Gallery

The Valar Fic : The Family of Feanturi 2

 

The Valar Fic : The Family of Feanturi

(เจ้าแห่งจิตวิญญาณ)

Pairing : Mandos/Vaire,Lorien/Este,Ulmo/Nienna,Manwe/Varda

Summary: หลังจากเทพวาลาร์ทุกองค์ย้ายมาสร้างนครใหม่นามว่า วาลินอร์  เทพเจ้าหนุ่มสองพี่น้อง นาโม มานดอสและเอียร์โม ลอริเอนตัดสินใจที่จะแยกย้ายกันทำหน้าที่เพื่อดูแลวิญญาณของเหล่าบุตรแห่งอิลูวาทาร์ ท่ามกลางการวิวาทของสองพี่น้อง…นิเอนนา ผู้เป็นภคินีของทั้งสองเทพเจ้าจะทรงโศกาเช่นไร…

Warning : เรื่องนี้เป็นแนวเทพสามพี่น้องรักกันในครอบครัวนะจ้ะ//ไม่วายนะคะ แค่แอบนิดๆจิ้นเอง 555555

บทที่ 2

ในที่สุดแล้ว องค์นิเอนนาเทวีก็ตัดสินพระทัยมาตามหาพระอนุชาของพระนาง

โดยเพียงลำพัง แม้ว่าพระเชษฐาของพระองค์จะยังสนทนาประทับอยู่กับองค์กษัตริย์มานเวและองค์อุลโมอยู่ก็ตาม ความจริงแล้ว องค์นิเอนนาอยากทรงหลบแววพระเนตรสีน้ำเงินล้ำลึกที่แสดงความห่วงใยขององค์อุลโมมาก เพราะพระนางตั้งพระทัยไว้แล้วว่า พระนางจะเป็นวาลีเอร์ผู้เป็นพรหมจารีองค์เดียวในคณะเทพวาลาร์ ขณะที่เทพีทุกพระองค์ล้วนแต่อภิเษกสมรส พระนางเป็นความโศกาของพิภพอาร์ดานี้ควรครองความบริสุทธิ์ในเพศรสจึงเหมาะสมแล้ว…

ภายในอุทยานบุปผาที่เต็มไปด้วยดอกไม้หลากหลายพันธุ์ และแบ่งบานให้ได้เห็นเกสรอ่อน พระนางนิเอนนาต้องการสัมผัสดอกไม้ แต่ก็ทรงรั้งพระหัตถ์ไว้ เพราะดอกไม้นั้นจะเหี่ยวเฉาลง นี่คือพลังแห่งความเศร้าหมอง ชีวิตอันงดงามจะหมดไป…

ฮ่าๆๆ…ฮ่าๆๆ

 

เสียงสรวลหลายเสียงดังราวกับระฆังแก้วขึ้นมาจากอีกฟากหนึ่งของอุทยานแห่งนี้ พระนางนิเอนนาเทวีจึงทรงจำได้ว่าเป็นหนึ่งในเสียงสรวลของพระอนุชาเอียร์โมจึงดำเนินไปทันที

เมื่อพระนางแหวกม่านไม้ลงก็พบว่า องค์เอียร์โมกำลังเล่นพิณสีทองบรรเลงกับเหล่าครอบครัวขององค์โอโรเม เทพเจ้าหนุ่มแห่งพงไพรกำลังทรงเป่าขลุ่ยไม้ และองค์เนสซาเทวี พระขนิษฐาองค์น้อยแห่งเทพโอโรเมกำลังร่ายรำ ฝ่ายเทพทุลคัส พระสวามีของนางกำลังดื่มไวน์อย่างเพลินใจ องค์วานาเทวีกับองค์เอสเตเทวีก็ร้องเพลงให้กับดนตรีของพระสวามีอย่างเพลิดเพลินยิ่งนัก…

ยิ่งทอดพระเนตรเห็นทุกพระองค์มีความสุขกันเพียงนี้ เพราะนางควรจะเข้าไปสนทนาดีหรือไม่…เมื่อพระนางจะถอยหลังกลับ ก็ทรงเหยียบกิ่งไม้เข้า…

“ เอ้ เสียงไรหรือนิ”องค์โอโรเมทรงถามขึ้น

“เหมือนมีผู้ใดมากระมังเพคะ” วานาทรงทักเช่นกัน

เนสซาเทวีก็หยุดการเต้นรำเช่นกัน “ใครมาเหรอเพคะ”

องค์เอียร์โมจึงทรงวางพิณสีทองลงบนพิ้นหญ้า “ งั้นหม่อมฉันไปดูนะ”

เมื่อองค์เทพหนุ่มผู้เป็นเจ้าแห่งภาพนิมิตทรงแหวกม่านไม้ออกก็ได้ทอดเนตรร่างสูงระหงในอาภรณ์สีเทาเข้มก็ทรงจำได้ทันที

“ พี่หญิงนินา! พี่หญิงมาหาพวกเราหรือ”

ดวงเนตรสีม่วงปนเทาหันไปสบกับของพระอนุชา “ พี่มาตามเจ้าให้กลับไปคืนดีต่อพี่ชายของเราให้รู้เรื่อง”

องค์เอียร์โมก็ส่ายพระพักตร์ไปมา “ น้องยังไม่อยากกลับไปคุยกับเขาเลย พี่หญิงนินามาพักผ่อนกับพวกเราเถอะนะ นี่ น้องกำลังเล่นดนตรีกับองค์โอโรเมอยู่ด้วย ฮ่าๆ”

“แต่พี่ว่า…”

เรียวหัตถ์งดงามของเทพหนุ่มสัมผัสพระหัตถ์ของพระพี่นาง

“ ไม่เป็นไรน่าพี่หญิง เอสเตก็อยู่ด้วย มาเถอะ”

องค์เอียร์โมจูงพระหัตถ์บางแล้วทรงกล่าวว่า “ สหายเรา พี่หญิงนิเอนนาเสด็จมาแล้ว”

การปรากฏกายของนิเอนนาเทวี ทำให้เหล่าเทพวาลาร์ผู้มีชันษาน้อยกว่าต่างคำนับและถอนสายบัวโดยพลัน

“องค์นิเอนนา เสด็จมาแล้วเชิญประทับนั่งขอรับ” องค์เทพวาลาในอาภรณ์สีเขียวเข้มอย่างโอโรเมและมีชันษาสูงกว่าจึงเชื้อเชิญให้พระนางประทับนั่งก่อน

เนสซาเทวีและเทพทุลคัส พระสวามีก็ประทับนั่งเบื้องซ้าย โอโรเมและวานาเทวีประทับนั่งในเบื้องขวา แล้วพระนางนิเอนนาก็ทรงอยู่ระหว่างองค์เอียร์โมกับเอสเตเทวี พระน้องนางสะใภ้

“องค์นิเอนนา หม่อมฉันยินดียิ่งนักที่พระองค์เสด็จมาในอุทยานของหม่อมฉันเพคะ”

วานาเทวีทรงปรายรอยยิ้มบนริมโอษฐ์แดงเรื่องดงามดังกุหลาบแรกแย้ม

“หามิได้เพคะ หม่อมฉันเพียงแต่ต้องการมาตามเอียร์โมให้กลับไปคืนดีกับพระเชษฐาของพวกเรา เอียร์โมกลับไปกับพี่เถอะนะ”

“ อ้าว! องค์เอียร์โมทรงทะเลาะอะไรกับองค์นาโมเพคะ” เนสซาทรงถามขึ้น

“ ก็เรื่องที่พี่ใหญ่นั้นไม่ฟังหม่อมฉันเลย”

เอสเตเทวีก็ทรงเอ่ยว่า “ ความจริงแล้ว องค์เอียร์โมทรงเริ่มก่อนเพคะ”

“ที่รักของข้า!”

“ หม่อมฉันรับสั่งเรื่องจริงเพคะ พระองค์เป็นคนกราบทูลเองว่า พระองค์ขอแยกตัวกับองค์นาโมก่อน ตั้งแต่มาประทับกันในวาลินอร์แห่งนี้”

“ เพราะเจ้าพี่เย็นชากับข้าเกินไปต่างหาก จะให้เอียร์โมคนนี้อยู่ในท้องพระโรงมืดๆแบบนั้นนะเหรอ ไม่มีทาง ข้าจะสร้างบ้านสวนที่งดงามที่สุดในเหล่าทวยเทพและบุตรแห่งพระชนกเจ้าที่กำลังจะกำเนิดมาได้อาศัยอย่างมีความสุขต่างหาก”

องค์เทพหนุ่มร่างกำยำหรือเทพทุลคัสก็สรวลบ้าง “ บ้านของหม่อมฉันกับเนสซาก็มีแต่เสียงหัวเราะและความสนุกสนานนะ”

“กับโถงออกกำลังกายแสนอบอ้าวของท่าน” เนสซาเทวีย้ำเช่นกัน

“ เอิ่มมม”

“ หม่อมฉันพึงใจเล่นในป่าพงไพรของเจ้าพี่โอโรเมเหมือนเดิมเพคะ”

องค์โอโรเมก็ทรงปรายรอยยิ้มให้พระน้องนาง “ ขอบใจนะ น้องหญิงคนดี”

“องค์นิเอนนาเทวีมาขอให้พระองค์ไปคืนดีกับองค์นาโมแล้วนะเพคะ เสด็จไปกับพระนางเถิด เอียร์โม” วานาเทวีทรงกำชับ

แต่องค์เทพหนุ่มเกศาสีนวลทองก็ส่ายพระพักตร์ พร้อมกับลุกขึ้นจากที่ประทับ

“ หม่อมฉันจะไม่กลับจนกว่าพี่นาโมจะเข้าใจหม่อมฉันมากกว่านี้”

“ เอียร์โม…” นิเอนนาเทวีทรงถอนพระทัยในความรั้นของพระอนุชา

“ พี่หญิงเองก็เข้าข้างพี่ชายของเรามากกว่าหม่อมฉันอยู่แล้ว”

“นั่นไม่ใช่ความจริงเสียหน่อยนึง น้องชาย”

“ พี่หญิงนินารักพี่นาโมมากกว่าหม่อมฉันต่างหาก”

องค์นิเอนนาเทวีทรงลุกขึ้นและรั้งพระหัตถ์ของพระอนุชา

“ กลับไปกับพี่นะ”

“หม่อมฉันไม่อยากจากสถานที่สวยงามไปไหนเลย”

“เอียร์โม!”

องค์เทพหนุ่มก็สะบัดเรียวหัตถ์ของพระพี่นางออกทันที

“อย่าบังคับหม่อมฉันอีกคนเหมือนเจ้าพี่นะ!”

แล้ววาลาหนุ่มทรงดำเนินหนีไปด้วยความเคืองใจ

 

และนั่นทำให้นิเอนนาหลับพระเนตรลง น้ำตาของพระนางก็หลั่งลงพิ้น ด้วยความโศกเศร้าของพระนาง ดอกไม้สวยงามที่โปรยปรายลงบนพิ้นหญ้าก็เหี่ยวเฉาลงหมด

“ นิเอนนาเทวีเพคะ!”

วานาเทวีและเนสซาเทวีตะลึงงัน พระนางผู้ทรงความเศร้าจึงเม้มริมฝีปากแน่น

“ขออภัยทุกพระองค์เพคะ” พระนางเช็ดน้ำตาอย่างรวดเร็ว เอสเตเทวีจึงประคองพระพี่นางด้วยความห่วงใยทันที

“หึ!เอียร์โมเอาแต่ใจเกินไปแล้ว หม่อมฉันจะไปตามเขากลับเอง”

องต์เทพแห่งพงไพรก็ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เนสซาเทวีจึงแตะเรียวแขนหนาแกร่งของพระสวามี  “ตามเจ้าพี่โอโรเมไปด้วยสิ ทุลคัส”

“จ้าที่รัก” รับสั่งโดยไม่ลืมหอมพระปรางของพระชายา

องค์นิเอนนาทรงโศกเศร้าอยู่ในอ้อมกอดของเอสเตเทวีโดยหวังว่า องค์เอียร์โมจะไม่เคืองพระนาง…

^*^*^*^

สงสารพระนางนิเอนนาเจ้าน้ำตาจังเลยยยยย T^T

 

 

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s