Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 10

 

The Valar fic : The Spring of Arda 10

Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana

เทวีองค์น้อยรู้สึกองค์อีกครั้งก็พบว่าทรงอยู่บนยอดผาสูงดำทมิฬอันสูงชันน่าสะพรึง น่าสยดสยองสมกับเป็นที่พำนักของเจ้าแห่งอนธกาล เพราะหุบผาแห่งนี้ห่างจากแสงชวาลาออร์มัลและอิลลูอินจนแสงสว่างส่องมาถึงไม่ได้ สายลมหนาวเย็นจับจ้องผิวพรรณขาวผ่องของเนสซา นางกระพริบดวงเนตรด้วยความอ่อนเพลีย และความกังวลในดวงจิตแห่งวาลาร์

ในที่สุดเจ้าฟื้นแล้วสินะ เนสซาน้อย”

ร่างสูงใหญ่งามสง่าในอาภรณ์สีรัตติกาลหันหลังกลับมา พร้อมกับดวงเนตรสีชาด

ความสง่างามด้วยสีดำที่แสงสว่างไม่อาจเข้าถึงได้แห่งจอมมารเมลคอร์

เมลคอร์ อนุชาแห่งมานเว ผู้ทรงอำนาจมากที่สุดในคณะเทพวาลาร์

แต่เขาเลือกจะเป็นกบฏต่อพระชนกเจ้าเขากลายเป็นปัจจามิตรของชาวไอนูร์ทุกผู้ทุกนาม

ท่านเมลคอร์ ท่านต้องการอะไรจากข้ากันแน่” เนสซาตัดสินใจถาม

หึๆ ข้าไม่ต้องการอะไรมากหรอก แม่สาวน้อยที่รัก ข้าก็แค่…” เทพวาลาหนุ่มผู้กบฏก้าวบาทมาใกล้นาง “ ข้าก็แค่ต้องการให้ดวงจิตแห่งความร่าเริงของเจ้าให้หายไปเท่านั้นเอง”

ท่านนำดวงจิตของข้าไปไม่ได้ เพราะดวงจิตนี้ พระชนกเจ้าประทานให้ข้าแล้ว ท่านไม่มีอำนาจใดจะนำดวงจิตของเนสซาผู้นี้ไป”

เจ้าอย่าดื้อดึงเลย แม่สาวน้อย พลังของเจ้ามันก็แค่เปลือกเล็กน้อยของเหล่าเทวีวาลาร์องค์อื่น ถ้าเจ้ายินดีทำให้ดวงจิตแห่งความร่าเริงนี้หายไป และรับพลังแห่งการทำลายจากข้า เจ้าจะมีพลังเหนือยิ่งกว่าราชินีวาลาร์ทุกองค์ แม้แต่วาร์ดาเทวีก็ไม่อาจเทียบเท่าเจ้า แม่สาวน้อย”

หัตถ์แกร่งสีดำโอบไหล่บางของเนสซาจนนางรู้สึกหวาดกลัวมากกว่าเดิม

ข้าไม่มีวันยอมรับข้อเสนอใดๆของท่านเด็ดขาด”

เจ้าจะดื้อดึงไปไยเล่า ถ้าเจ้าอยู่ในคณะของมานเววาร์ดาอยู่เช่นนี้ เจ้าก็เป็นเพียงเทพธิดาองค์น้อยไร้เดียงสา รั้งท้ายราชินีวาลาร์เช่นนี้ ไม่มีสิ่งมีชีวิตใดบนอาร์ดาจะยอมรับและให้ความเคารพเจ้าเท่ากับวาร์ดาและยาวันนา เพราะเจ้าไม่มีพลังเป็นผู้สร้างพิภพเหมือนพวกนาง แต่ถ้าเจ้ายอมอยู่กับข้า ข้าจะให้เจ้ามีอำนาจเหนือพวกนางร้อยเท้าพันทวี”

เนสซาเม้มริมโอษฐ์แน่น เมลคอร์พูดถูกทุกอย่างนางเป็นเพียงวาลาร์เทวีหรือวาลิเอร์องค์สุดท้ายที่พระชนกเจ้าสร้างถึงจากพระดำริของพระองค์ นางเห็นพลังในการสร้างสรรค์อาร์ดาของราชินีวาร์ดาและราชินียาวันนาซึ่งยิ่งใหญ่และงดงามเกินจะกล่าวเป็นภาษาใดได้

นางกำลังเกิดความรู้สึกอิจฉาพวกนางอิจฉาที่พวกนางงดงามนักหนาและทรงอำนาจนักหนา

เนสซาก็เป็นเพียงดรุณีน้อยในสายตาของพวกนางเท่านั้น

ถ้าเจ้ายอมรับใช้ข้า และให้พี่ชายเจ้ากับเทพหนุ่มที่เจ้าหลงใหลอยู่มาเข้าพวกกับข้าล่ะก็…”

นิ้วเรียวลูบไล้เกศาสีน้ำตาลแดงเงางามของเทวีองค์น้อย

ข้าจะให้พวกเขาเหนือกว่ามานเว อุลโม และอาวเลหลายร้อยเท่าแม่สาวน้อย”

เทพธิดาส่ายเรียวหน้าปฏิเสธทันควัน

ข้าไม่เชื่อท่านหรอก เมลคอร์เอ๋ย เพราะท่านไม่มีพลังแห่งพระชนกเจ้า ท่านไม่มีอำนาจใดๆจะมาเพิ่มให้ข้ากับพวกเขาได้ ท่านอย่าลืมสิ แม้แต่อัคคีอมตะ พลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งพระชนกเจ้าผู้สร้างจักรวาลแห่งนี้ ท่านยังครอบครองมันไม่ได้เลย วาลาผู้กบฏอย่างท่าน โง่เขลานัก”

เมลคอร์จึงผลักนางออกไป จนนางล้มลงกับพิ้นศิลา

ปากดีนัก ขนิษฐาแห่งโอโรเมเอ๋ย คอยดูแล้วกัน ถ้าพวกเขามาถึงที่นี้เมื่อไหร่ พวกเขาจะได้เห็นอำนาจมหาศาลของข้า…”

หัตถ์กว้างแห่งเมลคอร์ปล่อยควันสีดำเหนือศีรษะของตน จนเสกควันร้ายของปีศาจลอยเหนือภูผาสูงชันนี้ เสียงหวีดร้องอันแสนร้ายกาจของพวกมัน ทำให้เนสซาเทวีปิดเรียวกรรณหนี

ว่าไง แม่เทพธิดาน้อยคนดี” เมลคอร์คุกเข่าแล้วเชยคางเรียวมนของนาง

เจ้าไม่มีอำนาจใดจะมาสู้ข้าได้หรอก เนสซาน้อย…”

ขนิษฐาแห่งเทพโอโรเมสะบัดดวงหน้างดงามของนางหนี พร้อมกับลุกขึ้นยืน

ข้าไม่ยอมท่านเด็ดขาด เมลคอร์ ข้าไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจชั่วร้ายของท่าน”

แววตาสีมรกตงดงามวาวโรจน์แรงขึ้น แต่นั้นก็หาได้ทำให้เมลคอร์สงบลงไม่

หัตถ์ใหญ่จึงจับเรียวคอบางของเนสซา จนดวงพักตร์มนของนางเผือดซีด

ถ้าเจ้าไม่ยอมข้าดีๆ เห็นทีต้องใช้กำลังกันหน่อยแล้วล่ะมั้ง นางตัวดี”

ข้าไม่มีทางยอมเขาแน่นอนเจ้าพี่ทุลคัสเจ้าพี่พวกท่านอยูไหน

ในที่สุด เนสซาเทวีก็ส่งเรียกขานนามของพระเชษฐาและบุรุษผู้เป็นที่รักของนาง

พร้อมส่งกระแสจิตไปด้วยพลังทั้งหมดของนาง

โอโรเม! โอโรเม! ทุลคัส! ทุลคัส!”

เมลคอร์ถึงกับชะงักในกิริยาของเนสซาเทวี

นางกล้าหาญยิ่งกว่าที่ข้าคิดอย่างไรเสีย..ข้าจะทำให้ความร่าเริงของนางหมดไปให้ได้

เขาก็ได้ยินเสียงของแตรวาลาโรมา ทำให้เขารู้ทันทีเลยว่า

เทพโอโรเมมาถึงแล้วนั่นเองอย่างไรเสียก็ต้องต้อนรับกันหน่อย

ทุลคัสเจ้าพี่ทุลคัสเจ้าพี่ของข้า…”

แล้วจอมมารแห่งอาร์ดาตรงเข้าไปจับร่างบอบบางของนางอีกครั้ง

ปล่อยข้านะ ปล่อย!”

เจ้าจะได้พบพวกมันแน่ แม่สาวน้อย ฮ่าๆ”

แล้วเนสซาเทวีก็ทรงชะงัก และรู้สึกถึงความเจ็บปวดรุนแรงเข้าสู่กายของนาง….

จากนั้นนางก็ไม่รู้สึกองค์อีกครั้ง

ร่างสูงใหญ่ยิ่งของเมลคอร์จึงเดินไปข้างหน้าเพื่อมองลงไปยังเบื้องล่างของหุบผาทมิฬ เขามองเห็นบุรุษผู้นำของกองบริวารในชุดเกราะสีเงินงามสง่าในอาณาเขตมืดมนแห่งนี้

ร่างหนึ่งในอาภรณ์สีพงไพรบนอาชาสีขาว และอีกร่างคือบุรุษที่เมลคอร์ชิงชังมากที่สุด

เจ้าทุลคัสร่างใหญ่กำยำและเกศาสีทองสุกสว่างดังแสงชวาลาออร์มัลอันเจิดจ้า

เจ้าหน้าเคราทองนั่น! เสียงดังคำรามกังวาน เมื่อครั้งก่อนที่เพิ่งลงมายังอาร์ดาเป็นครั้งแรก

การศึกครั้งแรกของคณะเทพวาลาร์ เมลคอร์ไม่ชิงชังใครมากไปกว่าวาลาร์ผู้มาใหม่อย่าง

ทุลคัส หากว่าอารมณ์ของทุลคัสไม่รุนแรงเท่ากับเทพหนุ่มผู้มีวรกายผอมบางกว่าอย่างโอโรเม

เมื่อเทียบกันแล้ว โอโรเมยามนี้ น่าสะพรึงกว่าทุลคัสนักหนา

โดยเฉพาะแววตาสีเขียวเข้มนั่นราวกับเพลิงอัคคีอมตะเจิดจ้าออกมาให้ประจักษ์

จอมมารแห่งอาร์ดาแย้มยิ้มในแผนเจ้าเล่ห์ของตน

เมลคอร์ ข้ารู้ว่า เจ้าอยู่บนนั้น เจ้าคนขี้ขลาด ปล่อยเนสซาออกมา”

ทุลคัสก็ขานต่อ “ เจ้าอสูรร้าย เจ้ามัวกบดานอยู่ในเงามืด ทำร้ายแม้กระทั่งผู้หญิง ออกมาซะ”

จอมมารแห่งอาร์ดาหัวเราะคำรามดังก้องไปทั่วบริเวณ

แน่จริง พวกเจ้าก็ขึ้นมาสิ ยอดนารีในดวงใจของพวกเจ้าอยู่กับข้าแล้ว”

เมื่อเทพโอโรเมกับเทพทุลคัสได้ยินคำเช่นนี้ จึงตัดสินใจ

ข้าจะขึ้นไปหานาง” เทพหนุ่มร่างใหญ่กว่ายืนยัน แต่โอโรเมยัั้งเรียวหัตถ์ของเขาไว้

ข้าหาไว้ใจเมลคอร์ไม่ มันอาจจะทำร้ายพวกเราโดยไม่ทันตั้งตัว อย่าเพิ่งรีบ”

องค์โอโรเม มันจับน้องสาวของท่านอยู่บนผานั่น”

มันอาจจะแกล้งหลอกพวกเรา เมื่อขึ้นไป แล้วเราจะเสียเปรียบ ทุลคัส เจ้ารอข้าตรงนี้ ข้าจะขึ้นไปเอง”

แต่ว่าท่านโอโร…”

เทพหนุ่มเกศาสีน้ำตาลเข้มก็ย้ำอีก “ รอพร้อมบริวารของข้าเถอะ ข้าจะเรียกเจ้าเองได้”

แล้วร่างสูงเพรียวขององค์โอโรเมก็ก้าวกระโดดขึ้นไปยังยอดผาสูงชันด้วยพลังแห่งเทพวาลาร์

เมื่อองค์โอโรเมทรงปีนป่ายไปแล้ว เทพทุลคัสก็หันกลับมาพบว่า บริวารขององค์โอโรเมกำลังถูกปีศาจเงามืดของเมลคอร์รายล้อมพวกเขาอยู่ พวกมันหัวเราะเย้ยหยัน

ฮ่าๆ เวลาการต่อสู้มาถึงแล้ว” ทุลคัสทุบอุระแกร่งแล้วตรงเข้าชกปีศาจตัวแรกทันที!

~*~*~*~*~*

ฝีบาทของเทพโอโรเมทรงกระโดดขึ้นมาบนหน้าผาสูงด้วยพลังแห่งวาลาร์

นัยน์เนตรสีใบไม้ผลิทอดเนตรเห็นเนสซานางกำลังยืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับรอยยิ้มสดใส

เจ้าพี่มาแล้ว ”

เนสซา !เนสซาของพี่!” โอโรเมอุทานด้วยความดีใจยิ่ง

นางกำลังหัวเราะสดใส และวิ่งมาจับหัตถ์ของเทพวาลาหนุ่มผู้เป็นพี่ชาย

เจ้าพี่ ข้าไม่เป็นไรหรอก ท่านเมลคอร์ไม่ได้ทำร้ายข้า และเขามีข้อเสนอดีให้พวกเรา”

โอโรเมทรงลูบพระเศียรของนาง

เนสซาน้อย พี่เป็นห่วงเจ้ามาก แล้วทำไม เจ้าถึงกล่าวเช่นนี้”

ท่านเมลคอร์กล่าวว่า ถ้าท่านและทุลคัสร่วมมือกับเขาแล้ว เราจะยิ่งใหญ่กว่าวาลาร์ทุกองค์ และเราจะได้ปกครองอาร์ดาร่วมกับไงเพคะ” แล้วนางก็ตรงเข้ากอดเทพหนุ่ม

เราจะได้มีความสุขและยิ่งใหญ่เหนือวาร์ดากับมานเวเสียอีกนะ เจ้าพี่

เชื่อฟังเมลคอร์เถอะเพคะ”

เทพโอโรเมชะงักทันที นี่ไม่ใช่เนสซา นี่ไม่ใช่พระขนิษฐาของพระองค์

แววตาและคำพูดแบบนี้หาใช่ของเนสซาไม่.. เขาจีงผลักนางออกไป

เจ้าพี่ ทำไมผลักข้าล่ะ ข้าเป็นน้องคนเดียวของท่าน!”

เจ้าอย่าได้มาหลอกข้า เจ้าไม่ใช่เนสซา เจ้ามัน ไอ้มารจอมหลอกลวง”

แล้วร่างแปลงก็หัวเราะดังลั่น ก่อนจะกลืนในร่างบุรุษในอาภรณ์ดำน่าสะพรึง

ฉลาดจริง โอโรเมคนดี ฉลาดสมกับที่เป็นนายพรานของคณะเทพวาลาร์ที่แสนอ่อนแอนักหนา ข้าพอใจที่เจ้ามาเยี่ยมเยือนข้าถึงที่นี้เลยนะ”

บอกมา น้องสาวของข้าอยู่ไหน ไอ้วาลากบฏ ไอ้จอมสับปรับ กล้าแปลงร่างเป็นนางได้

ทำลายเกียรติของเนสซา ข้าจะทำให้เจ้าเจ็บปวดด้วยคมดาบของข้า”

ฮ่าๆ นางอยู่นั่นไง”

ดวงตาสีเขียวมรกตของโอโรเมหันไปที่นิ้วชี้ของเมลคอร์เบื้องซ้าย

พระองค์อยากจะกันแสงให้ได้ เมื่อร่างบอบบางของเนสซาถูกมัดด้วยโซ่เหล็ก อาภรณ์สีเขียวอ่อนฉีกขาดเป็นริ้ว ผิวพรรณบอบช้ำหลายแห่งนางถูกตรึงบนแผ่นศิลา ดวงเนตรของนางหลับนิ่ง

ข้าลงโทษนางในฐานะที่ไม่ฟังข้าไงเล่า และตอนนี้ดวงจิตของนางก็อยู่ในอำนาจข้า”

ไม่! เนสซา! ไม่ !” องค์โอโรเมหวีดสุรเสียง แล้วทรงวิ่งไปหาพระขนิษฐาทันที

แต่เมลคอร์ปล่อยเปลวเพลิงสีดำมากั้นไว้ พร้อมกับมาประจัญหน้ากับโอโรเม

ยอมรับใช้ข้า โอโรเมเอ๋ย แล้วข้าจะคืนเนสซาของเจ้าให้ เจ้าก็ย่อมรู้ว่า นางเป็นดวงจิตเคียงข้างเจ้าเช่นกับชายาของเจ้า แต่ขนิษฐาเนสซาน้อย พระชนกเจ้าประทานนางให้เจ้า ข้ารู้ว่าเจ้ารักนางเพียงใด รักจนไม่ต้องการให้ทุลคัสมาเกี่ยวข้องด้วย เจ้ายอมรับข้าเป็นนายเหนือเกล้าแทนที่จะเป็นมานเวเสียเถอะ นางจะอยู่กับเจ้าตลอดกาล และเจ้าจะยิ่งใหญ่กว่าวาลาร์ทุกองค์ และข้ายินดีกำจัดทุลคัสให้เจ้า โอโรเมเอ๋ย”

เทพวาลาหนุ่มจับอาวุธด้ามดาบสีเงินของพระองค์แน่นขึ้น พร้อมขบริมโอษฐ์แน่น

อย่ามาเย้ายวนข้าด้วยวาจาโสมมของเจ้า ไอ้อสูรร้าย ทำร้ายแม้กระทั่งเด็กผู้หญิงไร้เดียงสา ทำร้ายน้องสาวของข้า ข้าไม่มีวันยกโทษให้เจ้าเด็ดขาด!!!”

เมลคอร์หัวเราะอย่างพึงพอใจ เมื่อได้ยลความพิโรธดังเพลิงร้ายของเทพแห่งพงไพร

โทสะพลุ่งพล่านของเจ้าจะทำให้พลังของข้าเพิ่มมากขึ้นเอง โอโรเมเอ๋ย”

การปะทะดาบของจอมพรานผู้กล้าและจอมมารทรงเดชเริ่มขึ้นท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุ

โอโรเมทรงตวัดดาบด้วยความเร็วสูงยิ่ง หากว่าดาบของเมลคอร์รับดาบได้ทันท่วงที

พร้อมกับจำแลงให้กายให้ไปปรากฏอีกจุดหนึ่ง พร้อมเสียงหัวเราะและตวัดดาบเข้าใส่วาลาหนุ่มอย่างจัง และทั้งสอง ระหว่างเทพบุตรในคณะวาลาร์และจอมมารทมิฬก็ดวลดาบกันเป็นพัลวัน

เจ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก เจ้าพรานหนุ่มน้อย”

ฝีบาทของเทพโอโรเมตรงเข้าถีบหน้าอกของเมลคอร์อย่างจัง

เจ้ามารร้ายแห่งพิภพนี้! ข้าจะทำให้เจ้าล้มลงกับพิ้นปฐพี!”

เมลคอร์เกือบจะเสียหลัก แต่เขาก็ปล่อยไอพิษใส่เทพโอโรเมจนอีกฝ่ายสำลักมันออกมา

ถึงเจ้าจะมีพลังแห่งวาลาร์ แต่ก็ไม่อาจสู้ข้าได้ โอโรเม เพราะข้าได้รับพลังจากพระชนกเจ้ามาอย่างเต็มเปี่ยม แต่ข้าจะดีกว่าเขา ข้าจะสร้างอาร์ดาแห่งนี้ในแบบที่ข้าเป็น”

เจ้าปีศาจร้าย! อย่าคิดว่าจะชนะต่อพระชนกเจ้าไปได้เลย!”

โอโรเมเสกหอกพุ่งเข้าใส่เมลคอร์ แต่จอมมารกลับหลบทันได้

เมลคอร์จึงปล่อยไอพิษเข้าสู่ร่างสูงโปร่งให้มากขึ้นไปอีก

แค่กๆแค่กๆ

ยอมข้าสิ โอโรเมเอ๋ย แล้วเจ้าจะได้เนสซากลับคืนไป พ่ายต่อพลังแห่งข้าเถิด!”

แค่กๆแค่กๆ

ไม่ได้การแล้วดวงเนตรมองร่างบอบบางที่ถูกตราตรึงเบื้องหน้าเนสซา

เนสซาน้อยของพี่

แล้วพระองค์ก็ตัดสินใจตะโกนก้องกังวานสุดสุรเสียงว่า

ทุลคัส! ทุลคัสมาช่วยเนสซา! ทุลคัสขึ้นมา! จงขึ้นมา! ”

เมื่อเทพหนุ่มร่างกำยำที่กำลังต่อสู้อย่างสะใจยิ่ง ได้ยินเสียงเรียกขานของเทพโอโรเมก็ละจากปีศาจที่พระองค์กำลังเหยียบมันอยู่นั่นเอง!ทุลคัสจึงเหยียบมันจมลงดิน! และรีบปีนขึ้นไปบนหน้าผาสูง เทพบริวารแห่งโอโรเมก็ต่อสู้กับปีศาจเงามืดของเมลคอร์ต่อไปยกเว้น นาฮาร์มันกลับยกร่างใหญ่กำยำของเทพหนุ่มเกศาทองขึ้นมาบนหลังของมันทันที

นาฮาร์ เจ้า..”

องค์ทุลคัส รีบไปสู้กันเถอะพะย่ะค่ะ ข้าบาทจะรีบไปรับองค์โอโรเมด้วย”

เทพทุลคัสก็สรวลยิ้มและกอดเรียวคอของมัน “ ขอบใจเจ้ามาก”

สองเทพหนุ่มร่างใหญ่และอาชาสีขาวพร้อมขึ้นไปบนผาสูง ก่อนที่อำนาจของเมลคอร์จะทำร้าย

พวกเขามากไปกว่านี้ เทพทุลคัสกำหมัดแน่นแน่นจนพระองค์รู้สึกว่าพระหัตถ์แข็งเป็นศิลา..

เมลคอร์เอ้ยฮ่าๆข้าจะกำราบเจ้าด้วยหมัดจอมพลังนี้เอง

โอโรเมเนสซาเทวีเนสซา..

ข้าจะไปช่วยเจ้าแล้วยอดรักของข้า!

~*~*~*~*~*~

รู้สึกสนุกมากเลยยย ฮ่าๆๆ ตอนนี้เข้าสู่สถานการณ์บู๊ระหำ่กันแล้วจ้าาา

ตอนแรก นาร์ไม่คิดว่าจะให้เมลกี้ตุงมามีบทบาทแต่อย่างใดเลยนะ

กลับเป็นมา องค์โอเมกับท่านทุลคุงต้องมาสร้างบท action ซะแล้ว….

ทุกคนไปฟังเพลงออสเครตราของโอโรเมมาประกอบบทนี้กันนะจ้ะ

https://www.youtube.com/watch?v=BHochTPFsOg

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s