Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 13

The Valar fic : The Spring of Arda 13
Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana
ดวงเนตรสีมรกตกลมโตเปิดขึ้นเล็กน้อย
เนสซา…เนสซา…
สุรเสียงทุ้มนุ่มแสนคุ้นเคยของพระเชษฐา
เนสซา…เนสซา…
สุรเสียงห้าวหาญที่นางปรารถนาจะได้ยิน
และภาพแรกของเนสซาเทวีได้เห็นก็คือ…
พระพักตร์งดงามของโอโรเมและรอยสรวลของทุลคัส…
ริมโอษฐ์อิ่มบางของเนสซาฉายรอยยิ้มตอบแทน
ท่ามกลางความยินดีของคณะเทพวาลาร์ทุกพระองค์ที่ประทับรายล้อมเตียงของพระนาง
^*^*^*^*^
แสงตะเกียงออร์มัลสีทองและอิลลูอินสีฟ้าเงินฉายแสงส่องสว่างให้แก่อาร์ดายังคงงดงามเสมอมา….ในฤดูใบไม้ผลิแห่งอาร์ดาเวลานี้…
เนสซาเทวีประทับนั่งเล่นกับเหล่าลูกกวางน้อยๆ ขณะที่พ่อแม่ของพวกมันกระจายตัวออกไปกินรอบชายป่าแห่งเทพโอโรเม เนสซาเทวีรู้สึกกลับมามีความสุขอีกครั้ง…
เมื่อพระขนิษฐามีความสุขและกลับมาแข็งแรงเช่นนี้ องค์โอโรเมก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว…
“ องค์โอโรเมไปหานางสิเพคะ” พระชายาวานาเทวีรับสั่ง พร้อมกับหัตถ์เรียวนิ่มแตะบนหลังของพระองค์
“ อือม…วานา ข้ายังไม่แน่ใจเลยว่าจะพูดกับนางเรื่องทุลคัสอย่างไรดี”
องค์วานาเทวีประคองเรียวไหล่กว้างของพระสวามี
“ บอกสิ่งพระองค์ต้องการบอกเถิดเพคะ พระองค์รักนางมาก และนางเข้าใจแล้วเพคะ”
เทพโอโรเมพยักพักตร์คมคายรับ พร้อมกับประคองร่างอรชรของพระชายา
“ เนสซา…”
องค์จอมพรานทรงเรียกพระขนิษฐา เนสซาเทวีจึงหันไปมององค์โอโรเม
“ เจ้าพี่ อยากคุยอะไรกับน้องหรือเพคะ”
ร่างสูงเพรียวของโอโรเมทรงทรุดข้างนาง พร้อมกับพระพักตร์ที่บ่งบอกว่าพระองค์ทรงสำนึกผิดมากเพียงใด ยามนี้องค์โอโรเมรู้สึกว่า…ทำไมพระองค์รู้สึกกลับมาเยาวว์วัยอีกครั้ง…
“ พี่อยากขอโทษน้องกับเรื่องที่พี่ตวาดใส่น้องจนวิ่งหนีออกไป และพบกับความร้ายกาจของเมลคอร์ พี่จะไม่ดุว่าอะไรน้องอีกแล้ว…”
เนสซาเทวีทรงโอบพระศอเรียวพร้อมกับหอมพระปรางของโอโรเม เทพหนุ่มถึงกับพระพักตร์แดงระเรื่อแถมรู้สึกดีพระทัยเป็นอย่างยิ่ง
“ เจ้าพี่ ข้ารักเจ้าพี่เสมอ แต่ว่าข้าก็ยอมรับว่าข้าเองก็รู้สึกว่า…”
“ เอาน่า พี่รู้แล้วว่า เจ้าชอบทุลคัส และพี่ก็ได้เห็นความกล้าหาญของเขา ทุลคัสปกป้องเจ้าและตัวพี่เองด้วย ถ้าไม่ได้เขามาสู้กับเมลคอร์ พี่กับเจ้าคงแย่กว่านี้…”
องค์โอโรเมโอบกอดร่างบางของพระขนิษฐาแนบอุระ และจุมพิตหน้าผากนวล
“ พี่เกือบเสียเจ้าไปแล้ว พี่สงสัยจริงๆ เจ้าได้พลังการร่ายรำมาจากไหน”
เนสซาเทวีตอบว่า “ น้องคิดว่า นี่เป็นพรสวรรค์ของน้องที่พระชนกเจ้ามอบให้ และเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนของเมลคอร์เพคะ…”
โอโรเมตบไหล่บางของพระน้องนาง “ อย่าใช้พลังนี้บ่อยแล้วกัน พี่กลัวว่า มันจะทำให้ดวงจิตแห่งไอนูร์ของเจ้าหายไปด้วย”
“ ถ้าเป็นเช่นนั้น น้องขอเต้นรำ เต้นรำไปทั่วอัลมาเรนเพคะ”
เนสซาเทวีทรงลุกขึ้นยืน และกระโดดโลดเต้นด้วยความร่าเริงเป็นอย่างยิ่ง
“ งั้นก็ พี่จะเต้นรำกับเจ้าด้วย เราไปเต้นรำกันที่วังแห่งองค์ราชากันเถอะ! ”
^*^*^*^*^
ในที่สุด องค์มานเวและราชินีวาร์ดาก็ทรงประชุมเทวสภาอีกครั้ง
หรือประชุมเทวสภาแบบงานสังสรรค์เห็นจะดีกว่านะ…
คราวนี้ องค์อุลโมผู้เป็นพระสหายสนิทแห่งมานเวก็ทรงลุกขึ้นจากท้องทะเลมาร่วมประชุมด้วย
“ ให้ตายสิ เมลคอร์หนีไปอีก ข้าควรจะมาให้เร็วกว่านี้”
“ ท่านหลบไปในก้นทะเลลึกที่ไหนมากันล่ะ” เทพผู้เป็นสหายอีกองค์ถามขึ้น
“ ข้าแค่ไปภาวนาถึงพระชนกเจ้าเงียบๆ แถมยังต้องคุยเรื่องแต่งงานของพวกเขาอีกด้วย”
“ หือ ใครจะแต่งงานกันเหรอ”
“ ออสเซจะสู่ขอแม่นางอุยเนนจากข้า แม่นางอุยเนนก็ขี้อายซะเหลือเกิน ข้าเป็นพ่อสื่อพ่อชักให้พวกเขา…ข้าเลยไม่รู้ว่า เมลคอร์มากลั่นแกล้งเนสซากับโอโรเมจนได้นิสิ”
“ เห้ ไม่เป็นไรน่า ท่านอุลโม อย่างไรเสีย สายวารีของท่านก็ไหลรินอยู่ในอาร์ดาแห่งนี้ต่อไป แล้วอีกอย่างนะ คณะเทพวาลาร์ของเรากำลังจะมีข่าวดีเกี่ยวกับคู่รักแน่นอน”
“คู่รักไหนล่ะเนี่ย”
ก่อนที่เทพอาวเล เทพเจ้าแห่งวิศวกรรมจะตอบคำถามขององค์อุลโมต่อไป
องค์ราชาแห่งพิภพก็ทรงปรบพระหัตถ์กว้าง พร้อมกับลุกขึ้นพร้อมเปล่งสีหนาท
“ ข้ายินดียิ่งนักที่พวกเราทั้งวาลาร์และไมอาร์มาประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน และก่อนจะกล่าวสิ่งใดต่อไปนั้น ข้าขอต้อนรับด้วยการร่ายรำขององค์โอโรเมกับขนิษฐาน้อยเนสซาเทวี ขอให้พวกท่านรับชมด้วยความสำราญใจเถิด”
เหล่าวาลาร์และไมอาร์ผู้งดงามต่างพากันปรบหัตถ์กึกก้องเป็นจำนวนมาก
แต่ไม่มีใครจะรู้สึกยินดีในการพบเทพวาลาร์สองพี่น้องมากกว่าไปกว่าเทพทุลคัส
เทพหนุ่มร่างสูงใหญ่ ซึ่งประทับเบื้องซ้ายขององค์มานเว
แล้วม่านเวทีก็เปิดออก ร่างเล็กบอบบางของเนสซาเทวีในอาภรณ์สีเขียวอ่อนและสีชมพู
พร้อมกับมงกุฎมาลีสีทองส่องประกายรับกับพระเกศาแดงเข้ม พร้อมกับองค์โอโรเม
ผู้เป็นพระเชษฐาทรงอยู่ในอาภรณ์สำหรับการเต้นรำสีเขียวเข้มกับสีน้ำตาลเข้มและมงกุฎใบไม้ยังคงประดับพระเกศาสีน้ำตาลเข้มเช่นกัน ดวงเนตรสีพงไพรแสดงถึงความยินดียิ่งนัก
ทั้งสององค์ทรงกล่าวต้อนรับเหล่าคณะเทพและเทพีทุกพระองค์
“ โอ พระชนกเจ้า และคณะเทพเทวาทั้งหลาย
ข้ายินดีร่ายรำให้พวกท่านได้ชื่นชม ให้รื่นรมย์โดยทั่วหน้ากัน
โอ ขอความสุขสวัสดิ์จงเกิดแด่เหล่าไอนูร์ที่สถิตนี้ด้วยเถิด
ขอเดชะ มานเวและวาร์ดา ผู้สูงศักดิ์ เราสองพี่น้อง
โอโรเมและเนสซา จิตวิญญาณแห่งพนาไพรและสัตว์น้อยใหญ่แห่งอาร์ดา
ขอร่ายรำถวายแด่พระองค์”
แล้วบริวารแห่งเทพโอโรเมก็บรรเลงเพลงด้วยขลุ่ยกับกลองที่ฟังแล้วรื่นเริงใจนัก
( เนสซา )
ดวงจิตแห่งสุขสันต์แห่งอาร์ดา
กลับมาด้วยความรักของผู้ใดเล่า
ข้ายินดีร่ายรำให้พวกท่านได้ชม
ให้ฝีบาทของข้าได้ร่ายรำด้วยความปรีดาเถิด
( โอโรเม )
โอ น้องนางที่รักเอ๋ย
ข้ายินดีที่เห็นเจ้าได้ร่ายรำ
ด้วยความรักจากใจแห่งเชษฐา
ข้ายินดีร่ายรำไปพร้อมกับเจ้า
( เนสซา )
ดวงจิตแห่งสุขสันต์แห่งอาร์ดา
กลับมาด้วยความรักของผู้ใดเล่า
ข้ายินดีร่ายรำให้พวกท่านได้ชม
ให้ฝีบาทของข้าได้ร่ายรำด้วยความปรีดาเถิด
(โอโรเม )
โอ เนสซาเทวี จงเต้นรำให้สุขใจ
อย่าให้ความทุกข์ใดมาพรากเจ้าไป
โอ เหล่าทวยเทพวาลาร์ทั้งหลาย
โปรดคุ้มครองความร่าเริงแห่งอาร์ดาเถิด
( เนสซา )
ดวงจิตแห่งสุขสันต์แห่งอาร์ดา
กลับมาด้วยความรักของผู้ใดเล่า
ข้ายินดีร่ายรำให้พวกท่านได้ชม
ให้ฝีบาทของข้าได้ร่ายรำด้วยความปรีดาเถิด
สายตาของเทพทุลคัสมอบร่างอรชรของเนสซาเทวี และนึกในใจยามที่นางร่ายรำบนพิ้นหญ้าเขียวขจีดังที่พระองค์พอใจแล้ว ทุลคัสก็มีความรู้สึกยินดีอย่างบอกไม่ได้จริงๆ
แล้วเมื่อดนตรีบรรเลงเพลงระบำของทั้งสองพระองค์จบลง เหล่าผู้ชมทั้งหมดต่างปรบหัตถ์และสรรเสริญองค์โอโรเมและเนสซาเทวีที่ได้ร่ายรำให้เป็นบุญตากันถึงเพียงนี้…
ในที่สุด จอมราชามานเวก็ทรงเรียกองค์ทุลคัสขึ้นมาบนเวทีด้วย องค์เทพหนุ่มรู้สึกตื่นเต้น แต่ว่าวาร์ดาเทวี ยาวันนาเทวีและวานาเทวี พากันส่งสายพระเนตรเป็นกำลังใจให้ โดยเฉพาะวานาเทวีทรงมอบช่อดอกไม้สีม่วงที่มีกลีบดอกงดงาม พลางกระซิบว่า “ อย่าลืมเชียวนะ”
องค์ทุลคัสพยักพักตร์คมคายรับของราชินีแห่งมวลบุปผา แล้วทรงกระโดดขึ้นเวที
องค์เทพบดีมานเวทรงแตะไหล่กว้างกำยำขององค์ทุลคัส
“ ทุลคัส สหายรักเอ๋ย มีอะไรจะบอกก็บอกสิ จริงไหมล่ะ องค์โอโรเม ”
องค์เทพหนุ่มแห่งพงไพรถอนพระทัยเล็กน้อยก่อนผลักพระขนิษฐาให้ดำเนินไปหาทุลคัสด้วยอารมณ์หยอกเล่น

“ ท่านเทพทุลคัสผู้กล้าหาญ ท่านมีสิ่งใดจะบอกแก่เนสซาเทวีหรือไม่”
วาลาหนุ่มเกศาทองรู้สึกว่าพักตร์แดงจัด เมื่อได้ยลความงามและความร่าเริงของเนสซาแบบใกล้ชิด…ตอนนี้ ดวงพักตราเรียวมนก็แดงจัดไม่ต่างกัน…นางหลบสายตาของทุลคัสทันที
“ ข้า…เอ่อ…ข้าอยากบอกว่า…ข้าชอบเนสซาเทวีมาก และต้องการอยู่เคียวข้างนางที่สุดเลย…ข้าขอบอกทุกท่านในที่นี้ว่า ข้าชอบเนสซาเทวี”
“ เอ้า ตกลง เจ้าแค่ชอบน้องข้าหรือ ไม่ได้รักนางหรือไง” โอโรเมรู้สึกฉุนอีกครั้ง
เทพทุลคัสทรงเกาท้ายทอยด้วยความสงสัย
“ รัก…ชอบ…รัก…ชอบ…ข้าสับสน”
องค์มานเวจึงกล่าวแทนว่า “ ทุลคัสทั้งชอบและรักเนสซาเทวีจริงไหมล่ะ”
“ ใช่แล้วล่ะ องค์ราชา”
ราชาเกศาสีขาวบริสุทธิ์ทรงสรวลดังกังวานอย่างเปรมปริดิ์
“ทุลคัสเอ๋ย พยายามบอกความจริงกับนาง”
เทพหนุ่มทุลคัสก็ตัดสินพระทัยคุกชานุลง พร้อมกับยื่นช่อของดอกไม้สีม่วงมาเบื้องหน้า
“ ข้าคนนี้ผู้มีนามว่า ทุลคัส ข้ารักเนสซาเทวี ขนิษฐาแห่งเทพโอโรเมและข้าปรารถนาจะเคียงคู่กับนางมากขอรับ รับความรักของทุลคัสผู้นี้เถิด”
โดยไม่ทันตั้งตัว เนสซาเทวีก็รับช่อดอกไม้สีม่วงก่อนแล้วทรงกระโดดเพื่อโอบรอบพระศอของใหญ่ของเทพทุลคัส และเปล่งวาจายินดียิ่งนัก
“ ข้ายินดีรับรักจากท่านทุลคัส! ข้ารักท่าน! ”
“ ข้ารักเจ้า เนสซาเทวี ”
แต่ว่าก่อนที่วาลาผู้อ่อนเยาว์ทั้งสองจะสบตากันแล้วเลื่อนดวงพักตร์ใกล้ องค์โอโรเมก็ทรงกระแอมอีกครั้ง…แล้วรับสั่งว่า…
“ ไปจุมพิตกันในวันวิวาห์นะ น้องรักทั้งสองของข้า ”
ทุลคัสและเนสซาจึงยอมปล่อยอ้อมแขนของกันและกัน
ถึงกระนั้น นี่ก็เป็นเวลาที่ทั้งสององค์มีความสุขที่สุดจนได้
เสียงปรบมือต่างดังกึกก้องทั่วทั้งท้องพระโรงแห่งมานเว
องค์ทุลคัส จงเจริญ! องค์เนสซา จงเจริญ!
แล้วดอกไม้สีม่วงชนิดนี้มีนามว่า เฮลีนเยทิลเล และกลายมาเป็นดอกไม้ประจำองค์เนสซาเทวีในเวลาต่อมา หมายถึง การสารภาพรักอันแสนสดใส

^*^*^*^*^
สปอยๆ….
ตอนหน้า เทพหนุ่มและเทพีน้อยจะได้เข้าพิธีวิวาห์อย่างเป็นทางการแล้วจ้ะ ฟฟฟฟ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s