Gallery

The Valar Fic: Aldaron & Astaldo

The Valar Fic: Aldaron & Astaldo
Pairing : Tulkas/Orome, Tulkas/Nessa,Orome/Vana,The Valar
Rate : R
Summary : แค่เพียงเทพเจ้าแห่งความกล้าหาญเสด็จมาชิดใกล้เพียงนี้ องค์โอโรเม เทพเจ้าอัศวินแห่งคณะวาลาร์จะทำเช่นไรดี…แค่สัมผัสจากทุลคัสก็ทำให้พระองค์ตะลึงงัน!
ในเมื่อเขาผู้นั้นเป็นพระเทวันหรือน้องเขยพระองค์นะ!
Warning : brother-in-law relationship,Yaoi,Valar Slash Love
^*^*^*^
เมื่อครั้งยุคบรรพกาล เมื่อเหล่าคณะเทพวาลาร์ซึ่งได้รับพระบัญชามาจากพระชนกเจ้าอิลูวาตาร์ เพื่อสรรสร้างแผ่นดินโลกหรือเรียกในภาษาพรายว่า “อาร์ดา” เทพวาลาร์ทั้งสิบสี่พระองค์พร้อมทั้งเหล่าเทพบริวารนับพันองค์ต่างลงมายังอาร์ดาแห่งนี้ โดยเริ่มสร้างอาณาจักรแห่งแรกของพระองค์ ณ เกาะสีเขียวขจีนามว่า อัลมาเรน

ร่างสูงโปร่งเพรียวในอาภรณ์สีเขียวเข้มเช่นเดียวกับพงไพรที่โปรดปราน ร่างนั้นเป็นบุรุษที่กำลังถือคันศรและง้างคันธนูตรงเข้ากับเสือร้ายที่กำลังพยายามสังหารลูกละมั่งน้อยตัวหนึ่ง…
“ เจ้าพยัคฆ์ที่ตะกละตะกลาม ไม่รู้จักประมาณความหิว จงดับชีพไปเสียเถิด”
เมื่อลูกศรถูกปล่อยออกและเข้าสู้เป้าหมายแล้ว…เจ้าเสือตัวนั้นก็ล้มลงทันที
เหล่าเทพไมอาร์ซึ่งเป็นนายพรานต่างพากันสรรเสริญเทพเจ้าแห่งพงไพร
“โอโรเม จงเจริญ! โอโรเม จงเจริญ!”
เทพเจ้าหนุ่มจึงปลดผ้าคลุมออกจากพระเศียร จนเห็นพระพักตร์งามคมคายเกินกว่าเหล่าบุตรแห่งพระเป็นเจ้าผู้ใดมาเทียบเคียงได้ เพราะองค์โอโรเมทรงเป็นเทพเจ้าวาลาร์ และเป็นยอดนายพรานองค์แรกของพิภพ นอกจากนี้พระโฉมของพระองค์ยังสง่างามสมกับเป็นบุรุษเพศโดยแท้ แม้ว่าพระองค์จะไม่ทรงงดงาม โออ่าเทียบเท่ากับมหาเทพทั้งสามคือ ราชันย์มานเว ราชาอุลโมและราชาอาวเล แต่ร่างจำแลงในแบบบุรุษของพระองค์ก็งดงามมากเพียงพอที่จะสะกดสายตาของเหล่าปวงเทพได้…สง่างามเหมาะสมกับพระชายาของพระองค์ พระนางวานาเทวี ราชินีแห่งมวลบุปผา ผู้มีแสดงรัศมีโสภาของสวรรค์แลพิภพปรากฎบนพระพักตร์ของพระนาง…
องค์โอโรเมเสด็จไปลูบแผงคอและเรือนผมของนาฮาร์ อาชาสีขาวประจำพระองค์ด้วยความสบายพระทัยนัก
“ เอาล่ะ ข้าจะขอตัวไปพักผ่อนกับนาฮาร์ พวกเจ้าก็ไปพักหาความสำราญใจเถอะ”
เหล่าเทพนายพรานผู้เป็นบริวารของพระองค์โค้งคำนับ และพาอาชาของแต่ละองค์กลับที่พำนัก
องค์โอโรเมนั้น แม้จะทรงมีพระขนิษฐาเนสซาจอมซนและพระชายาวานาผู้งามน่ารักเคียงข้าง
บางที…พระองค์ก็ปรารถนาอยู่เพียงลำพังเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติสีเขียวขจี ซึ่งพระแม่ยาวันนาเทวี ผู้เป็นพระเชษฐภคินีสะใภ้ประทานให้แก่พิภพ ด้วยเหตุนี้ องค์โอโรมจึงนับถือว่า พระนางเปรียบเสมือนมารดาของพระองค์ด้วย…
ระหว่างที่ร่างสูงโปร่งยืนพิงต้นพฤกษาใหญ่ริมสระน้ำใสดังกระจกแก้วส่องแสงสว่าง และหลับพระเนตรลงเพื่อผ่อนพระกายา
ขณะที่เทพเจ้าหนุ่มอีกองค์หนึ่งก็มาดำเนินสถานที่แห่งนี้เช่นเดียวกัน
องค์ทุลคัส วาลาร์หนุ่มพระองค์สุดท้ายของคณะเทพ พระองค์มีร่างสูงใหญ่กำยำยิ่ง เกศาสีทองงดงาม อร่ามเรือรับกับพระมัสสุสีทองเช่นเดียวกัน พระองค์ทรงหล่อเหลา น่ายำเกรงและมีเสียงสรวลที่ไพเราะยิ่ง…
ดวงเนตรสีครามปนอำพันสังเกตเห็นร่างสูงโปร่งที่ยืนข้างพฤกษาสูงองค์นั้น…
องค์โอโรเม…ไฉนมาประทับอยู่ลำพังเล่า…
ทุลคัสถอนพระทัยเบาๆ เมื่อเกศาสีน้ำตาลเข้มยาวสลวยเฉดสีเดียวกับลำต้นของพฤกษาสูงสะบัดไปตามสายลม ดวงพระพักตร์สีงาช้างของเทพจอมพรานสะท้อนประกายแสงชวาลาออร์มัลสีทอง ทุลคัสทรงเข้าใจแล้วว่า เนสซาเทวี ที่พระองค์หลงรักอยู่นั้น มีความงดงามคล้ายคลึงกับผู้ใด…ถึงกระนั้น ทุลคัสก็ทรงเข้าพระทัยดีว่า องค์โอโรเมไม่พึงปรารถนาที่จะอยู่ใกล้ชิดพระองค์ เพราะทรงหวงพระน้องนางและทรงดำริว่า ทุลคัสด้อยพระสติปัญญามากกว่าพระองค์
ช่างกระไร…ข้าแค่อยากสนทนากับองค์โอโรเม…เพียงสองต่อสอง…
เทพหนุ่ม เจ้าของเกศาสีทองจึงกวักหัตถ์เรียกเจ้านาฮาร์ พลางทรงเด็ดผลไม้มาประทานให้แก่นาฮาร์ ซึ่งมันก็ถามว่า “ องค์ทุลคัส มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”
ทุลคัสทรงลูบแผงคอขาว พลางกระซิบ ทำให้นาฮาร์กระพริบตาปริบๆ
“ ให้กระหม่อมไปปลุกองค์โอโรเม แล้วหนีไปซักพักเหรอ”
“ใช่แล้วๆ” องค์ทุลคัสสรวล
แม้ว่านาฮาร์จะสงสัยอากัปกิริยาของเทพหนุ่มทรงพลัง แต่ก็ไม่อยากขัดใจ
อาชาสีขาวจึงกลับไปใช้จมูกดุนดวงพักตร์ขององค์โอโรเม เทพหนุ่มแห่งพงไพรจึงลืมพระเนตรขึ้น แล้วมันก็วิ่งออกไปทันที
“ นาฮาร์ เจ้าจะไปไหนล่ะ” โอโรเมทรงจะดำเนินตามพาหนะของพระองค์
แต่ก็รู้สึกว่าเรียวหัตถ์โอบเรียวองค์ จึงตกพระทัย
“ เอ๊ะ เจ้า!”
เสียงสรวลดังลั่น ทำให้องค์โอโรเมจึงทรงหันองค์กลับ
“ ทุลคัสหรือ เจ้ามาทำอะไรแถวนี้”
“ ข้าก็มาเดินเล่นเอง องค์โอโรเม แล้วไฉน ข้าจึงไม่เห็นเนสซา น้องสาวของท่านเล่า “
“ ข้าให้นางดูแลอุทยานกับวานา เพราะข้าไม่ต้องการให้นางมาอยู่กับเจ้าไง!”
ทุลคัสปล่อยร่างโปร่งของเทพจอมพราน และก้าวถอยหลัง
“ท่านหวงนางเสียเหลือเกิน”
องค์โอโรเมจึงตอบด้วยอารมณ์ขุ่นมัว “ ข้าไม่อยากให้นางมายุ่งกับเจ้าเลย”
เมื่อร่างโปร่งจะดำเนินต่อ เรียวหัตถ์ก็ทรงถูกองค์ทุลคัสคว้าไว้
“ ข้าชอบเนสซา น้องหญิงของท่าน แต่ท่านกลับห้ามไม่ให้นางมาอยู่กับข้า…”
“ถ้าเจ้าเฉลียวฉลาดกว่านี้ ข้าก็คงยินดี…”
เมื่อดวงเนตรสีเขียวสดใสหันมาสบกับดวงเนตรสีไพลินอ่อนขององค์ทุลคัส
องค์เทพหนุ่มร่างใหญ่ก็ทรงรู้สึกถึงความรู้สึกบางอย่างที่น่าระทึกใจนัก
ดวงเนตรขององค์โอโรเมเหมือนกับของเนสซาไม่มีผิด รวมถึงเรียวนาสิกโค้งได้รูปนั่นด้วย
หัตถ์ใหญ่แกร่งจึงวางลงเรียวอังสาของเทพบุตรแห่งพงไพร แต่ว่า องค์โอโรเมทรงสะบัดออก
“ ทุลคัส เจ้าดำริอะไรหรือนิ”
“ ข้าต้องการสนทนาดีๆกับท่าน จะได้หรือไม่”
“ ขอโทษเถอะ ข้าจะไปหานาฮาร์”
แต่องค์โอโรเมก็ทรงรู้สึกว่าพระพักตร์เรียวคมของพระองค์มีสีแดงเรื่อปรากฏขึ้น
ทำไม…ข้าไม่ได้พึงพอใจทุลคัสซักนิดหนึ่ง…
ทำไม…เขาต้องมาอยู่กับข้าเพียงแค่สองคนเช่นนี้ด้วย…
ทุลคัสดำเนินมาใกล้มากขึ้น…ทำให้เทพหนุ่มอีกฝ่ายทรงถอยกลับไปหนึ่งก้าว…
“ อย่ามองข้าแบบนี้ ทุลคัส ข้าไม่ชอบ…”
“ข้ามองแบบไหน..”
ดวงตาสีเขียวสดใสวาวโรจน์ขึ้น “สายตาเหมือนกับที่ข้าเคยใช้มองวานา ก่อนเราจะแต่งงานเช่นนี้ ข้าไม่อยากให้เกิดความรู้สึกประหลาดเช่นนี้…”
แล้วเรียวคางงามได้รูปก็ถูกเชยขึ้นแผ่วเบา
“บางที…ท่านจอมพรานแห่งพงไพร ก็ขี้อายเหมือนกันนะเนี่ย หึๆ”
องค์ทุลคัสสรวลหยอกเย้า แต่ว่าอีกฝ่ายเริ่มรู้สึกโกรธขึ้นมา…
จะโกรธหรือว่าอายกันดีเล่านี้…
“ อย่ามาล้อเล่นกับข้า ทุลคัส”
“ข้าปล่าว ล้อเล่นซะหน่อย แต่ข้ารู้สึกว่า ข้ากำลังสนใจท่าน องค์โอโรเม…”
แล้วพระพักตร์สีงาช้างก็กลายเป็นสีกุหลาบทันที…
ทุลคัส…คิดอะไรกับข้าเล่า…ทำไมข้ารู้สึกตกใจนักหนา…ทำไม…
^*^*^*^*^*^
เอิ๊กๆ องค์โอเม้ที่รัก คราวนี้ ท่านโดนย่องเข้าหาเพคะ ขี้อายกันจังเลยยยย…..

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s