Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 11

The Valar fic : The Spring of Arda 11

เสียงคำรามร้องของเทพทุลคัสจอมพลัง มาพร้อมกับหมัดแน่นก็พุ่งเข้าใส่ใบหน้าของเมลคอร์

จนอสูรร้ายลงกับพิ้นแผ่นดินดังสนั่น!

ย้ากกกกก!!!!

เมลคอร์พุ่งหัตถ์ใหญ่หนาของตนเข้าใส่ทุลคัสบ้าง!

ฮ่าๆๆๆๆ

เทพหนุ่มเกศาทองหัวเราะดังก้องพิภพ เมื่อได้หักข้อมือดำของเมลคอร์

จอมอสูรพยายามพุ่งไปเข้าหยุดการร่ายรำของเนสซา แต่ว่าหมัดของทุลคัสพุ่งเข้าใส่หน้าอีกที!

“ อย่าได้คิดทำร้ายนางอีกเป็นครั้งที่สอง!”

“ หนอยยยยย !!!” เมลคอร์พุ่งทะยานเข้าใส่ทุลคัส และปล่อยหมัดของตนบ้าง

แต่มันกลับไม่ทำให้ทุลคัสระคายเคือง

ยิ่งการร่ายรำของเนสซาและเสียงแตรแห่งเทพโอโรเมดังกังวานขึ้นเท่าไร

ทุลคัสรู้สึกว่าฤทธาแห่งวาลาร์ของพระองค์ก็เพิ่มมากขึ้น!

“ เจ้าชนะข้าไม่ได้แล้ว เจ้ามารร้าย!”

หัตถ์ใหญ่ของเทพหนุ่มจอมพลังตะลุมเข้าร่างของเมลคอร์ไม่ยั้งเลย!

จนเมลคอร์รู้สึกว่าอำนาจในการต่อสู้ของเขากำลังจะลดลง

ยิ่งเมื่อจดจ้องไปในดวงเนตรของทุลคัส จากสีครามสดใสเปลี่ยนเป็นสีทองคำที่กำลังแผดเผา ประกอบการใช้พลังในการต่อสู้กับโอโรเม ทำให้ฤทธิ์ของเขากำลังลดลง…

เช่นเดียวกัน…

เนสซาเทวีก็รู้สึกว่าฤทธาในการร่ายรำแสนงดงามตระการตาของนางก็ลดลงตามลำดับ

จนฝีบาทเปลือยเปล่าของนางหยุดลง ร่างบางของเนสซากำลังจะตกลงสู่พิ้นปฐพี

“ โอ เอรู…โอ พระชนกเจ้า…เอรู…”

องค์โอโรเมอุทานดังลั่น ละพระโอษฐ์ออกจากแตรกังวานทันที

“ น้องหญิงเนสซา!”  พระองค์รีบผายพระหัตถ์รับร่างของพระนาง

แล้วเทพจอมพรานก็รู้สึกว่าฤทธาของพระองค์ก็ลดลง ในที่สุดก็ดวงเนตรสีมรกตก็ปิดสนิท

ร่างสูงสง่าล้มลงเคียงข้างพระขนิษฐาที่รักยิ่ง

“ เนสซา…” องค์ทุลคัสรีบหันไปหานาง และพระองค์ก็ถูกเมลคอร์ต่อยเข้าดวงพักตร์ทันที

“ ฮ่าๆๆๆ ถ้าไร้แรงใจจะเป็นเช่นไรนะ ทุลคัสซื่อบื้อ! ”

จอมปีศาจเมลคอร์ปล่อยหมัดของตนใส่ทุลคัสจนร่างใหญ่กำยำบอบช้ำ พร้อมกับเสียงหัวเราะน่าชังของเมลคอร์ และฝีบาทดำของเขาก็พุ่งเข้าหน้าอุทรของเทพหนุ่ม

“ หมดพลังร่ายรำของเนสซาแล้ว เจ้าก็สู้ข้าไม่ได้ เจ้าบ้าบิ่นทุลคัส!!!”

หากว่านัยน์ตาของทุลคัสวาวโรจน์ขึ้น ด้งประกายเพลิงอัคคีอมตะเกิดขึ้น พร้อมกับการควงหัตถ์แรงกล้าของพระองค์  ดวงตาสีเพลิงของเมลคอร์ตกตะลึงยิ่งนัก!

หมัดที่หนึ่งเข้าสู่ใบหน้ามืดคล้ำของเมลคอร์

“ นี้!สำหรับเนสซา!”

หมัดที่สองพุ่งเข้าหน้าอกของจอมอสูร

“นี้!สำหรับโอโรเม!”

หมัดที่สาม…ตรงจุดสำคัญ…

“นี่! ถวายแด่พระชนกเจ้าอิลูวาทาร์!”

อ๊ากกกกก!!!!

เมลคอร์ล้มถลากลิ้งไปกับพิ้นพิภพจนเกิดเปลวเพลิงสีดำเผาบริเวณนั้นทั้งหมด….

แต่จอมอสูรได้ปล่อยไอพิษเข้าใส่ทุลคัสอีกครั้ง เพราะเทพหนุ่มก็เริ่มอ่อนกำลังแล้ว…

ทุลคัสจึงรู้สึกอึดอัดข้างในพระนาสิก จึงประคองพระศอขององค์เอง

“ ยอมข้าหรือไม่ ทุลคัส จะยอมหรือไม่! ”…ชัยชนะของข้าอยู่แค่เอื้อมเอง…

แสงสว่างสีขาว! เมลคอร์จำได้ดี

แล้วนั่น! แสงสว่างสุกสกาวพร้อมกับเสียงแตรกังวานดังแสงสว่างที่ปรากฏในจักรวาล

คณะของเหล่าเทวาแห่งมานเวเสด็จมาถึงแล้ว…

“ โอ เมลคอร์ อนุชาของเรา พอเสียทีเถอะ”

องค์เทวาผู้เป็นราชาแห่งพิภพรับสั่ง วรองค์ทรงยืนบนหลังกว้างของพญานกอินทรีหนุ่มนามว่าโธรอนดอร์ พาหนะคู่พระทัย และวาร์ดาเทวีก็ประทับยืนข้างพระองค์

“ หึ! ใครกัน เจ้าพี่เองหรือ”

“ เมลคอร์ เจ้าเลิกกลั่นแกล้งพวกเขาเสียเถิด พี่ขอร้องเจ้านะ”

สุรเสียงกังวานแห่งมานเวยังคงนุ่มนวลให้แก่พระอนุชาเสมอมา

“ ไม่ เพราะพวกเขาดูถูกข้า ข้าไม่ยอมพวกเขาเด็ดขาดเลย!”

ราชินีวาร์ดาจึงรับสั่งด้วยสุรเสียงเยือกเย็นว่า “ โอ เมลคอร์ การทำร้ายอิสตรีก็ไม่สมควรเลย  ท่านกระทำต่อเนสซาเช่นนี้ ท่านจะไม่เป็นที่รักของสตรีเพศนางใดอื่นแล้วเพคะ…หยุดการกระทำเช่นนี้เถิดเพคะ…”

ยิ่งได้เห็นแสงสว่างดังดาราสุกใสจากพระสิริโฉมงดงามสมเป็นราชินีแห่งพิภพ

วาร์ดาเทวี…ดวงเนตรแห่งนางยังคงสร้างบาดแผลส่วนลึกให้แก่เมลคอร์เสมอมา…

ความจริงแล้ว…เขาต้องการเอาชนะมานเวและวาร์ดามากที่สุด…

ถึงกระนั้น เขาก็เอาชนะวาลาร์ที่ฤทธาน้อยกว่า อย่างสามเทพนั้นไม่ได้เลย…

เมลคอร์ได้แต่เม้มริมโอษฐ์บางสีเข้มของตน…

“ เมลคอร์ กลับมาหาพี่แล้วหยุดทำร้ายพวกเขาเสียที”

“ ข้าไม่กลับ!ไม่กลับเด็ดขาด!”

แม้ว่าองค์บุพราชมานเวผู้เป็นเชษฐาขอร้องถึงเพียงนี้ แต่เมลคอร์สลายร่างของตน

กลายเป็นไอพิษดำขลับไปทั่วท้องนภากว้าง

“ ข้าจะไม่หยุด…ไม่หยุดการต่อสู้จนกว่าอาร์ดาแห่งนี้เป็นของข้าโดยสมบูรณ์

จำไว้เลย…ทุลคัสเอ๋ย ข้าขอเป็นปรปักษ์ต่ออำนาจของเจ้าตลอดกาล!”

สิ้นเสียงดังก้องน่าชิงชังพร้อมกับเงามืดทั้งหมดแล้ว บริวารของเมลคอร์ก็หายไปด้วย

เหล่านายพรานแห่งโอโรเมพากันเปรมปริดิ์ยิ่งนัก เมื่อได้เห็นความพ่ายแพ้ของเมลคอร์

ทุลคัสก็คำนับลงต่อองค์มานเวและวาร์ดา ก่อนที่จะลดพระวรกายลงกลับมามีขนาดปกติ และก็…เนสซาเทวี!…องค์โอโรเม!…

เทวีวาลาองค์น้อยบรรทมหลับสนิทในอ้อมกอดนิ่มนวลของพระเชษฐา

อาชานาฮาร์นั่งเคียงข้างเจ้านายของตนด้วยความเคารพ…

เทพหนุ่มทุลคัสจึงคุกชานุของพระองค์ลงด้วยความเหน็ดเหนื่อยทั้งกายาและฤทัยขององค์เอง…

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s