Gallery

Silm Fic : The Gift of My King Part 3

Silm Fic : The Gift of My King Part 3

Pairing : Mahtan/Finwe

Rate : PG -13

Summary : ลอร์ดมาห์ธันตั้งใจประดิษฐ์ของขวัญชิ้นพิเศษถวายองค์ราชันย์โนลดอร์

ฟินเว องค์ราชาผู้งดงามของข้ารักที่เทิดทูนทั้งหัวใจ

นายช่างหนุ่มกลับสู่เคหาสน์ของตน เมื่อเหล่าผู้รับใช้ทั้งหลายมาต้อนรับแล้ว ตามด้วยเสียงหัวเราะของเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งมารับเขา

อตาร์จ๋า ( พ่อ ) อตาร์มาแล้ว”

พรายสาวตัวน้อยวัยย่างเข้าสี่ขวบวิ่งมาในอ้อมกอดแข็งแกร่งของผู้เป็นบิดา

แนร์สุดสวยของพ่อ”

มาห์ธันหอมแก้มแดงนิ่มของลูกสาวดังฟอด

อยู่กับท่านแม่เป็นอย่างไรบ้างจ้ะ”

ดีค่ะ” เด็กหญิงตัวน้อยตอบเสียงใส “ อัมเมบอกว่าจะให้หนูไปเรียนที่สำนักของท่านอาจารย์รูมิลแล้วด้วย”

ฮ่าๆ” มาห์ธันหัวเราะ แล้วเขาก็หันมาสบดวงตาเทาอ่อนของสตรีพรายผู้เป็นภรรยา

ดวงพักตร์งดงามออกแนวขรึมนิ่งแสดงความสุขุมละเอียดอ่อน นางอยู่ในชุดสีน้ำตาลเข้มปลายขลิบสีขาว เรือนผมสีน้ำตาลปนสีทองสุกสว่างปกเรียวไหล่คล้ายของสวามี

อิสตานี ข้าดีใจยิ่งนักองค์ฟินเวทรงกลับมาว่าราชการแล้ว”

เช่นนั้นหรือ มาห์ธัน” พรายสาวยิ้มเล็กน้อย “ ดีแล้วล่ะ ข้าก็นึกว่าพระองค์จะเศร้าสลดพระทัยอยู่เช่นนั้นอีกนานเลย”

แนร์น้อยยิ้มแป้น เขย่าไหล่ของบิดาไปมา “ อตาร์ๆหลังทานอาหารแล้ว ท่านสอนหนูพับกระดาษนะคะ”

ได้อยู่แล้ว แนร์น้อยของพ่อ” มาห์ธันหอมแก้มบุตรสาวด้วยความชื่นใจ

ดังที่กล่าวไปตอนต้นว่า มาห์ธันนั้นเป็นพรายหนุ่มที่ไม่ต่างจากองค์ราชาฟินเว นั่นคือ ทั้งสองต่างสมรสและมีบุตรแล้ว มาห์ธันนั้นสมรสเร็วกว่ากษัตริย์ของตนเล็กน้อย เพราะเขานั้นจะเทิดทูนองค์ฟินเวในหัวใจ แต่เขาก็มีความต้องการความรักและความงดงามของสตรีเพศเป็นเรื่องปกติของบุรุษเขาประทับในความงามและสติปัญญาของอิสตานี นางเป็นสตรีพรายที่มีมารดาชาวโนลดอร์และบิดาชาววันยาร์ พี่ชายของนางรับราชการเป็นเสนาบดีหนุ่มของราชาอิงเว มหาราชาแห่งชาววันยาร์ ซึ่งเป็นสหายที่องค์ฟินเวเคารพนักหนา เพราะว่าอิงเวนั้นมีอำนาจและเดชามากกว่ากษัตริย์หนุ่มโนลดอร์ หลายครั้งที่อิสตานีเองก็เห็นว่าฟินเวนั้นยังเยาว์วัยและไม่เหมาะสมต่อทำหน้าที่จอมเหนือเกล้าของเหล่าโนลดอร์ผิดกับมาห์ธันผู้เป็นสามีนัก..แต่นางก็ระลึกถึงราชินีมิรีเอลไม่ต่างกัน

มาห์ธัน ท่านห่วงใยองค์ฟินเวมากหรือ”

ร่างระหงของอิสตานีนั่งลงบนพรม ขณะที่มองสามีและธิดาของนางเล่นพับกระดาษเป็นรูปต้นไม้ ดอกไม้และสัตว์ต่างๆ

ข้าเป็นห่วงองค์ฟินเวเหลือเกิน ทำไมพระนางมีริเอลต้องเลือกความตายด้วยแล้วเขาต้องเศร้าถ้าเจ้าเห็นทูลกระหม่อมทรงอุ้มทูลหม่อมน้อยเจ้าก็อาจจะเสียใจได้เช่นกัน…”

เฮ้อข้าว่า ท่านอ่อนไหว ท่านใส่ใจกับความรู้สึกของทูลหม่อมมากไปพระองค์มิเป็นไรมากท่านอย่าลืมสิว่า พระองค์มีพระมารดาอยู่แล้วพระนางฟานีเอล…”

พรายหนุ่มร่างใหญ่ส่ายหน้าไปมา

ข้าไม่ได้อ่อนไหวนะ แต่ข้าห่วงใยทูลหม่อมแก้ว และพระโอรสองค์น้อยที่อาจเป็นผู้เดียวที่เติบโตมาโดยไร้มารดาเพียงคนเดียวในวาลินอร์ อิสตานี เจ้าก็เป็นแม่ของลูกสาวของเรานะ เจ้าย่อมทราบ”

ท่านพ่อ บ่นอะไรเหรอ” แนร์น้อยเงยหน้าขึ้นจากกระดาษสีเขียวของนางซึ่งนางพยายามตัดให้เป็นต้นไม้เล็กๆ

แนร์น้อยของพ่อ อีกไม่นาน พ่อจะพาเจ้าไปเข้าเฝ้าทูลหม่อมฟินเวและก็องค์ทูลหม่อมน้อยเฟอานอร์ เจ้าจะเป็นพี่เลี้ยงของเขานะลูก”

พี่เลี้ยงคืออะไรคะ”

พรายผู้ดูแลทารกน้อยจ้ะ”

แนร์น้อยขึ้นมานั่งตักกว้างของบิดา “ แล้วเฟอานอร์เขามีหน้าตาเป็นอย่างไรคะ”

ยังทรงอยู่ในเปลน้อยอยู่เลยลูก แต่ว่าพระพักตร์งดงามน่ารักมากคล้ายคลึงองค์ฟินเวงดงามดังเทพบุตร…” ประโยคหลัง มาห์ธันพยายามกระซิบให้แก่ตนเอง

เขาก็ไม่ได้ต้องการนอกใจอิสตานี แต่ว่าหัวใจในยามนี้ของเขาเขาสัมผัสมันได้ว่า หัวใจต้องการใกล้องค์ฟินเว เพราะว่าอิสตานีนั้นเป็นสตรีใจแข็งและนิ่งเฉยต่อภาวะเกี้ยวพาราสีของหนุ่มสาวไปแล้วหลังจากที่แนร์น้อย ธิดาของทั้งสองกำเนิด

ท่านจะให้แนร์น้อยของเราเป็นพี่เลี้ยงขององค์ชายน้อยผู้นั้นหรือ”

มาห์ธันลูบผมสีแดงเข้มที่เหมือนกับตนเองของธิดาน้อยกลอยใจ

แล้วข้าจะเป็นอาจารย์สอนเขา เมื่อเขาเจริญวัยเป็นมกุฎราชกุมารแห่งโนลดอร์ ข้าจะเก่งกล้าที่สุดและฉลาดที่สุด เป็นพระราชโอรสที่น่าปลื้มพระทัยของทูลหม่อมแก้วฟินเว”

อิสตานีถอนหายใจเล็กน้อย แต่นางก็สบายใจนักที่ได้เห็นรอยแย้มยิ้มของมาห์ธัน

ถ้าเขารักและภักดีต่อองค์ทูลหม่อมฟินเวเช่นนี้ก็ดีไป

ท่านแม่คะ ดูนี่สิ หนูตัดรูปต้นไม้ได้แล้วล่ะ”

แนร์น้อยแสดงผลงานชิ้นเล็กๆของนาง อิสตานีรับขวัญลูกสาวตัวน้อย

เจ้าควรไปนอนได้แล้วล่ะลูกแม่”

พรายหนุ่มร่างใหญ่ก็โอบกอดภรรยาและลูกสาวจากด้านหลัง

ข้าอยากขอทำงานอีกซักพัก พวกเจ้าไปนอนเถิดนะ”

แล้วมาห์ธันก็กลับไปยังห้องทำงานของตน ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ประดิษฐ์งานไม้และเครื่องประดับตกแต่ง มือกร้านใหญ่เปิดหีบไม้บรรจุอัญมณีจำนวนหนึ่ง มีแก้วไพฑูรย์และทับทิมสองสามเม็ดและมาห์ธันรู้สึกว่า

เขาต้องการประดิษฐ์สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งถวายองค์ฟินเว เมื่อถึงเวลาสมควร

เขาจะสร้างเองโดยที่ไม่บอกใครเว้นแต่เทพเจ้าที่เขานับถือองค์อาวเล

~*~*~*~*~*~

วันรุ่งขึ้น พรายหนุ่มมาห์ธันอยู่ในชุดลำลองสีเลือดหมูและผ้าคลุมสีน้ำตาลเข้ม

เขาดีใจนัก หลังจากว่าราชการในท้องพระโรงเสร็จสิ้นตามกำหนด

ทูลกระหม่อมแก้วฟินเวจะได้เสด็จไปประพาสป่าเคียงข้างเขา

และที่แห่งนี้คือดินแดนวาลินอร์ อาณาจักรสวรรค์แห่งคณะเทพวาลาร์

องค์ราชาย่อมเสด็จไปเพียงลำพังพระองค์เองได้โดยไม่ต้องมีข้าราชบริพารหรือทหารติดตาม

กระหม่อมดีใจนักที่พระองค์ออกประพาสป่าในวันนี้”

ฟินเวอยู่ในอาภรณ์สำหรับการเดินทาง ชุดทูนิคสีครามอ่อนและผ้าคลุมอังสาสีเขียวใบไม้เข้มรับกับสนับเพลายาวสีน้ำตาลเข้มอย่างลงตัว เรือนผมสีดำขลับยาวสลวยประดับด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์เช่นนี้ทำให้ฟินเวดูเยาว์วัยลงกว่าเดิมจากในเครื่องทรงหรูหราแบบกษัตริย์พราย และทำให้มาห์ธันรู้สึกว่าองค์ราชานั้นกลับมาเป็นเจ้าชายวัยหนุ่มน้อยอีกครั้ง

เอาเถิด ข้าไม่อยากไปนาน รีบไปรีบกลับ ”

กระหม่อมทราบพระองค์เป็นห่วงทูลหม่อมน้อย…”

ฟินเวจึงย้อนถาม “ เจ้าไม่ห่วงลูกสาวหรือ”

ห่วงสิแต่นางมีมารดาพระเจ้าค่ะ”

นั่นสินะ”

ราชาหนุ่มทรงให้มหาดเล็กนำอาชาสีเทาของพระองค์มาแล้วก็ทรงกระโดดขึ้น ขณะที่มาห์ธันก็กระโดดม้าหนุ่มสีน้ำตาลของตนด้วย เหล่ามหาดเล็กมองด้วยความชื่นชมนักหนา องค์ฟินเวงดงามสมเป็นราชาพรายชาวโนลดอร์ วรองค์โปร่งเพรียวดังคมดาบแข็งแกร่ง ฝ่ายมาห์ธันก็มีร่างกำยำล้ำเลิศสมเป็นบุรุษผู้สร้างงานวิศวกรรมเอก

ฟินเวนั้นกลับเลือกที่จะไม่สบตากับมาห์ธันด้วยความละอายในใจ

พรายหนุ่มอีกฝ่ายก็เหมือนเข้าใจ เขาจึงขับมันตามหลังด้วยความนบน้อม

~*~*~*~*~

แสงสว่างจากพฤกษางามสีทองนามว่า เลาเรลิน ส่องสว่างไปทั่วพนาในเวลากลางวันนี้ ฟินเวยืนบนพิ้นหญ้ากลางหมู่ไม้เบิร์ช ดวงเนตรสีเทามองไปยังทะเลสาบกว้างประกายระยิบระยับ ขณะที่มาห์ธันให้ข้าวโอ๊ตแก่อาชาทั้งสองตัวจากถุงด้วยมือของตนเอง

ทูลหม่อมแก้ว ทรงพอพระทัยบรรยากาศเช่นนี้หรือไม่”

เสียงทุ้มนุ่มของมาห์ธันถามขึ้น แล้วเขาก็เดินมายังเบื้องหลังของร่างโปร่งบาง

ก็ดีนะ ข้าชอบมองดูทะเลสาบ ทำให้ข้านึกถึงวัยเด็กของข้าเลย”

นั่นสินะ ความทรงจำวัยเด็กของกระหม่อมด้วย”

ฟินเวหันกลับมองยังพรายหนุ่มเกศาน้ำตาลแดง แววเนตรของฟินเวเปล่งประกายวาบวับดังดวงดาราพร่างพรายบนท้องนภา

เราเคยเติบโตมาจากทะเลสาบชาคริตคุยเวนิเอน ข้ายังจำยามสนธยาที่อยู่กับเสด็จแม่และก็วิ่งเล่นกับมีริเอล…”

พระองค์รักนางทุกลมหายใจตลอดหรือ”

ฟินเวเม้มริมฝีปากบาง “ รักสิเราโตมาด้วยกัน นางเป็นผู้หญิงคนที่สองในชีวิตนี้ที่ข้ารักข้ารักนางจริงเจ้าเองก็รักอิสตานีจริงหรือไม่…”

พรายหนุ่มเกศาแดงเข้มพยักพักตร์รับ “ จริงแล้วทูลหม่อมแต่นางก็ไม่ค่อยสนิทกับข้า หลังจากที่ลูกสาวเกิด…”

ราชาฟินเวมองใบหน้าเรียวกว้างของมาห์ธัน แสงสว่างสีทองจับเส้นผมและเรียวจมูกของพรายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้นี้ฟินเวก็รู้สึกหทัยเต้นแรงขึ้นเขาพอใจมาห์ธันหรืออย่างไรกันโอ วาลาร์ทั้งหลายทรงดำริอะไรกับหัวใจของข้า

แล้วกระหม่อมก็มีความในใจที่พระองค์ทรงทราบ คือ กระหม่อมรักพระองค์ยิ่งนัก และไม่ต้องการได้เห็นความเศร้าของพระองค์เลยฟินเว…”

แต่เจ้ารักข้าแบบสามีภรรยาไม่ได้นะ เพราะข้ารักมีริเอล เจ้าก็มีครอบครัวแล้ว ข้ามีเฟอานอร์น้อยของข้าตัวแทนของมีริเอล…”

ทูลกระหม่อมของข้า…” มาห์ธันเอ่ยเสียงหนักแน่น

ราชาหนุ่มยืนแน่นิ่งเบื้องหน้าของทะเสสาบอีกครั้ง แล้วสบกับดวงตาของพรายหนุ่มอีกฝ่ายหนึ่ง

ข้าควรรักเจ้าจริงหรือข้าไม่แน่ใจเลย”


But somehow I can see
Just exactly how I’d be-

If I loved you
Time and time again I would try to say
All I’d want you to know
If I loved you
Words wouldn’t come in an easy way
Round in circles I’d go
Longin’ to tell you
But afraid and shy
I’d let my golden chances pass me by
Soon you’d leave me
Off you would go in the mist of day
Never, never to know how I loved you
If I loved you

 

ทูลกระหม่อมฟินเว ทรงไม่แน่พระทัยเหรอว่าจะรักกระหม่อม…”

 

กษัตริย์พรายหนุ่มดำเนินไปยังต้นเชอร์รี่ซึ่งเผยพุ่มดอกไม้ของมันบานสะพรั่ง

 

 

ดอกไม้ที่นี่ หอมดีนะ ให้สายลมพัดผ่านไปเถิด…”

 

หัตถ์เรียวขาวแตะบนกิ่งไม้ที่ประดับดอกเชอรี่แผ่วเบา กลีบของมันตกลงบนเกศาสีดำเป็นมันเงาหลายกลีบงดงามดังภาพวาดแสนงามวิจิตร

 

ฟินเว พระองค์ไม่ทรงทราบหรือว่า กระหม่อมถวายดวงใจนี่แด่พระองค์มาตลอดตั้งแต่ก่อนพระองค์จะสมรสกับราชินีมีริเอลเสียอีก”

 

ร่างสูงใหญ่ประชิดใกล้กษัตริย์พรายฟินเว หัตถ์เรียวแกร่งประคองร่างโปร่งบางจากด้านหลัง กลิ่นหอมของดอกเชอรี่บานสะพรั่งปนกับกลิ่นหอมละมุนจากวรองค์บอบบางดี ทำให้มาห์ธันอดใจไว้ไม่อยู่

 

มาห์ธันขอร้องอย่าแสดงความรู้สึกแบบนี้เลย”

 

ฟินเวรู้สึกว่าพระองค์เองกำลังร้อนรุ่มอย่างไม่สามารถอธิบายได้ถูกต้องนัก

 

อ้อมแขนของพรายหนุ่มนายช่างประคองเรียวแขนที่เล็กกว่าด้วยความทะนุถนอม

 

ความรู้สึกเช่นนี้ก็เคยทำกับมีริเอล ทำไมมันกลับดูอบอุ่นมากกว่าได้

 

พระองค์จะตอบรับความรักของกระหม่อมหรือไม่ ไม่สำคัญเท่าที่มาห์ธันคนนี้ได้ถวายความรักนี้ต่อพระองค์เลยนะ”

 

พรายหนุ่มร่างสูงใหญ่นำเรียวมือขาวบอบบางจูบอีกครั้งแล้วยกมาบนอุระแกร่งตรงตำแหน่งหัวใจของตน

 

ดวงพักตร์ที่แดงระเรื่อของฟินเวก็แดงขึ้นไปมากกว่านั้นหลายเท่า

 

ข้าข้าไม่แน่ใจเลยจริงๆนะว่าข้าควรตอบสนองใจเจ้าหรือไม่”

 

มือใหญ่ประคองเรียวแก้มแดงระเรื่อของราชาหนุ่ม

 

ไว้ค่อยทรงดำริทีหลังเถิด”

 

แล้วมาห์ธันก็มอบจุมพิตลงบนปรางขวาของกษัตริย์พรายที่เขารักอย่างห้ามใจไม่ไหวพร้อมกับโอบกอดแนบอกแกร่งทำให้ฟินเว โนลโดรันแน่นิ่งเหมือนรูปปั้นหินอ่อนในคราวนั้น

 

~*~*~*~*~

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s