Gallery

Silm Fic : The Gift of My King Part 12

 

Silm Fic : The Gift of My King Part 12

Pairing : Mahtan/Finwe , Little Feanor & Nerdanel

Rate : PG -13

Summary : ลอร์ดมาห์ธันตั้งใจประดิษฐ์ของขวัญชิ้นพิเศษถวายองค์ราชันย์โนลดอร์

ฟินเว องค์ราชาผู้งดงามของข้ารักที่เทิดทูนทั้งหัวใจ

 

แต่ข้าควรรักเจ้าหรือไร มาห์ธัน….

ทิศเหนือที่อยู่ห่างไกลจากนครทิริออน ผ่านม่านเมฆาสีขาวงามสล้างจนถึงเทือกเขายาวเหยียดและมีความศักดิ์สิทธิ์นามว่า “ เพโลริ ” ซึ่งเป็นวิมานแห่งมหาเทพราชามานเว เบื้องล่างแห่งยอดภูผาทานิเควทิลอันสูงที่สุดในพิภพอาร์ดา คือ นครแห่งชาววันยาร์เผ่าพันธุ์พรายซึ่งมีความงดงามและสูงส่งเหนือกว่าพรายโนลดอร์ หากว่ามีจำนวนน้อยกว่า พวกเขาอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขภายใต้การปกครองของพระเจ้าอิงเวมหาราช ผู้ทรงเป็นมหาราชาแห่งเอลดาร์ทุกผู้ทุกนาม

ร่างสูงเพรียวร่างหนึ่ง เรือนเกศาทองหยักศกสุกสว่างสะบัดไปตามสายลมกำลังวิ่งแข่งกับเหล่าสหายสาวของนาง นางมีฝีบาทงดงามและว่องไว จนสหายของนางตามวิ่งแทบไม่ทันเลย

องค์หญิงเพคะ องค์หญิงเพคะ รอด้วย!”

ฮ่าๆ พวกเจ้าวิ่งตามข้าไม่ทันเองนะ”

พรายสาวนางนี้ย่อมได้เปรียบกว่าเป็นธรรมดา เพราะนางมีร่างกายแข็งแรง สูงใหญ่เทียบเท่าบุรุษ ดวงพักตร์ของนางเรียวกลมได้รูป และรอยยิ้มของนางก็มีแต่ความร่าเริงให้กับผู้ที่อยู่รอบข้างของนาง จนกระทั่งสตรีพรายอีกนางหนึ่งทักเรียก

อินดิส! อินดิส! กลับเข้าวังเถิด”

ดวงตาสีฟ้าสดใสดังสายน้ำไหลในลำธารของนางจึงมองขึ้นไปยังหน้าต่างก็พบว่าผู้เรียกนั้นคือ “ มารดาของนาง”

ทูลหม่อมแม่เพคะ ลูกอยากวิ่งเล่นอีกต่อนี่นา”

ผู้เป็นพระมารดาย้ำอีกครั้ง “ ทูลหม่อมลุงอิงเวต้องการพบเจ้า”

ในเมื่อเป็นพระราชโองการขององค์กษัตริย์แห่งวันยาร์ผู้เป็นทูลหม่อมลุงของนาง

อินดิสคนนี้จะขัดได้เช่นไรเล่า

ร่างระหงในชุดสีฟ้าสดใสจึงดำเนินมาพร้อมกับมารดาภายในห้องทรงดนตรีของพระมาตุลา ร่างสูงงามสง่ายิ่งนักในอาภรณ์สีขาวและทองสลับลายอย่างวิจิตร พระเกศาทองสุกสว่างดังพฤกษาเลาเรลินฉายรัศมีทั่วทั้งอาณาจักรวาลินอร์ยาวเหยียดเลยวรองค์งามสง่าทำให้ทรงงดงามจนประชาชนต่างบอกว่า พระองค์ทรงเป็นวรลักษณ์จำแลงแห่งมหาเทพมานเวเป็นแน่แท้ บุรุษหนุ่มผู้เป็นราชาสง่าองค์กำลังทรงบรรเลงพิณฮาร์ปทองคำดังเสนาะไพเราะ

พระภาคิไนยสาวหรือหลานลุงของพระองค์ผู้มีนามว่า อินดิส เองก็มีความงดงามได้รับมาจากทูลหม่อมลุงของนางเช่นเดียวกัน จนนางดูสมเป็นพระราชธิดาของพระองค์มากกว่าเสียอีก

ถวายบังคมเพคะ ทูลหม่อมลุง” ร่างระหงของอินดิสถอนสายบัวลงกับพิ้นศิลาขาวอย่างนอบน้อม องค์ราชาอิงเวจึงทรงละพระองค์จากฮาร์ปทองล้ำค่า

เพื่อดำเนินมาประคองพระภาคิไนยของพระองค์แล้วทรงโอบด้วบความรัก

เจ้ามาก็ดีแล้ว ลุงมีเรื่องไม่สบายใจกับบุคคลหนึ่ง…”

เกี่ยวกับใครหรือเพคะ” เจ้าหญิงอินดิสรับสั่งถาม

องค์ราชาผู้สูงศักดิ์กระแอมในพระศอเล็กน้อย “ องค์ฟินเว กษัตริย์พรายแห่งโนลดอร์ สูญเสียองค์ราชินีไปเสียแล้ว หลังจากการประสูติกาลของพระราชโอรสองค์แรกช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจยิ่งนัก”

องค์ฟินเวเสียราชินีไปแล้วหรือโอองค์ฟินเวพี่หญิงมีริเอลพี่หญิง

เจ้าหญิงพรายผู้มีนามว่า อินดิส ถอนพระทัยให้แก่องค์เอง ดวงเนตรสีน้ำเงินใสแสดงถึงความทรงจำเก่าๆที่ผ่านมาตอนนั้น นางยังเยาว์นัก เป็นเพียงเด็กหญิงที่วิ่งเล่นอยู่ในนครทิริออน ซึ่งปัจจุบันนี้เป็นนครของชาวโนลดอร์ เผ่าพรายผู้มีเกศาสีเข้ม

ร่างเล็กในชุดสีขาวที่กำลังเติบโตเข้าใกล้วัยแรกสาววิ่งเล่นอยู่ในสนามหญ้ากว้าง ปรากฎให้เห็นชัดเจนว่า นางมีเรือนผมสีทองยุ่งเหยิง แต่นางก็ก้าวพลาดและเกือบจะล้มลงกับพิ้น

ถ้าไม่ได้พรายหนุ่มคนนั้นช่วยเอาไว้

พรายหนุ่มผู้นี้ช่างสง่างามนักในสายตาของเด็กหญิงเช่นนาง

เรือนเกศาสีดำขลับยาวล้อมรอบใบหน้าเรียวมน หน้าผากขาวเกลี้ยงเกลาราวกับหิมะในยามแรกแห่งฤดูหนาวและดวงตาสีเทาอมครามสุกสว่างดังท้องฟ้ายามสนธยาใกล้มาถึงราตรีพร่างพรายดวงดาวเด็กหญิงร่างบางก็หน้าแดงอย่างอธิบายไม่ถูก

เจ้าไม่เป็นไรแล้วนะ อินดิสน้อย”

อือมค่ะ…” เด็กหญิงพยักหน้ารับ

เขาลูบศีรษะของนางด้วยความเอ็นดูเหมือนดังพี่ชายสอนน้องสาว

ระวังหน่อยนะ พิ้นหญ้าจะทำให้เจ้าลื่นง่าย”

สตรีพรายร่างแบบบางอีกนางหนึ่งก็เดินมาหาพวกเขา

ฟินเวโอ้แม่หนูอินดิส ข้าตามหาเจ้าตั้งนานแนะ”

เด็กหญิงเกศาทองได้รับการโอบกอดจากสตรีพรายชาวโนลดอร์ผู้นี้ แล้วนางก็ตอบว่า

หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ ราชินีมีริเอล”

อีกฝ่ายก็หัวเราะใส “ บอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกว่า พี่มีริเอล มาเรียกพี่เหมือนนางกำนัลได้อย่างไรเนี่ย”

พรายหนุ่มฟินเวก็สรวลตาม “ น้องนางเกรงใจเจ้าไงเล่า ”

มีริเอลก็ส่ายเรียวพักตร์ไปมา แล้วโอบไหล่บางของอินดิสน้อย

ไปช่วยพี่ทอผ้าดีกว่าไหมจ้ะ”

แต่เด็กหญิงก็ส่ายหน้า เพราะนางไม่ชอบทำงานอยู่กับที่

หม่อมฉันอยากไปวิ่งเล่น รอทูลหม่อมลุงดีกว่า”

พรายหนุ่มเกศาดำสนิทก็จับเรียวมือเล็กของเด็กหญิง พลางฉายรอยยิ้มบนริมฝีปากบาง แล้วอินดิสน้อยก็รู้สึกว่า ไออุ่นจากเรียวหัตถ์ของฟินเว ทำให้นางเขินมาก

งั้นไปวิ่งกับข้าอีกรอบไหมล่ะจ้ะ”

เอ่อ…”

มีริเอลก็เป็นฝ่ายสรวลบ้าง “ งั้นเราสามคนวิ่งแข่งกัน ใครจะไปถึงก่อน วิ่งไปจนถึงกำแพงฝั่งตะวันตกเลยนะ”

ตามบัญชา มีริเอลที่รัก” แล้วฟินเวก็ได้ทีหอมแก้มนวลของนาง

นางก็ได้ทีตบหลังของสามีหนุ่มและเพื่อนรักของนางด้วยความหยอกเล่น

เกินไปแล้วน่า มาเถอะ น้องหญิงอินดิส มาวิ่งกันเร็วเข้า!”

เพคะ วิ่งไปด้วยกันเลย”

ในยามนั้น เหล่ามหาดเล็กและนางกำนัลต่างก็พากันงุนงง เมื่อได้แลเห็น พรายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เกศาสีรัตติกาลปลิวสะบัดตามสายวายุ เช่นเดียวกับพรายสาวผู้มีเกศาเงินยวงและเด็กหญิงที่ยังไว้ผมสั้นยาวระคอ วิ่งไปด้วยกันบนทางลาดยาวแห่งวังสีขาวส่องประกายดังหิมะตระการตา

เจ้าหญิงอินดิสพยายามกลั้นน้ำตาไหล เมื่อครั้งนางยังเยาว์ นางเป็นสหายเล่นขององค์ราชาหนุ่มรูปงามพระองค์นั้นนามว่า “ ฟินเว” และราชินีสาวพระนามว่า “ มีริเอล” ผู้ที่ได้รับการยกย่องว่ามีฝีพระหัตถ์ในการถักทอภูษาปักได้ยิ่งกว่าสตรีใดในหมู่ชนแห่งนั้น นางเป็นธิดาของพระขนิษฐาแห่งพระเจ้าอิงเวมหาราชของเหล่าพรายในนครวาลินอร์ หลังจากที่ราชาอิงเวได้เสด็จย้ายถิ่นฐานจากนครทิริออนมายังนครวันยารินอนแห่งนี้ เชิงภูผาทานิเควนทิลซึ่งเป็นที่ประทับแห่งองค์มหาเทพมานเวเสียก่อน

อินดิสยังจำรอยยิ้มกว้างขององค์ฟินเวและเสียงเพลงของมีริเอลได้

พี่หญิงมีริเอลไม่ทำไมท่านต้องจากองค์ฟินเวไป

หลานสาวข้า ” องค์อิงเวรับสั่งด้วยความประหลาดพระทัย “ เศร้าใจใช่ไหม…”

เพคะ ทูลหม่อมลุง หม่อมฉันยังจำได้ว่ายังเคยเล่นกับองค์ฟินเวและราชินีอยู่ในเวลานั้นไม่นานเลย…” น้ำตาหยดหนึ่งออกจากเรียวเนตรของอินดิส

องค์กษัตริย์รำพึงแผ่วเบา โดยหันพระเนตรสีน้ำเงินสดใสไปยังนอกพระแกลกว้าง

ลุงกำลังคิดจะส่งสาสน์แสดงความไว้อาลัยไปแล้วล่ะต่อฟินเวและฟานีเอลเสียด้วย…”

พระนามหลังทำให้องค์ราชาอิงเวส่ายพระพักตร์แช่มช้า

แม่นางฟานีเอล ผู้ปฏิเสธการร่วมวิวาห์จากข้า

เอาเถิด เราควรชวนองค์ฟินเวพร้อมกับครอบครัวของเขามาที่นี่ดีไหมเล่า…”

อะไรเพคะ ทูลหม่อมแม่” เจ้าหญิงอินดิสถามขึ้น

แม่ว่าเช่นนั้น องค์ฟินเวจะได้สบายพระทัย และทูลหม่อมพี่ก็ควรปรึกษาเรื่องนี้ต่อองค์มหาเทพมานเวของเราอีกครั้งเพคะ”

ดวงเนตรสีครามมองพระขนิษฐาองค์เดียวอย่างชั่งใจ

ตามนั้นเถิด อิงเวน น้องนางแห่งข้า”

~*~*~*~*~*~

ตลอดทั้งวันข้าราชบริพารทั้งหมดก็มาเข้าเฝ้ากันพร้อมหน้าพร้อมตา

ยกเว้นเพียงแต่มาห์ธันเขาคงน้อยใจข้ากระมัง

ราชาหนุ่มแห่งนครทิริออนถอนพระทัยให้แก่กองเอกสารหนาแน่นบนโต๊ะ จนกระทั่งได้ยินเสียงพิณพรายฟังไพเราะ พร้อมกับเสียงละมุนที่เอื้อนเอ่ย


ศิระงามได้รูปยิ่งเหมราชเกลี้ยงเกลา
เกศาเฉลาลักษณ์ดำขลับดังการเวก
นัยนากลมเกลี้ยงดังดวงตาสกุณาริมธารา
ระบายทาด้วยเกษียรขาวประดับดวงแด

ใครน่ะ…” พรายหนุ่มดำเนินไปยังนอกห้องทรงงาน ดวงเนตรสีครามอมเทาก็แลเห็นพรายหนุ่่มอีกคนหนึ่งที่ไม่ใช่มาห์ธัน เพราะเขามีเรือนเกศาสีดำยาวสลวยเกล้ามัดด้านหลังตามผองพันธุ์พรายโนลดอร์เช่นเดียวกับองค์ฟินเว ดวงเนตรของเขาวาววับภายใต้ขนตาเรียวงอนสะบัดปลายคล้ายกับอิสตรี ไม่สิต่อให้สตรียังต้องชื่นชมว่าเขามีสายตาที่ดูเย้ายวนใจมากมายเขากำลังถือพิณสามสายและดีดมันอย่างไพเราะยิ่ง ริมฝีปากเรียวอิ่มพร้อมกับขับขานบทเพลง อาภรณ์สีน้ำตาลอ่อนของเขายาวละเมียดละไมแสดงถึงความงามสมเป็นนักภาษาและการดนตรี

ถวายบังคม องค์กษัตราแห่งดวงใจข้า”

เขาคำนับลง แล้วนำมือขวาแตะทรวงอกบางของตน

ฟินเวพ่นลมหายใจช้าๆ “ ท่านรูมิล ท่านมาหาข้าแล้วหรือไม่ต้องชมโฉมข้าก็ได้นี่นาเฮ่อออ”

พรายหนุ่มผู้นี้มีนามว่า รูมิล จอมปราชญ์แห่งชาวโนลดอร์ และเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรในภาษาเควนยาให้ใช้กันอย่างเป็นที่แพร่หลาย แถมเป็นกวีที่มีความปราดเปรื่องยิ่งนักจนแม้แต่ฟินเวเองยังยอมในความสามารถของเขา


พระปรางผ่องดังแท่นแก้วละไม

สุกใสสว่างดังผการะบายทา
เรียวโอษฐางามพริ้มพรั่งดังปทุมา

มธุรสาหวานละลิ้มละมุนใจ

คราวนี้ พรายหนุ่มถึงกับปัดเรียวหัตถ์ไปมา “ พอเถิดๆ ข้าไม่คิดว่าตัวเองจะงดงามอะไรขนาดนั้นเจ้าไปชมโฉมสตรีชาววังคนอื่นๆจะดีกว่า”

ริมฝีปากได้รูปสวยของลอร์ดรูมิลยิ้มเยาะ

สำหรับเกล้ากระหม่อมแล้ว ไม่มีบุรุษหรือสตรีชาวโนลดอร์ผู้ใดจะมางดงามได้เท่าองค์ฟินเว ราชันย์แห่งนครทิริออนผู้นี้…”

ร่างสูงโปร่งของลอร์ดรูมิลเข้ามาประชิดใกล้ ส่วนสูงของเขาน้อยกว่าฟินเวเพียงเล็กน้อย แต่ก็มากพอที่จะทำให้ริมฝีปากของเขาใกล้จะประชิดกระหม่อมของอีกฝ่ายได้ราชาหนุ่มก็ดำเนินหนีทันที

ขออภัยเถิดข้าไม่อาจรับการเกี้ยวพาราสีของเจ้า แต่กลอนที่ร้องให้ฟังเมื่อครู่นี้ ไพเราะมาก ข้าจะจดบันทึกเก็บไว้”

รูมิลก็เป็นฝ่ายถอดใจบ้าง “ กระหม่อมรู้รับทราบดีพระองค์กับลอร์ดมาห์ธันเป็นคนรักกันไปแล้ว แถมบุตรีของเขาได้ดูแลพระโอรสของพระองค์”

ข้าต้องการให้เจ้าไปสอนหนังสือนางและช่วยดูแลเฟอานอร์น้อยของข้า เพราะข้าเชื่อถือในความสามารถของท่าน ทั้งเรื่องภาษาศาสตร์ดนตรีการ ข้าขอมอบให้ท่านดูแลแนร์ดาเนล ธิดาแห่งมาห์ธัน กับเฟอานอร์ โอรสแห่งมีริเอลผู้ลาลับไปดีกว่ามาแต่งกลอนชมหน้าตาของข้า…”

พรายหนุ่มผู้มีศักดิ์ต่ำกว่าจึงยอมคำนับลง หัวใจของเขาก็เหมือนจะบิ้ดไปเล็กน้อย

เสียดายจริงๆ ข้าอุตส่าห์ตั้งใจนิพนธ์กวีนี้เชียวนะองค์ราชาไม่ตอบรับน้ำใจของข้าข้าควรจะสารภาพรักต่อทูลหม่อมให้เร็วกว่ามาห์ธันเอาเถิด รอจังหวะดีๆ

ข้าจะให้บทเพลงของข้า ทำให้พระทัยอ่อนกับข้าเอง

แอ้ๆแอ้ๆ”

เสียงทารกน้อยดังก้อง ทำให้กษัตริย์หนุ่มยิ้มพราย

ลูกข้าคงตื่นแล้ว”

ให้กระหม่อมตามไปชมเจ้าฟ้าชายเฟอานอร์ได้หรือไม่”

ได้…” ฟินเวรับสั่ง เมื่อเห็นแววตาสีเทาอ่อนของรูมิลแสดงความมุ่งมั่น

งั้น เจ้าก็เดินตามข้ามาเถอะ”

กษัตริย์พรายชาวโนลดอร์ดำเนินไป โดยที่รูมิลต้องตามให้ทัน เพราะเขาถือพิณมันช้าเกะกะเฉยเลย

~*~*~*~*~

เปิดตัว หนุ่มคนใหม่ที่จะมาแทรกความรักของฟินนี่และมาตี้คุงนิดๆค่าาา

แล้วสาวน้อยอินดิสล่ะนางจะมาทำอะไรกับองค์ฟินเวฟินเว้เสน่ห์แรง~

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s