Gallery

Silmaril Fic : Let me be your wings

Silmaril Fic : Let me be your wings

Characters : Earendil&Elwing,Gil-Galad,Tuor&Idril

Summary : เมื่อเออาเรนดิลตัดสินใจที่จะสารภาพรักกับเอลวิงเป็นครั้งแรก และกิลกาลัด ราชาหนุ่มโนลดอร์เป็นผู้ช่วยนิดๆหน่อยๆ ^^

~*~*~*~*~*~

คลื่นสีขาวของทะเลสีครามอมเขียวกระเซ็นดังซ่ามายังเบื้องหน้าของพรายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งกำลังนั่งโอบเข่าของตนเอง เมื่อมองดวงตะวันสีทองที่กำลังใกล้สู่เวลาแห่งสนธยากาล เมื่อมองไปยังท้องฟ้าแล้วก็เริ่มดวงดาราพร่างพรายเกิดขึ้นมาหลายสิบดวง พรายหนุ่ม…หรือพรายกึ่งมนุษย์อย่างเออาเรนดิลก็ได้แต่ถอนหายใจแผ่วเบา จนไม่ได้รู้สึกว่ามีเงาของบุรุษอีกผู้หนึ่งมาทอดยาวบนเบื้องหลังเสื้อทูนิคสีฟ้าอ่อนของตน

“ น้องเออา เจ้ามานั่งเล่นคนเดียวทำไม” เสียงเรียกด้วยภาษาเควนยา ทำให้พรายหนุ่มหันกลับไปตอบรับ

“ พี่หนูกิล ข้าอยากมาใช้ความคิดเพียงเงียบๆ กับเสียงคลื่นของทะเล”

พรายหนุ่มผู้นั้นจึงนั่งลงข้างผู้อ่อนวัยกว่า

“ เจ้ากังวลใจเรื่องใด เรื่องที่อาจารย์เคียร์ดันตำหนิว่า เจ้าซุ่มซ่าม เมื่อวานนี้เหรอ”

“ ไม่ใช่หรอกขอรับ ข้าก็…อือม…ข้าไม่รู้ว่าจะบอกพี่หนูกิลว่าอย่างไรดี”

มือเรียวได้รูปของเออาเรนดิลกวาดไปบนพิ้นทรายขาวละเอียด นัยน์ตาสีฟ้าดังแก้วไพลินของเขามองไปยังท้องทะเลกว้างอีกครั้ง พรายหนุ่มผู้มีอายุมากกว่าจึงนำมือไปบังสายตาของเออาเรนดิล

“ พี่หนูกิล! ข้าดูทะเลอยู่นะ”

“ เจ้าชอบเหม่อถึงอะไรเล่า ดินแดนฝั่งตะวันตกเหรอ”

“งั้นมั้ง? ข้าก็นึกถึงเวลาที่ตัวเองจะได้แล่นเรือไปได้เสียที แต่อาจารย์เคียร์ดันบอกว่า ข้ายังไม่พร้อมออกทะเล ทั้งๆที่ข้าก็สร้างเรือเป็นแล้วนะ ข้าประดิษฐ์เรือเป็นแล้ว”

“ เรื่องนี้ พี่ไม่ว่าหรอก เจ้าหัวดีเรื่องการต่อเรือมากกว่าพี่ ไม่นานปี เจ้าจะได้เป็นกะลาสีเรือที่เก่งที่สุดในเอนดอร์ ( มิดเดิลเอิร์ธ ) เลยนะ”

น้ำเสียงทุ้มนุ่มของพรายหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำตาลเข้มเกือบดำเงางาม ทำให้เออาเรนดิลพยักหน้ารับ

“ ข้าจะพยายาม แต่…แต่…ข้ากลัวว่าตัวเองจะไม่มีความอดทนพอ หรือจะรอคอยได้นาน”

“ งั้นก็เลิกพร่ำบ่นเสีย น้องเออา แล้วเราไปทานอาหารเย็นกัน ดูสิ ท่านอาอิดริล จะทำอะไรให้ทานกัน”

เมื่อเขากล่าวถึงท่านแม่อิดริลของตนแล้ว ร่างเพรียวบางตามแบบเด็กหนุ่มวัยรุ่นของเออาเรนดิลก็ยอมลุกขึ้นจากพิ้นทรายอย่างว่าง่าย “ งั้นข้าไปกับพี่หนูกิลแล้วกัน”

“ เจ้าเริ่มหัวแล้วหรือยัง”

เสียงดังครืนจากท้องของพรายหนุ่มเออาเรนดิลไม่อาจหลบหลีกได้

เขาหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวว่า “ หิวแล้วล่ะ”

~*~*~*~*~*~

“ เอลวิงจ้ะ ฝีมือการทำอาหารของเจ้าดีขึ้นมากเลย” อดีตเจ้าหญิงพรายโนลดอร์แห่งนครกอนโดลินกล่าวชมเด็กสาวร่างเล็ก เรือนผมสีดำขลับของนางเกล้าขึ้นเป็นมวยและปกคลุมด้วยผ้าฝ้ายสีนวลเช่นเดียวกับชุดกระโปรงของนาง

“ ขอบพระทัยเพคะ องค์หญิงอิดริล หม่อมฉันตั้งใจทำซุปทะเลนี้ให้สุดฝีมือเลยเพคะ”

ดวงตาสีเทาของเจ้าหญิงพรายโนลดอร์เป็นประกาย “ บอกกี่ครั้งแล้วให้เรียกท่านแม่อิดริล แม่รับเจ้าเป็นลูกสาวบุญธรรมมาเกือบสิบกว่าปีแล้วนะจ้ะ”

เพราะนางเป็นชาว “โนลดอร์” แม้นางจะเป็นผู้ใหญ่ใจดีและรักนางเพียงไหน เอลวิงก็ไม่กล้าจะนับเป็นญาติกับนางนัก…แม้กระนั้น…นางจะอยากเป็นลูก…

“ นานา! ท่านอาอิดริล!”

เสียงทุ้มกังวานจากคนคุ้นเคยสองคน ทำให้เอลวิงหันกลับไปมอง นางก็เห็น “ พี่หนูกิล” พรายหนุ่มอยู่ในชุดลำลองสีน้ำเงินเข้มกับกางเกงสีน้ำตาล เรือนผมยาวสลวยยาวแผ่เต็มหลัง กับเขา…เพื่อนสนิทและคู่แข่งของนาง…

เออาเรนดิล…ตาบื้อผมทองนั่น…

นางรู้จักเขามาตั้งแต่เขาออกมาจากนครกอนโดลินซึ่งล่มสลายไปเป็นสิบปีแล้ว…ตั้งแต่นางรู้จักเขา เขาก็เป็นเพื่อนเล่นที่ดี แต่ก็น่ารำคาญในบางครั้ง…

“ ว่าไงจ้ะ หนุ่มๆ ถ้าเป็นเวลาอาหารเย็นตรงเวลาจังเลย”

“ น้องเออา ไม่มาสายกับเรื่องที่เป็นของเสวยขอรับ”

พรายหนุ่มน้อยก็หน้าฉุนเล็กน้อย “ พี่หนูกิล! เออาไม่ใช่คนตะกละนะ!”

องค์หญิงอิดริลสรวลเบาๆ “ เอลวิง ทำซุปทะเลให้พวกเจ้าด้วยนะจ้ะ วันนี้”

“ ถ้าเป็นซุปของวิงกี้ คงไม่อร่อย…”

“ เจ้าแซวข้าเหรอ เออา หนอย!” ริมฝีปากเล็กอิ่มของเอลวิงเม้มแน่น แววตาสีเทาของนางแสดงถึงความโมโหใสกับพรายหนุ่มผมทองซึ่งแลบลิ้นปลิ้นตาให้นาง

“ เออา! อายุตั้งสิบเจ็ดสิิบแปดแล้ว เลิกทำตัวเป็นเด็กใส่เอลวิงเถอะ!”

คำปรามของมารดาทำให้เออาเรนดิลหยุดกิริยาดังกล่าว

“ แล้ว อดาเป็นอย่างไรบ้าง นานา”

เขาถามเช่นนี้ เพราะว่าทูออร์ผู้เป็นบิดานอนพัก เพราะเขาไม่สบายด้วยโรคประจำสายตระกูลแห่งมนุษย์เอไดน์ ที่เหล่าพรายโนลดอร์ก็ไม่อาจเข้าใจ

“พ่อเจ้าดีขึ้นหน่อยแล้ว เจ้าจะไปดูสิลูก”

“ ให้ข้านำซุปนี่ไปให้อดาก็ได้นะ”

“ เมื่อครู่เจ้าบอกว่า ซุปของเอลวิงไม่อร่อยนี่นา” พี่หนูกิลยังตามย้อนอีกครั้ง

“ ถ้านานาดูแลการทำซุปนี้แล้ว อดาคงทานได้ขอรับ”

แล้วองค์หญิงอิดริลก็ทรงนำถ้วยซุปมาวางบนเรียวมือของพระโอรส

“ลูกจะไม่ทานก่อนเหรอจ้ะ”

“ ให้อดาทานก่อนเออาเถอะขอรับ”

เมื่อร่างสูงเพรียวของเออาเรนดิลก้าวขึ้นไปยังชั้นบนของตึกซึ่งเป็นบ้านที่เขาเติบโตมา เมื่อมาถึงแดนอาร์เวนิเอนแห่งนี้ นัยน์ตาสีเทาอมน้ำเงินของพรายหนุ่มผมน้ำตาลก็มองตาม

“ เออาเป็นลูกชายที่รักพ่อเสียจริง”

อิดริลก็ยิ้มให้กับผู้อ่อนวัยทั้งสอง

“ เขาเป็นห่วงพ่อเช่นนี้ ไม่ต้องห่วงอะไร”

“ดีเหมือนกันเพคะ” เอลวิงยิ้มเล็กน้อย ในใจลึกๆนางยินดีที่เออาเรนดิลไม่ได้เป็นเด็กกำพร้าบิดาเหมือนนาง

ราชาดิออร์แห่งนครโดริอัธ สิ้นพระชนม์ไปแล้วนครแห่งนั้นก็ล่มสลายลง

เอลวิงจึงเป็นกำพร้าและอยู่ในความดูแลของลอร์ดเคียร์ดันกับพรายหนุ่มกิลกาลัดผู้นี้

และเขาก็เป็นราชาพรายโนลดอร์องค์ปัจจุบัน เขาเป็นชาวโนลดอร์คนเดียวที่นางรักและวางใจเสมือนเชษฐาของนาง เพราะเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหล่าโอรสแห่งเฟอานอร์ที่สังหารบิดามารดาของนาง…

ก็มีท่านลุงทูออร์ องค์หญิงอิดริลกับเออา…เออา…ที่เป็นเพื่อนเล่นคนเดียวของนาง…

กิลกาลัดแตะเรียวไหล่บางของเด็กสาวด้วยความอ่อนโยน

“ สีหน้าของเจ้าดูเป็นกังวล ไม่รู้ว่าวันนี้ ทั้งเจ้าและเออา ทำไม หน้าตาคร่ำเครียดจัง”

“ เปล่าเพคะ พี่หนูกิล…ก็…พี่ทานซุปของข้าดีกว่าไหม”

กิลกาลัดพยักพักตร์เรียวคมรับคำ “ ได้สิ อาหารจากฝีมือของน้องสาว พี่พอใจ”

~*~*~*~*~

เออาเรนดิลยื่นถ้วยซุปอุ่นให้กับบิดาซึ่งประคองตนเองให้ลุกขึ้นนั่งบนฟูก นิสัยของทูออร์นั่น
ชอบนอนราบกับพิ้นมากกว่านอนบนเตียงสูง เรือนผมสีทองหยักศกของเขานั่นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเทา
ดวงหน้าคมคายยังแสดงถึงความแข็งแรงทั้งร่างกายและจิตใจ

“ เออาน้อย” ทูออร์มักเรียกบุตรชายเช่นนี้ แม้ว่าเออาเรนดิลจะโตเป็นหนุ่มแล้วก็ตามที

“ อดา ดีขึ้นไหม”

“ พ่อไม่เป็นไร ธรรมดาของคนแก่นี่นา พ่อก็ล้มเจ็บบ้าง ไม่นานก็ดีขึ้น”

ทูออร์เลิกแขนเสื้อสีขาวขึ้น แล้วชี้ที่แขนของตนเอง “ กล้ามพ่อยังเป็นมัดๆอยู่เห็นไหม”

“ เห็นจ้ะ อดา”

“ แล้วเจ้ากังวลอะไรหรือ” แววตาสีฟ้าใสของทูออร์มองเรียวใบหน้าบุตรชาย

“ อดา…ท่านว่า ข้าโตหรือยัง”

ทูออร์กลืนน้ำซุปก่อนตอบว่า “ สำหรับพ่อแล้ว เจ้าเป็นลูกของพ่อเสมอ ไม่จะโตแค่ไหน เจ้าก็คือลูกของพ่อไง”

“ ไม่ใช่ อดาคือข้าหมายถึง ข้าโตพอที่จะออกเรือเดินทางได้หรือยัง”

“ ถ้าลอร์ดเคียร์ดันอนุญาตแล้ว เจ้าก็ออกเดินทางได้ หรือเจ้าอยากทำอย่างอื่นด้วย”

เด็กหนุ่มกอดเรียวอกของตน “ อือม…สมัยที่ท่านพ่อบอกรักท่านแม่ ท่านใช้เวลานานไหม”

“ ก็…นานเหมือนกันนะ” บุรุษวัยกลางคนวางถ้วยซุปลงข้างกาย “ แม่เจ้า นางวางกิริยาอาการสมกับราชธิดาแห่งอค์ราชาทัวร์กอน พ่อก็…ยอมรับว่าตัวเองขี้อายนะ…ถ้าไม่ได้ลุงโวรอนเว ลุงเอคเธลิออน และลุงกลอร์ฟินเดลแนะนำให้ พ่อก็คงไม่ได้แต่งงานกับนาง…”

“ แถมมีเขาคนนั้นขวางอีก…” ริมฝีปากบางเม้มแน่น…เมื่อเออาเรนดิลนึกถึงเขาคนนั้น…

“ องค์ชาย…พยายามขวางพ่อเสมอนั่นแหละ ถึงอย่างไรเขาก็ไม่เคยทำร้ายพ่อเลยนะ…”

ทูออร์เองก็ไม่มีจิตใจอาฆาตต่อ “องค์ชาย” หรือผู้ทรยศต่อนครกอนโดลินผู้นั้นเลย…

“ แล้วลูกถามพ่อเช่นนี้ แสดงว่า…เจ้าอยากบอกรักสาวคนไหนกันนิ…”

ประโยคแซวเล่นของทูออร์ ทำให้บุตรชายหน้าแดงด้วยความเขิน

“ อดา…คือ…ข้าไม่รู้ว่าจะบอกนางอย่างไรดี…”

“ ฮ่าๆ เจ้าก็สารภาพกับนางไปตรงๆเลย” หัตถ์ใหญ่ของผู้เป็นบิดาเอื้อมไปโอบไหล่ของบุตรชายที่นั่งข้างกาย

“ เออาเรนดิลเอ๋ย เชื่อพ่อเถิด เจ้าต้องมีความกล้าหาญเพียงพอที่จะบอกรักนาง และพอรู้ว่านางยินดีแน่”

“ แน่ใจหรือ อดา”

“แน่สิ”

เมื่อบิดายืนยันเช่นนี้ หนุ่มน้อยเออาเรนดิลจึงยิ้มเล็กน้อย “ ข้าจะพยายามแล้วกัน”

“ เอ้อแล้ว แม่เจ้าทำซุปให้พ่อหรือ หวานไปหน่อย แต่ก็อร่อยนะ”

“ เอลวิง นางทำให้ขอรับ”

ผุ้เป็นบิดาฉายรอยยิ้ม “ เจ้าก็ไปทานเถอะ อย่าปล่อยให้ตัวเองหิวนานนะ”

~*~*~*~*~*~

เมื่อ เออาเรนดิลกลับลงมายังห้องโถงชั้นล่าง เขาก็พบว่า องค์หญิงอิดริลผุ้เป็นมารดานั่งอยู่คนเดียวเสียแล้ว

“ นานา พี่หนูกิลกับวิงกี้ไปไหนเหรอ”

“ องค์กิลกาลัดพาแม่หนูเอลวิงไปเดินเล่นข้างนอกจ้ะ นางเหมือนมีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย”

เพเรเธลหนุ่ม ( พรายกึ่งมนุษย์ ) มองยังถ้วยซุปทะเลเบื้องหน้าของตน

“ งั้นเหรอ นานา…”

“ เจ้าทานก่อนเถอะ แล้วค่อยตามพวกเขาไปก็ได้”

เออาเรนดิลยกช้อนขึ้น และชิมซุปทะเลนี้…ฝีมือของเอลวิง…

…ซุปนี้อร่อย…นางทำอาหารอร่อยเสมอ…

…งั้นข้าก็ควรบอกกับนางสินะ…

ฝ่ายกษัตริย์หนุ่มก็ทรงพาพระน้องนางบุญธรรมมาชมความงดงามของทะเลในยามราตรี แสงดาราส่องประกายเหนือศีรษะของพวกเขา เอลวิงถอนหายใจแผ่วเบา

“ น้องวิงกี้” กิลกาลัดเองก็เรียกชื่อเล่นที่เออาเรนดิลเรียกขาน “ น้องกังวลอะไรหรือ บอกพี่ได้ไหม”

“ ไม่รู้สิ…พี่หนูกิล…น้องควรบอกเขาไปตรงๆดีไหมเพคะ”

“ เขาคนนั้นคือ…คนที่ใกล้ตัวของเจ้ามากที่สุด…เหมือนเขาก็มีความในใจเหมือนกันนะ”

ยามที่กิลกาลัดหยอกเย้า เด็กสาวก็รู้สึกว่าพวงแก้มของตนเองแดงขึ้น…

“ เขาจะฟังน้องหรือ”

กษัตริย์หนุ่มยกหัตถ์ขึ้นลูบศีรษะของเอลวิง

“ เขาจะฟังเจ้า น้องหญิงวิงกี้…เชื่อพี่นะ ลองปรับเข้าหากัน”

เมื่ออีกร่างนึงปรากกฎเบื้องหลังของทั้งสอง พรายหนุ่มกิลกาลัดก็มองเห็นเออาเรนดิลยืนอยู่เบื้องหลัง

“ นั่นไง เออาของพี่ มาสิ”

เพเรเธลหนุ่มเดินมายืนข้างกิลกาลัด ซึ่งเขาก็โอบไหล่ของเออาเรนดิลและเอลวิงพร้อมกัน

“ เอาล่ะ คุยกันเองนะ พี่ไปก่อน”

เอลวิงร้องทักขึ้นทันที “ พี่หนูกิลเพคะ ท่านจะไปไหน”

“ พี่จะไปช่วยพวกมหาดเล็กต่อเรือไง ฮ่าๆ”

เออาเรนดิลก็ร้องทักบ้าง “ ตอนนี้นะเหรอ ”

นัยน์ตาสีเทาอมน้ำเงินของกษัตริย์หนุ่มฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยก่อนจะลาจากพรายกึ่งมนุษย์อ่อนวัยทั้งสองคน

เออาเรนดิลจึงหันมายังพรายสาว แล้วนางก็เดินหนี…

“ เดี๋ยวสิ วิงกี้ เดี๋ยว”

มือเรียวได้รูปของพรายหนุ่มรั้งมือบอบบางของอีกฝ่าย

“ เจ้าอยากคุยอะไรกับข้า”

“ ก็…เปล่าซะหน่อย” ใบหน้าเรียวมนของเอลวิงแดงกำ่ขึ้น “ เจ้าไม่ชอบซุปของข้า แล้วจะแหย่อะไร”

“ ข้าไม่ได้แหย่นะ วิงกี้ ข้าก็…อือม…เราก็คุยกันในฐานะเพื่อนสนิท”

“ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อหรือเปล่า…”

คราวนี้เออาเรนดิลก็เป็นฝ่ายหน้าแดงบ้าง…

“ ก็ไม่รู้สิ…” พรายหนุ่มน้อยก็เงยหน้าขึ้นเมื่อมองดวงดาราบนท้องฟากฟ้่า “ ดาวสวยนะ”

เอลวิงตอบว่า “ ท้องฟ้าสวยทุกวันนั่นแหละ”

“ สำหรับข้าแล้ว ไม่มีดาวดวงไหนจะเทียบได้กับแม่หญิงละอองดาวเบื้องหน้า”

อดีตเจ้าหญิงพรายแห่งโดริอัธก็หัวเราะทันที

“ ปากหวาน เพราะซุปข้าเหรอไงจ้ะ เออา”

“ วิงกี้…เอลวิง” ดวงตาสีฟ้าสดใสเริ่มเปล่งประกายสดใส …ดวงตาสีฟ้าสดใสแห่งตระกูลฮาดอร์ฝ่ายบิดาของเขา…

และเป็นดวงตาที่เอลวิงรู้สึกมันช่างงดงามราวกับไพลินสุกสว่าง…มากกว่าซิลมาริลดวงนั้น…

เช่นเดียวกับ เออาเรนดิล…แม่หญิงละอองดาวของเขา…ผู้ได้รับความงดงามมาจากลูธิเอน อัยยิกาของนาง…

แม้ว่า เอลวิงจะไม่มีรัศมีกระจ่างใสเท่ากับพระนางอ’งค์นั้น…สำหรับเขาแล้ว…นางงดงามที่สุด…

“ มานี้เถอะ” เรียวมือขาวของเออาเรนดิลจูงนางอีกครั้ง

“ อะไรเล่า เออาก็!”

หนุ่มสาวทั้งสองวิ่งไปตามแนวของชายฝั่งทะเลแห่งนั้น…พร้อมกับเสียงหัวเราะและเสียงเพลง…

Let me be your wings
Let me be your only love
Let me take you far beyond the stars
Let me be your wings
Let me lift you high above
Everything we’re dreaming of will soon be ours
Anything that you desire
Anything at all
Everyday I’ll take you higher
And I’ll never let you fall

Let me be your wings
Leave behind the world you know
For another world of wondrous things
We’ll see the universe
And dance on Saturn’s rings
Fly with me and I will be your wings

Anything that you desire
Anything at all
(Anything at all)
Everyday I’ll take you higher
And I’ll never let you fall

You will be my wings
(Let me be your wings)
You will be my only love
Get ready for another world of wondrous things

We’ll see the universe
And dance on Saturn’s rings
Heaven isn’t too far
Heaven is where you are
Stay with me and
Let me be your (You will be my) wings

ท่ามกลางแสงดาราสดใสบนหาดทรายสีขาวงามละอียดลออ
กษัตริย์หนุ่มกิลกาลัดได้ทอดเนตรร่างหนึ่งเรือนผมสีทองยาวสลวยและร่างที่เล็กกว่าเรือนผมสีดำยาวปลิวไปตามสายลม…ในฐานะเชษฐาบุญธรรมของทั้งสองก็สุขใจแล้ว…

“ ข้ารักเจ้า เอลวิง” เสียงกระซิบบอกรักของเออาเรนดิลพอเดาได้…

แม่สาวน้อยโอบกอดร่างสูงของเพเรเธลหนุ่มด้วยความยินดียิ่งนัก…

เออาเรนดิล…เอลวิง…หวังว่าพวกเขาจะมีความสุขกันในการครองคู่…ในอีกไม่นานนี้…

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s