Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 10

The Valar fic : The Spring of Arda 10
Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana

ณ พระตำหนักขาวสล้างยิ่งใหญ่แห่งเทพมานเว
สายพระเนตรสีเทากระจ่างใสของราชินีวาร์ดาสังเกตเงาร้ายที่อยู่ไกลออกไปทางทิศอุดร…ยอกผาสูงชันและเป็นส่วนที่ห่างจากแสงชวาลาออร์มัลและอิลลูอินมากที่สุด พร้อมกับเสียงแตรดังกังวานของเทพโอโรเม
เกิดเหตุร้ายแรงอะไรขึ้น!
พระนางจึงรีบกราบทูลพระสวามีซึ่งกำลังเข้าสมาธิเบื้องเทวรูปงามตระการตาหรือพระผู้เป็นหนึ่งผู้ศักดิ์สิทธิ์หรือพระชนกเจ้าของเหล่าเทพวาลาร์ทุกพระองค์ ยกเว้นเพียงเมลคอร์ผู้กบฏ
“ โอ สวามี ได้โปรดหยุดทรงญาณถึงพระชนกเจ้าก่อนเพคะ”
องค์มานเวจึงเผยพระเนตรสีไพลินสดใสออกมา “ ข้าได้ยินเสียงแตรแห่งโอโรเมมาจากทิศเหนือ เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขากัน”
เสียงของสกุณาตัวหนึ่งทำให้วาร์ดาเทวีก้าวออกไปที่พระบัญชร
สกุณามีสีสันดังสายรุ้งบนหางยาวสลวย มีดอกไม้สีแดงอมชมพูประดับบนคอและทรวงอก
พระนางทรงทราบทันทีว่า นี้คือวานาเทวี ชายาแห่งเทพโอโรเม
“ ใช่จริงๆด้วย เกิดเหตุร้ายขึ้นกับเทพโอโรเมเป็นแน่”
สกุณาแปลงได้กลับคืนเป็นสตรีผู้งดงามเกศาสีทองยาวจรดเอวในอาภรณ์สีชมพูอ่อน
นางหมอบลงเบื้องบาทของราชินีแห่งแสงสว่างทันที
“ ได้โปรด พระแม่เจ้าวาร์ดา เมลคอร์ลักพาน้องหญิงเนสซาไป”
องค์มานเวจึงลุกขึ้นจากอาสนะของพระองค์ พระพักตร์งามยิ่งแสดงความกังวลทันที
“ อะไรกัน เมลคอร์ งั้นหรือ ไม่ได้การแล้ว”
“ พระองค์จะทำเช่นไรดีเพคะ”
องค์มานเวบุพราชาจึงตอบว่า “ ให้บริวารแห่งเราไปตามวาลาร์ที่เหลือทุกพระองค์
เราจะไปสู้กับเมลคอร์เอง”
องค์วาร์ดาเทวีจึงประสานหัตถ์ของพระนางบนอุระ…เนสซาเทวีเอ๋ย…
เนสซาเทวี…ถ้าเกิดเหตุร้ายกับเจ้า ขอให้ฤทธาแห่งพระชนกเจ้าปกปักรักษาเจ้าเถิด…
พระชนกเจ้าจงประทานอำนาจของพระองค์แก่เนสซาเทวีด้วยเถิด…
^*^*^*^
ร่างสูงเพรียวขององค์โอโรเมล้มลงกับพิ้นศิลา ขณะที่ดาบเพลิงสีดำของเมลคอร์กำลังมาจ่อที่พระศอ ดวงตาสีมรกตเริ่มจางลงจากไอพิษแห่งปีศาจ มันมากเกินไปจนทำให้พลังแห่งวาลาร์ลดลง…พลังสูงส่งของเมลคอร์มากกว่าที่จอมพรานแห่งคณะวาลาร์จะคาดคิด
“ พ่อพรานคนดี จะว่าเช่นไรดีนะ ถ้าข้าทำให้พลังของเจ้าสิ้นไป…คณะวาลาร์จะได้ขาดคู่แข่งไปเสียอีกหนึ่ง ตัดกำลังเจ้านี่แหละคือสิ่งที่ข้าต้องการนักหนา”
“ เจ้าไม่มีทางเอาชนะพวกเรา”
“ ปากดีนักนะ ดูสิ พลังแห่งวาลาร์ของเนสซาน้อยกำลังลดลงแล้ว ถ้านางสิ้นพลังไป เจ้าก็หมดไปด้วย จริงไหมล่ะ ดวงจิตของพี่น้องมั่นคงยิ่งกว่าธรรมชาติใด มั่นคงกว่าอาร์ดาแห่งนี้”
หัตถ์แกร่งของเมลคอร์ผายออกดึงรัศมีจากร่างเนสซาที่ไร้สติสมประดีบนแผ่นศิลานั้น
และนั้น ทำให้องค์โอโรเมแสบอุระเป็นล้นพ้นจนหัตถ์ทั้งสองประคองทรวงทันที
“ เจ้าทำอะไรนาง เมลคอร์ ”
“ โอ้ เจ้าก็รู้ย่อมรู้สิว่า อัคคีอมตะเป็นสิ่งที่ข้าโหยหาที่สุด และยิ่งเป็นเพลิงอัคคีจากพี่น้องด้วยแล้ว มันจะเพิ่มพลังให้แก่ข้า เจ้ากับเนสซามีอัคคีอมตะที่เหมือนกันย่อมสัมพันธ์ต่อกัน พลังแห่งวาลาร์ของนางหมดไป ฤทธาของเจ้าก็จะหมดไปด้วย…โอโรเมน้อย…ฮ่าๆ”
“ อย่าทำร้ายนาง อย่านะ! อย่า! ”
เมลคอร์หัวเราะน่ารังเกียจ แต่แล้วเสียงอาชาร้องดังกังวาน
พร้อมกับร่างสูงที่เปล่งรัศมีสีทองรอบวรกายล่ำสันกระโดดลงจากหลังของนาฮาร์
ร่างสูงใหญ่กำยำยิ่งในอาภรณ์เหล็กกล้าและภูษาสีแดง รัศมีเจิดจ้าจนเมลคอร์แสบเนตรนัก
“ เมื่อเจ้าทำร้ายองค์โอโรเมและเนสซา ข้าจะทำให้เจ้าเป็นธุลีเสียบัดนี้! เมลคอร์!”
วรองค์ใหญ่สง่างาม เปล่งรัศมีสีทองสุกสว่าง พร้อมกับดวงพักตร์งามคมเหี้ยมเกรียม
“ เจ้าไม่มีทางได้แตะต้องพวกเขาอีกแล้ว!”
จอมเทพผู้กบฎจึงชี้ดาบไปยังร่างสูงสง่าของทุลคัส
“ อ้อ เจ้าหน้าเคราทองสกปรกเอ้ย ดูซิ เจ้ามันจะมารับสองพี่น้องกลับไปหรือ ตอนนี้หนึ่งในนั้นกำลังจะไม่รอดแล้ว…”
ทันใดนั้น รัศมีเขียวเป็นสายพุ่งเข้าด้านหลังของเมลคอร์ จนเขาหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด
“ เจ้าโอโรเม!”
เทวาพรานหนุ่มแห่งคณะวาลาร์ปล่อยฤทธาภายในแห่งพระองค์ออกมายังเมลคอร์นั้นเอง!
“ ทุลคัส ไปช่วยเนสซาน้องข้า ข้าจะจัดการมันเอง เร็วเข้าเซ่!”
สุรเสียงตวาดกึกก้องของโอโรเม ทำให้เทพหนุ่มเกศาทองกระโดดข้ามเปลวเพลิงไปยังหลักศิลาซึ่งเนสซาเทวีถูกตราตรึง และนางยังไม่ได้สติเลย
“ เนสซา!!!!” ทุลคัสทรงใช้พลังทั้งหมดผ่านอุ้งหัตถ์ของพระองค์ตรงเข้าดึงสายโซ่ที่รัดร่างบางออกมาจนสำเร็จ เทพหนุ่มทรงเขย่าร่างบอบบางของนาง
“ เนสซา ได้โปรด เจ้าต้องฟิ้นสิ โอ เนสซา…”
ฝ่ายเทพโอโรเมทรงใช้พลังแห่งเทพวาลาประจำกายพร้อมพลังเพลิงจากโทสะของพระองค์ปล่อยออกมาเป็นรัศมีพุ่งเข้าใส่เมลคอร์ จนวาลาแห่งความมืดก้าวถอยหลัง
“ ความพิโรธของเจ้าจะทำให้พลังของเจ้าลดลงเองนะ โอโรเมน้อยคนดี ข้าให้โอกาสเจ้าอีกครั้ง ถ้าเจ้าสวามิภักดิ์ต่อข้า ข้าจะให้เจ้ายิ่งใหญ่กว่าทุกสรรพสิ่ง รองจากข้าเท่านั้น และข้ายินดีกำจัดทุลคัสให้เจ้าเอง พ่อพรานน้อยเอ๋ย”
โอโรเมตวาดลั่น “ ข้าไม่มีวันเข้ากับผู้กบฏต่อพระชนกเจ้าเช่นเจ้า !ไอ้ขี้ขลาดตาขาว!”
“ พลังของเจ้าไม่เทียบเท่ามานเวและข้าแม้แต่น้อย ถ้าเจ้ายิ่งปล่อยพลังอัคคีอมตะในกายออกมาเท่าไหร่ เจ้าก็จะสิ้นพลังงานทั้งหมดพร้อมกับร่างแปลงนี้ เหลือแค่ดวงจิตไร้เถ้าถ่าน เนสซาน้อยของเจ้าก็จะได้สิ้นไปจากโลกนี้ ความร่าเริงกับความกล้าหาญของคณะวาลาร์หมดไป ทีนี้ ข้าก็หมดคู่ต่อสู้ไปได้ง่ายขึ้น ฮ่าๆ”
เมลคอร์ปล่อยไอพิษสีดำทมิฬสาดใส่โอโรเมอีกครั้ง…แต่ร่างสูงสง่าก็ปล่อยพลังแห่งวาลาร์มาประจันหน้าต่อกัน…ด้วยเพลิงพิโรธทรงพลังยิ่งและความกล้าหาญแห่งโอโรเม
เวลานั้นเอง ทุลคัสจึงตัดสินพระทัยโอบกอดร่างบอบบางเพื่อถ่ายพลังแห่งวาลาเข้าสู่ร่างบอบบางของเนสซาเทวี จนในที่สุด ดวงตาของนางก็ค่อยๆลืมขึ้น…
“ เนสซาเทวี!”
และนางได้เห็นดวงตาสุกสว่างของทุลคัส…ริมฝีปากอิ่มจึงยิ้มระเรื่อ…
“ ท่านทุลคัส…ท่านทุลคัส…”
“ เนสซา”
องค์ทุลคัสวางริมโอษฐ์จุมพิตให้แก่นาง…
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
พลังแห่งจอมมารเมลคอร์ปล่อยกระแสจิตแห่งความชั่วร้ายของตนต่อเทพพรานแห่งวาลาร์ โอโรเมจึงอุทานด้วยความเจ็บปวดและล้มลงกับพิ้นอีกครั้ง
จอมอสูรเดินไปใกล้เทพหนุ่มและยกฝีบาทขึ้น “ สิ้นกันซะที โอโรเมน้อย ”
“ หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสียงใสกังวานของดรุณีองค์น้อยแห่งวาลาร์
“ อ้อ เนสซาน้อยได้สติแล้วสินะ เจ้าเก่งกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก”
ร่างบางละจากอ้อมพาหาแกร่ง และเทพหนุ่มทุลคัสจึงตรงเข้าประคอง
เชษฐาของเนสซาเทวี พร้อมกับปล่อยพลังแห่งวาลาร์แก่โอโรเม
“ ข้าไม่ยอมให้ท่านทำร้ายของกับเจ้าพี่โอโรเมได้อีกแล้ว! เมลคอร์!”
“ เจ้าคิดจะสู้อะไรข้าได้ เนสซา”
“ ท่านบอกว่า พลังของข้าคือความร่าเริงสดใสแห่งอาร์ดา ข้าจะใช้พลังนี้สู้กับท่านเอง”
“ งั้นก็ดี แม่สาวน้อย งั้นก็…”
แล้วสิ่งที่เมลคอร์ตกใจเมื่อร่างบอบบางได้ภาวนาถึงพระชนกเจ้าหรือเอรู อิลูวาทาร์ พระผู้เป็นหนึ่งแห่งโลกนี้…นางดูสง่างามยิ่ง และเปี่ยมด้วยแสงสว่าง ทำให้เมลคอร์เหมือนได้เห็นอำนาจของวาร์ดาเทวี วาร์ดาเป็นสตรีนางเดียวที่เมลคอร์สะพรึงกลัวมากที่สุด…เพราะนางได้พลังจากแสงสว่างของอิลูวาทาร์มากที่สุด!
เป็นพลังจักรวาลอย่างเดียวที่เมลคอร์ไม่อาจเอาชนะได้!
เพราะพลังนี้เป็นพลังที่มีมากที่สุดแห่งพระชนกเจ้าอิลูวาทาร์!
พระพักตร์งดงามเยาว์วัยของนาง ปรากฏแสงสว่างรัศมีแห่งอิลูวาทาร์มาสถิตยังนาง
และนั่น เสียงดนตรีจังหวะไพเราะกังวานก็เกิดขึ้น พร้อมกับการผายพาหาของเนสซาเทวี และนางก็เริ่มต้นร่ายรำด้วยอำนาจแห่งวาลาร์ที่ดึงดูดสายตาของเมลคอร์มากที่สุดพร้อมกับเสียงร้องอันไพเราะแม้แต่เชษฐาโอโรเมกับเทพทุลคัสยังตกตะลึงนักหนาข้าไม่เคยเห็นการร่ายรำใดจะงดงามน่าชมมากเท่าข้าได้เห็นเนสซาเทวีร่ายรำเท่าครั้งนี้!
โอ เอรู !โอ พระชนกเจ้า!
เสียงกลองและพิณเกิดขึ้นมาแต่ครั้งไอนูร์ลินดาเลจงบังเกิดขึ้นอีกครา!
โอ เอรู! โอ พระชนกเจ้า!
อาร์ดาของพระองค์เกิดขึ้นด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของพระองค์!
และความงดงามแห่งอาร์ดาก็เกิดขึ้นแล้ว!
เหล่าวาลาร์บรรเลงดนตรีการขึ้นมาให้กำเนิดพิภพนี้!
โอ เอรู! โอ พระชนกเจ้าแห่งอาร์ดา!
ดนตรีการของพระองค์ช่างไพเราะเกินจะกล่าวเป็นภาษาใดบนพิภพได้!
เนสซาเทวีร่ายรำด้วยบทเพลงถวายพระเป็นเจ้าเช่นนี้ ทำให้เมลคอร์รู้สึกขาดสติและความตั้งใจในการทำลายล้างไปเสีย เพราะเขาหลงใหลในแสงสว่างมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
เสียงคำรามร้องของอาชานาฮาร์ ทำให้เทพโอโรเมละจากการทัศนาการร่ายรำของพระขนิษฐา
“ เอาเลย ทุลคัส! ให้พลังของเนสซาเป็นกำลังใจแก่เจ้าเถิด”
สุรเสียงดังไพเราะของจอมพราน ทำให้เทพทุลคัสตะโกนก้องแล้วเนรมิตองค์เองให้สูงใหญ่ แล้วเท่าภูผา จนภูผานั้นพังทลายลง เมลคอร์ก็ได้สติ เมื่อได้ยินเสียงกระทืบบาทและเสียงสรวลคำรามสะท้านปฐพีของเทวาทุลคัส
เมลคอร์ตกใจอย่างเหลือล้นและความขลาดกลัวก็จับเข้าดวงจิตของตน!
“ มาสู้กับข้า เมลคอร์ ฮ่าๆๆๆๆๆ ไอ้มารจอมขี้ขลาด”
จอมอสูรจึงละกายจากเทพบุรุษอาภรณ์ดำให้เป็นปีศาจสูงใหญ่ดำทมิฬน่าสะพรึงเท่าทุลคัส
“ ให้มันรู้กันวันนี้แหละ ข้าจะเอาชนะเจ้าเอง เจ้าเคราทองน่ารังเกียจ”
องค์โอโรเมทรงไม่ลืมใช้แตรวาลาโรมาของพระองค์ขึ้นมาจรดริมฝีปากของพระองค์
“ เห็นทีจะต้องใช้มันเพื่อชัยชนะในครั้งนี้!”
แล้วเสียงแตรแห่งเทพโอโรเมกังวานราวสายอสุนีบาตบนท้องนภาเป็นจังหวะดนตรีที่ยิ่งใหญ่ควบคู่กับการลีลาศร่ายรำรุนแรงของเนสซาเทวี ขนิษฐาของพระองค์
พร้อมกับการดวลด้วยพลังยิ่งใหญ่ระหว่างทุลคัสกับเมลคอร์!

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s