมยาวสลวยราวกับคลื่นแห่งมหาสมุทรแสนห่างไกล ผิวพรรณของนางเป็นสีขาวผ่องงามละเอียดลออนักภูษาของนางก็เป็นสีชมพูงามละมุนตาสลับสีขาวจีบระบายราวกับดอกไม้แรกแย้มงดงามราวกับพระแม่วานาเทวี ผู้ทรงสิริโฉมด้วยบุปผาพรรณแสนตระการตา นางกำลังร้องเพลงพร้อมกับดำเนินไปมาด้วยความสุขใจยิ่งนักฝีบาทของนางขาวผุดผ่องรับกับพิ้นหญ้าสีเขียวอ่อนที่นางดำเนินอยู่

นี่เขาจะทำตัวคล้ายคลึงองค์เทพโอโรเม จอมพรานแห่งคณะเทพวาลาร์พระสวามีที่มองดูพระนางด้วยความชื่นชมหรืออย่างไร

เสียงหวานสดใสของนางก็ขับร้องอย่างไพเราะเข้าถึงหัวใจของฟินเวโดยพลัน

The hills are alive with the sound of music.
With songs they have sung for a thousand years.
the hills fill my heart with the sound of music.
My heart wants to sing every song it hears.

My heart wants beat like the wings of the birds that rise from the lake to the trees.
My heart wants to sigh like a chime that flies from the church on a breeze.
To laugh like a brook when it trips and falls over stones on its way.
To sing through the night like a lark who is learning to pray.

I go to the hills when my heart is lonely
I know I will hear what I’ve heard before
My heart will be blessed with the sound of music And I’ll sing once more

เมื่อนางหยุดร้องเพลงแสนสดใสของนางแล้ว พรายสาวก็แลเห็นร่างสูงโปร่งที่กำลังยืนท่ามกลางหมู่ไม้ไม่ห่างจากนางในที่สุดนางก็ถามจนได้

ท่านเป็นใครหรือบุรุษใช่ไหม”

ใช่…” พรายหนุ่มเกศาสีรัตติกาลตัดสินใจเดินออกจากหมู่ไม้มาแล้วเดินมาเบื้องหน้าของนาง แล้วนางก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเขามีรูปโฉมที่งดงามยิ่งนัก ถึงเขาจะไม่มีเกศาสีทองสุกสว่างก็ตาม ใบหน้าของเขางดงามคมคายนักหนา มากกว่าบุรุษเกศาสีรัตติกาลผู้ใดที่นางเคยพบ และดวงตาสีเทาอมครามสีเทาอมครามเปล่งประกายจ้าเหมือนเคยที่ไหนมาก่อน

เจ้าร้องเพลงได้ไพเราะมากเลยจนข้านึกว่าเป็นพระแม่วานาเทวีเสด็จมาด้วยพระองค์เองกระนั้นอีก…”

นางค้อมศีรษะงดงามของนางด้วยความเคารพ

แล้วท่านก็หาใช่ องค์เทวาโอโรเมแห่งพงไพรผู้ติดตามพระชายาของพระองค์หรอกหรือคะ”

เออข้าไม่อาจทันเทียมพระองค์ได้หรอก”

ฟินเวยังจำสายพระเนตรสุกปลั่งสีพงพนาแห่งมหาเทวะองค์นั้นได้ดียามที่พระองค์ทรงเลือกเขาให้เป็นผู้นำชาวโนลดอร์ มายังอาณาจักรวาลินอร์แห่งทวีปอามัน

ข้าเหมือนกันแหละค่ะ ข้าหาใช่พระนางวานาเทวีไม่”

ยามดวงตาของทั้งสองฝ่ายประสบพบกันแล้ว

ดวงใจของทั้งสองก็เต้นสั่นเป็นจังหวะ

ราวกับว่า อาร์ดาจะหยุดนิ่งไปเสีย

ถ้าไม่ได้ยินเสียงของเด็กผู้ชายหน้าตาน่ารักอีกคนหนึ่งเรียกจากเนินเขาอีกลูกหนึ่ง

พี่หญิงๆ กลับเข้าวังได้ยัง กลับกันเถอะ”

โอ…” พรายสาวอุทาน “ ข้าขอลากลับบ้านก่อนนะคะ ไว้พบกันใหม่…”

เมื่อร่างสูงระหงวิ่งจากลาไป ฟินเวก็มองยังแผ่นหลังของนางจนลับสายตาแห่งชาวเอลดาร์ฟินเวก็รู้สึกประหลาดขึ้นมาในอกเหมือนกับที่เคยรู้สึกกับมีริเอลไม่สิ

อาจจะรู้สึกมากกว่านั้นเคยพบกันที่ไหน

แล้วยามราชาหนุ่มชาวโนลดอร์กลับมา เขาก็รู้สึกประหลาดใจนักหนา

จนได้ยินเสียงทุ้มกังวานแสนคุ้นเคยของมาห์ธัน เขาก้าวตามหลังมาด้วยความห่วงใย

ทูลหม่อมที่รัก เสด็จไปไหนมาหรือ”

ดวงตาสีเทาอมครามมองยังใบหน้าคมสันของมาห์ธัน ด้วยความรู้สึกเขินอาย

ราวกับว่า มาห์ธันเป็นสหายคนใหม่เสียอย่างนั่น

ข้าแค่ไปเดินเล่นตรงเนินเขาทางนั้นเอง…”

พรายหนุ่มเกศาแดงเพลิงได้ทีสวมกอดร่างโปร่งแนบอก

กระหม่อมเป็นห่วงพระองค์ รู้ไหม กระหม่อมเพิ่งพาแนร์น้อยไปเยี่ยมแม่อิสตานีของนาง นางยินดีให้กระหม่อมอยู่กับท่าน และลูกสาวอยู่กับองค์เฟอานอร์น้อยต่อไปนานๆเลยรู้หรือไม่ ”

มาห์ธันได้ทีจุมพิตหน้าผากนวลขององค์ราชาหนุ่ม

งั้นหรืองั้นหรือ…”

นิ้วเรียวของรั้งเรียวต้นแขนกำยำของมาห์ธันให้ห่างจากตนเอง

ทูลหม่อมแก้วเป็นอะไรหรือ”

มาห์ธันกลับเชยเรียวคางมนอีกครั้งด้วยความกังวลใจ

เปล่าหรอกข้าขอกลับไปพักดีกว่าแล้วพบกัน”

ดวงตาสีมรกตของมาห์ธันจับความผิดปกติได้บางอย่างอาการขององค์ฟินเวเหมือนเหมือนเด็กหนุ่มที่อยู่ในห้วงวารีแห่งความรักแรกอีกครั้ง

องค์ฟินเวทรงไปพบอะไรมา

~*~*~*~*~*~

เพิ่มเติมในส่วนตำนานนะคะ

  1. องค์วานาเทวี ที่ฟินเวรู้สึกถึงคือ เทพีวาลาร์พระองค์หนึ่ง พระนางเป็นพระขนิษฐาแห่งองค์ยาวันนาเทวี ผู้สร้างพืชพรรณ พระนางวานาทรงสร้างดอกไม้สวยงามและบทเพลงอันไพเราะ มีฉายาว่า “ เทพีแห่งความเยาว์นิรันดร์” พระนางเป็นพระชายาแห่งเทพโอโรเม เทพจอมพรานผู้สง่างามและเทพแห่งพงไพร ผู้ค้นพบเหล่าเอลฟ์ที่ทะเลสาบคุยเวนิเอเนน ครั้งบรรพกาล
  2. ชาววันยาร์ เป็นเผ่าพันธุ์ที่มีฐานะสูงกว่าชาวโนลดอร์ โดยที่พระเจ้าอิงเวทรงดำรงศักดิ์เป็น มหากษัตริย์แห่งชาวเอลดาร์ของพิภพ จากการแต่งตั้งโดยมหาเทพมานเวด้วยพระองค์เอง ชาววันยาร์มีเกศาสีทอง และรูปร่างสูง
  3. ชาววันยาร์กับชาวโนลดอร์ได้ร่วมกันสร้างนครของพวกตนขึ้นในช่องเขาคาลาเคียร์ยามีชื่อว่า นครทิริออนแต่ต่อมาพวกวันยาร์หลงใหลในแสงของทวิพฤกษาแห่งอาณาจักรวาลินอร์จึงพากันละทิ้งนครทิริออน ไปตั้งถิ่นฐานอยู่ที่เชิงเขาทานิเควทิลซึ่งเป็นขุนเขาที่ตั้งพระราชฐานของมหาเทพมานเวกับมหาเทพีวาร์ดาผู้โปรดปรานชาววันยาร์มาก เพราะชาววันยาร์มีจิตใจอ่อนโยน เชี่ยวชาญในการประพันธ์บทลำนำและกวี ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของมหาเทพทั้งสองมาก

แหะๆ องค์ฟินเวกำลังเจอรักใหม่ซะแล้วช่วยมาร์ตี้หน่อยเถิด…T^T

อีกไม่กี่ตอนก็จะจบแล้วค่ะ นานาจะเขียนตำนานเฟอานอร์ยามเป็นหนุ่มได้แล้ว

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s