Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 7

The Valar fic : The Spring of Arda 7
Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana
เอาล่ะๆ อุปสรรคแห่งความรักกำลังจะเกิดขึ้น…โดยเฉพาะพี่ชายขี้หวงอย่างโอโรเมจะว่าไงดี…
ดวงเนตรสีแห่งฤดูใบไม้ผลิของเนสซาเทวีมองร่างสูงใหญ่งามสง่ายิ่งของเทพทุลคัส เมื่อเทพหนุ่มลาจากไป และเมื่อหันกลับก็พบกับดวงเนตรเรียวคมเฉดสีเดียวกันของพระเชษฐากำลังมองด้วยอารมณ์ขุ่นมัว…นางจะบอกเจ้าพี่โอโรเมเช่นไรดี…
“ น้องหญิง บอกพี่มาดีกว่า เจ้าไปพบทุลคัสทำไม”
“ก็แค่ไปทักทายแล้วก็วิ่งเล่นกันนิดหน่อยเองเพคะ”
โอโรเมเหมือนจะทรงจับพิรุธของพระน้องนางได้จึงทรงเดินประชิดนาง
“แล้วเขาพูดอะไรกับเจ้าหรือไม่ อย่าโกหกพี่เลย ถ้าเจ้าบอกความจริง พี่ไม่ลงโทษเจ้านะ น้องหญิงเนสซา”
เทวีองค์น้อยจึงกระพริบตาสองสามครั้ง แล้วรับสั่ง
“ เขาบอกว่าน้องว่า เขาชอบน้องมากและต้องการอยู่เคียงข้างกับน้อง…”
แล้วองค์โอโรเมก็ยกเรียวหัตถ์ก่ายพระนลาฏด้วยความรู้สึกลำบากพระทัยมาก
“ให้ตายเถอะ”
“เจ้าพี่…คือ น้องก็ไม่รู้จะทูลเช่นไร แต่น้องเองก็…ชอบ…เขาเหมือนกัน”
“เอาเถอะๆ เจ้ากลับไปหาพี่หญิงวานาของเจ้าเถิด พี่จะไปเข้าเฝ้าองค์นาโมทางทิศตะวันตก พี่มีเรื่องสำคัญต้องปรึกษากับท่าน”
เรียวมือบางรั้งแขนของพระเชษฐา “ ให้น้องไปด้วยได้ไหม”
“ เจ้าไปช่วยพี่หญิงวานาของเจ้าดูแลอุทยานเถอะ” สุรเสียงแห่งเทพหนุ่มขรึมมากขึ้น
“แต่ว่า…”
องค์โอโรเมถอนพระทัย “ เชื่อพี่ แม่กวางน้อย อยู่ที่บ้านเถิด”
แล้วองค์เทพหนุ่มในอาภรณ์สีแห่งพรไพรก็กลับสู่หลังของเจ้าอาชานาฮาร์ เนสซาน้อยทรงรู้สึกผิดนักที่ทำให้พระเชษฐามีเรื่องไม่สบายพระทัย แล้วฝีบาทเปลือยเปล่าก็กลับสู่อุทยานบุปผาของวานาเทวี ด้วยหวังว่า เจ้าพี่โอโรเมจะไม่พิโรธท่านทุลคัส เพราะนางกำลังมีความรู้สึกที่ต้องการให้ทุลคัสอยู่กับข้า แต่ว่าเจ้าพี่ไม่โปรดนี่นา…
^*^*^*^*^*^
ภายในห้องโถงกว้าง ผนังสีครามเข้มดูมัวมนในสายตาของเหล่าเทวาทั้งหลายเช่นเดียวกับเจ้าของสถานที่แห่งนี้คือองค์เทพหนุ่มทรงนามว่า นาโม ร่างสูงสง่าในอาภรณ์สีม่วงเข้มทรงกำลังบันทึกสภาพอากาศบริเวณพระตำหนัก ขณะที่พระชายาของพระองค์มีนามว่า ไวเรเทวี ทรงกำลังอยู่งานทอผ้าในอีกห้องหนึ่ง แล้วเทพไมอาผู้หนึ่งก็คำนับลงต่อพระองค์อย่างนอบน้อม
“ องค์นาโม เทพบุตรแห่งแดนไพรมาขอเข้าเฝ้าพระเจ้าค่ะ”
องค์นาโมจึงทรงละจากสมุดบันทึกของพระองค์
“องค์โอโรเมงั้นหรือ ให้เข้ามาในห้องนี้ได้”
แล้วเทพนาโมก็ทอดเนตรเทพบุตร พระพักตร์งามคมคายด้วยดวงเนตรสีเขียวสดใส แต่ดูการอาการกระสับกระส่ายของเขาแล้ว เทพหนุ่มต้องมีเรื่องให้กลุ้มใจแน่นอน…
“ คารวะ องค์นาโม” เทพโอโรเมคำนับองค์นาโมก่อนในฐานะเทวะผู้มีอาวุโสมากกว่า
“ อนิจจา ท่านโอโรเม ไฉนท่านมาหาเราล่ะ มีเรื่องใดกังวลพระทัย”
องค์โอโรเมประทับนั่งบนเก้าอี้ไม้เบื้องหน้าองค์นาโม
“ หม่อมฉันมาขอคำปรึกษาเรื่องหนึ่ง”
“ เรื่องใดหรือ” องค์นาโมถาม
“ พระองค์ก็มีพระขนิษฐาเหมือนหม่อมฉัน สมมติว่า ถ้ามีบุรุษใดมาหลงรักนางมากๆ
พระองค์จะว่าเช่นไรดี”
พระพักตร์ขององค์นาโมยังคงเคร่งขรึม
“อือม ข้าหารู้ไม่ นิเอนนานั้น ไม่ได้อยู่ที่นี้ นางมักจะออกไปเดินเล่นริมทะเลลำพัง”
“ อ้าว พระองค์ไม่กังวลว่า องค์อุลโมจะมีจิตปฏิพัทธ์ต่อนางหรือ”
“ องค์อุลโมประทับเป็นที่เป็นที่ไหน เดี๋ยวก็ไปอยู่ตรงแม่น้ำบ้าง ลำธารบ้าง ไม่ก็หนีไปอยู่ในห้วงทะเลลึก เขาไม่สนใจน้องหญิงนิเอนนาหรอก องค์โอโรเม”
องค์โอโรเมจึงตัดสินใจถามให้รู้เรื่องไปเสียเลย
“ หม่อมฉันต้องการทราบว่า ทำเช่นไร จะให้น้องหญิงเป็นโสดได้เช่นเทวีนิเอนนา”
“ให้นางโสด นี่คือคำถามของท่านหรือนิ”
แล้วเสียงสรวลจากห้องข้างก็ดังเล็กน้อย นั่นคือ เทวีไวเร พระชายาขององค์นาโม ร่างสูงระหงในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ประดับด้วยดิ้นทองและเงิน พระเกศาสีน้ำตาลสลวยเกล้าเป็นมวยปกคลุมด้วยภูษาสีเทาอ่อน พระนางเปิดประตูมาพบกับเทพหนุ่มผู้เป็นพระสวามี
“ โอ้ คารวะองค์โอโรเมเพคะ”
“ เช่นกัน องค์ไวเรเทวี” เทพหนุ่มผู้อ่อนวัยกว่าค้อมพระเศียรลง
ไวเรจึงทรงถามบ้าง “ พระองค์กังวลที่ใครมาพอใจเนสซาน้อยหรือเพคะ”
“ ถูกแล้วพระเจ้าค่ะ เขาคนนั้นก็คือ เทพทุลคัส วาลาผู้มาหลังสุดนั่นเอง”
“ หม่อมฉันกลับชื่นชมองค์ทุลคัสนะเพคะ เพียงเสียงสรวลก็ทำให้เมลคอร์หลบหนีไปเลย
องค์ทุลคัสเป็นเทพแห่งความกล้าหาญ หม่อมฉันว่าดีเสียอีกที่เนสซาน้อยจะได้มีผู้ปกป้องเพคะ”
เทพหนุ่มในอาภรณ์สีเขียวขจีจึงกอดพระอุระกว้างอย่างไม่สบอารมณ์
“ หม่อมฉันปกป้องเนสซาน้อยได้อยู่แล้ว นางมิจำเป็นต้องสมรสหรอก และที่สำคัญ หม่อมฉันไม่ชอบตาเทพทุลคัส”
องค์นาโมจึงถามอีกครั้ง “ เพราะเขาไม่ฉลาดหรือ”
“ไม่ฉลาด หัวเราะเสียงดังเกินไปและเป็นที่ปรึกษาไม่ค่อยได้ ขนาดเนสซาแปลงกายเป็นกวางยังหานางไม่เจอเลย หม่อมฉันไม่ต้องการเทพเช่นนี้เป็นอนุชา”
“ อย่าดูแคลนเทพทุลคัสเพคะ” เทวีไวเรกล่าวเสริม “ อย่างน้อย พระชนกเจ้าก็ทรงประทานเขามาเพื่อให้พวกเราสู้กับเมลคอร์ได้นะ”
องค์นาโมพยักพักตร์รับ “ เราเห็นด้วยกับเจ้านะ ไวเรเทวี เขาเป็นเทพที่กล้าหาญ และมีกำลังวังชาเพียงพอที่จะดูแลทุกสิ่งทุกอย่างบนพิภพนี้ ท่านอย่าปฏิเสธเขาเลย”
“ แต่หม่อมฉันไม่พึงพอใจที่เขามาหลงรักเนสซา”
องค์นาโมจึงกระแอมเล็กน้อย “ อย่างไรก็ตาม ท่านก็ต้องเปิดพระทัยให้กว้างเช่นเดียวกับข้าเปิดใจกับอนุชาเอียร์โม ดูเขาสิ เอาแต่เล่นทั้งวัน ”
แล้วเสียงหัวเราะกังวานดังขึ้น “ เอสเต อย่าเขวี้ยงดอกไม้ใส่ข้าสิ ที่รัก ฮ่าๆ”
“ ท่านต่างหาก มาแหย่ข้าก่อนนะ นี่แน่ะๆ”
ทั้งสุรเสียงและกิริยาพร้อมกับเทพบุตรหนุ่มผู้มีพระพักตร์คล้ายคลึงกับองค์นาโมยิ่งนัก เพียงแต่พระเกศาเป็นสีนวลทองตรงข้ามกับสีรัตติกาลของพระเชษฐา อีกหนึ่งสตรีเป็นเทพธิดาที่มีดวงพักตร์งามละมุนรับกับพระเกศาสีเงินกับที่รับกับอาภรณ์สีเทายาวของนาง ทั้งสองวิ่งมาถึงหภายในห้องโถงของพระเชษฐานาโม
“ เอียร์โม เอสเต เลิกเล่นกันก่อนเถอะจ้ะ”
เทวีไวเรกำชับ เพราะพระนางเป็นพระชายาของนาโม ในฐานะพระพี่นางสะใภ้จึงห้ามทั้งสองได้
“พระเจ้าค่ะ/เพคะ”
เทพเอียร์โมเดินจูงพระหัตถ์มากับพระชายานั่นก็คือ เอสเต ดวงพักตร์ของนางอ่อนโยนดูละมุกว่าไวเรเทวี องค์เอียร์โมจึงทักทายเทพหนุ่มผู้มาเยือนในเคหาสน์ของครอบครัว
“ อ้าว องค์โอโรเม ไฉนจึงเสด็จมาเยือนบ้านของพวกเราล่ะนิ”
เทพหนุ่มจึงตอบ “หม่อมฉันมาปรึกษาเรื่องของน้องหญิงเนสซา”
“ ทำไมเล่า น้องสาวคนเล็กของพวกเรามีกระไรหรือ” องค์เอียร์โมเอ็นดูว่า เนสซาเป็นพระขนิษฐาของพระองค์เสมอ
“ เทพทุลคัสพอใจน้องหญิงเนสซา แต่หม่อมฉันยังไม่อยากให้นางสมรสกับเขาเลย”
องค์เอียร์โมสรวลเสียงใส “ น้องสาวคนเล็กของเราโตเป็นสาวแล้วสินะ”
แต่พระเชษฐานาโมรับสั่งด้วยพระพักตร์เรียบเฉย
“ เทพทุลคัสมาถึงพิภพอาร์ดาเป็นองค์สุดท้ายก็จริงอยู่ หากว่าพระชนกเจ้าก็ได้ให้เนสซาเทวีมาเป็นพระเทวีองค์สุดท้ายเช่นกัน ข้าจึงดำริว่า คู่ครองของเนสซาก็คือเทวะทุลคัส”
ทันใดนั้น พระพักตร์งามส่องสว่างแห่งองค์โอโรเมก็เข้มขึ้น
“ หามิได้ ทุลคัสไม่เหมาะสมกับน้องหญิงของหม่อมฉัน”
“ ท่านขัดพระประสงค์แห่งพระชนกเจ้ามิได้ โอโรเม เพราะทุลคัสกับเทวีเนสซาเป็นคู่สมรสที่เหมาะสมกันเช่นเดียวกับท่านและวานาเทวีเช่นกัน”
เทพหนุ่มในอาภรณ์สีพงไพรทรงรู้สึกว่า พลังภายในกายของพระองค์กำลังจะกลายเป็นอัคคี จึงทรงลุกขึ้นจากเก้าอี้ประทับ และส่ายพระพักตร์ด้วยความขุ่นเคืองพระทัยยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
“ พระองค์ให้คำพยากรณ์แก่หม่อมฉันเช่นนี้ หม่อมฉันก็สมควรกลับเคหาสน์ของหม่อมฉันจะดีกว่ามาปรึกษาพระองค์”
ตึง ! เสียงดังสนั่นจากปลายพระบาทบ่งบอกอารมณ์ของพระองค์ได้ดี…
องค์นาโมและไวเรเทวีจึงได้แต่พยักพักตร์รับ ฝ่ายพระอนุชาเอียร์โมจะทรงท้วงอีกครั้ง
“ องค์โอโรเม เดี๋ยวสิ เจ้าพี่ของข้าก็แค่รับสั่งตรงไปตรงมาเกินไป”
แต่ว่าพระเนตรสีมรกตเข้มขึ้นจนเป็นเกือบเป็นเงามืด เทพหนุ่มวรองค์แบบบางจึงค้อมคำนับ
“ โอ้ องค์โอโรเม พระทัยเย็นๆ ก่อนเถิดเพคะ” เอสเตเทวีทรงพยายามปลอบ เพราะพระนางมีหทัยอ่อนโยนกับสถานการณ์ตึงเครียดเสมอ ทว่าร่างสูงสง่าของโอโรเมก็หันปฤษภางค์กลับไปเสียแล้ว…
องค์เอียร์โมจึงหันมาตำหนิพระเชษฐา “ เห็นไหมเล่า เจ้าพี่ ท่านรับสั่งตรงกับเขาเกินไป เขาจึงโกรธเลย แย่เสียจริง”
“ พี่ก็บอกความจริงเท่านั้น องค์โอโรเมต้องเข้าพระทัย ทุลคัสและเนสซาต่างก็เป็นวาลาร์ที่ไร้คู่ครอง และพระชนกเจ้าก็ประทานพรทั้งสองครองคู่กันอยู่แล้ว”
องค์เอียร์โมทักท้วง “ แต่เจ้าพี่ก็ควรรับสั่งอ้อมบ้าง องค์โอโรเมหวงแหนน้องสาวยิ่งกว่าอะไร ท่านเองก็ไม่ห่วงพี่หญิงนิเอนนาบ้างหรือไร นางอยู่ตามลำพังมาและร่ำไห้ตั้งแต่อยู่บนพิภพนี้”
“ นิเอนนาเทวีดูแลองค์เองได้ลำพังโดยไร้คู่ครอง และน้ำตาแห่งนางก็คงไม่จางหายจนกว่าความทุกข์ใดๆที่เกิดจากเมลคอร์จะหมด”
“ ท่านไม่คิดจะห่วงนางเลยต่างหาก แถมพระทัยแข็งกระด้างดังศิลา”
องค์นาโมจึงหันพระเนตรสีนิลมายังพระอนุชาด้วยความเคร่งขรึม
“ ข้าก็มิได้ใจอ่อนดังปุยนุ่นเช่นเจ้า เอียร์โม เจ้าต้องเข้าใจด้วยว่า เมื่อบุตรแห่งพระชนกเจ้าถือกำเนิดขึ้นแล้ว พี่ก็ต้องรับหน้าที่ดูแลวิญญาณของพวกเขา น้องเอ๋ย เจ้าก็ต้องเป็นผู้ใหญ่และเตรียมตัวรับหน้าที่ในอนาคต เข้าใจหรือไม่ ”
“น้องไม่อยากทำงาน และจะไม่ทำงานร่วมสถานที่กับเจ้าพี่ด้วย”
พระชายาเอสเตจึงโอบเรียวแขนบางของเทพหนุ่มทันที
“ อย่าทะเลาะกันเพคะ”
เอียร์โมจึงรับสั่งด้วยสุรเสียงเคืองใจนักหนา
“ ไปข้างนอกกันเถอะ ที่รักของข้า”
เมื่อสองเทพและเทพีผู้เยาวชันษาออกนอกห้องโถง เทวีไวเรจึงทรงถอนพระทัย
“ จะให้หม่อมฉันปักผ้าประจำวันนี้ว่าทั้งสองพระองค์ทะเลาะกันอีกกี่ครั้งกันล่ะเพคะ หม่อมฉันอยากเปลี่ยนเรื่องราวในผ้าปักของหม่อมฉันบ้าง”
“เจ้าก็ปักผ้าเรื่องราวของทุลคัสกับเนสซาเถิด ชายาแห่งเรา ไม่ต้องห่วงสิ่งใด องค์โอโรเมประเดี๋ยวก็หายพิโรธ ส่วนเอียร์โม เขาต้องเข้าใจนิสัยของข้า ถึงกระนั้น ข้ารับรู้ได้ดี ข้ากับน้องชายก็ต้องแยกจากกันเพื่อทำหน้าที่ตามพระประสงค์แห่งพระชนกเจ้าอยู่ดี”
องค์ไวเรเทวีพยักพักตร์รับแช่มช้า “ พระญาณของพระองค์สูงนักแล้ว เอาเถิด อย่าทะเลาะกับน้องเอียร์โมบ่อยนักเลยเพคะ อย่างไรเสีย ก็เป็นเชษฐาและอนุชาซึ่งกันและกัน”
เทพหนุ่มสะบัดชายอาภรณ์สีเข้มของพระองค์
“เอียร์โมไม่มีอะไรเลวร้ายดังเมลคอร์ และข้าเองก็ควบคุมเขาได้ดีกว่าองค์มานเวแน่แท้
น้องชายของข้าแค่ให้รู้จักยอมรับความจริงได้เท่านั้น”
“เหมือนกับพระองค์ต้องสนุกกับภาพนิมิตและความฝันบ้างเพคะ”
“ ความฝันสู้ความจริงมิได้หรอกเทวี ความจริงทำให้สรรพสิ่งมีชีวิตทั้งหลายดำรงได้ ทุกสิ่งทุกอย่างในอาร์ดาคือความจริงเสมอ”
ไวเรเทวีรับสั่งอีกครั้ง “ ความฝันก็ทำให้สรรพชีวิตมีชีวิตอยู่ได้เหมือนกันเพคะ”
แล้วพระนางก็ละจากพระสวามีกลับไปปักภูษาเพียงลำพังต่อไป และองค์นาโมก็ทรงกลับไปทบทวนบันทึกคำพยากรณ์ของพระองค์โดยไม่ได้รู้สึกอะไรเช่นกัน
*^*^*^*^*
องค์เทพหนุ่มแห่งพงไพรกลับมายังพระตำหนักด้วยความโมโหยิ่ง แม้เทพไมอาร์ผู้เป็นบริวารยังไม่กล้าสบพระเนตรในยามนี้ด้วย จนในที่สุด เทวีวานาผู้เป็นพระชายาก็มารับเสด็จ
“ วานายอดรัก แล้วน้องหญิงล่ะ”
“เนสซานั่งภาวนาต่อพระชนกเจ้าในห้อง ข้ากังวลใจนัก”
เมื่อพระชายารับสั่งเช่นนี้ องค์โอโรเมจึงดำเนินไปยังห้องโถงหลักของพระตำหนัก
ทรงพบพระขนิษฐากำลังนั่งกุมหัตถ์เพื่อภาวนาอยู่บนระเบียง แสงสว่างจากชวาลาออร์มัลจับเกศาน้ำตาลประกายแดงของนางจนดูสว่างไสว ขณะที่ดวงเนตรหลุบต่ำลง
“ พระชนกเจ้า ได้โปรด บอกหม่อมฉันด้วย เทพทุลคัสชอบหม่อมฉัน แล้วหม่อมฉันควรทำเช่นไรเล่า พระชนกเจ้า ได้โปรด เจ้าพี่โอโรเมไม่ชอบเขาเลย ทำเช่นไรดี เมื่อหม่อมฉันชอบเทพทุลคัสมากเหมือนกัน…”
เนสซาชอบทุลคัสหรือ! เนสซาชอบทุลคัสหรือเนี่ย!
แล้วพระบาทของเทพหนุ่มโอโรเมก็ดึงขึ้นอีก “ เนสซา! ”
“ เจ้าพี่!” เทวีองค์น้อยสะดุ้งขึ้น เมื่อเห็นร่างสูงของพระเชษฐาอยู่เบื้องหลัง พร้อมกับพระพักตร์ที่แสดงความขุ่นมัวพระทัยอย่างยิ่ง
“ น้องหญิง เจ้าชอบเขาด้วยงั้นหรือ ”
เนสซาน้อยรู้สึกพักตร์แดงจัดเมื่อพระเชษฐาถามเช่นนี้
“เจ้าพี่โอโรเม”
“น้องจะชอบเขาไม่ได้นะ พี่ไม่ยอมเด็ดขาดทีเดียว”
สุรเสียงพิโรธของเทพหนุ่มแห่งพงไพร ทำให้พระน้องนางรู้สึกว่าสายวารีกำลังจะไหลออกจากพระเนตร “ ทำไมล่ะเพคะ”
“ เขาไม่เหมาะสมกับน้องหรอก และน้องก็ไม่ควรมีคู่ครอง”
เทวีเนสซาก็โต้กลับ “น้องไม่รีบสมรสกับเขาหรอก เพราะว่า น้องต้องการเข้าใจเขามากกว่านี้ และต้องการได้รับพระอนุญาตจากองค์มานเวและ…”
“ พี่ด้วย ถ้าพี่ไม่อนุญาตให้เจ้าสมรสกับทุลคัสแน่นอน”
“แต่ว่า เจ้าพี่โอโรเม…น้องชอบเขา…ชอบเขาจริงๆเพคะ น้องไม่อยากโกหกเจ้าพี่เลย”
“ พอซะที น้องหญิง”
สุรเสียงขององค์เทพหนุ่มดังขึ้น พร้อมกับพระหัตถ์ที่กำเป็นหมัดแน่นขึ้นเบื้องหน้านาง
แล้วเทวีเนสซาก็กันแสงสะอึกสะอื้น…
เทวีวานาจึงรีบไปกอดพระขนิษฐาทันทีเพื่อปลอบโยนนาง
“ ฝ่าบาทโอโรเม อย่าตำหนิน้องแบบนี้ มันไม่ใช่กิริยาที่ดีเลยเพคะ พวกเขาชอบพอกัน ผิดหรือยังไงกัน”
“เนสซายังเด็ก ยังไม่ควรมีคู่ครอง และข้าก็ไม่ชอบทุลคัส ข้าไม่ต้องการได้เทพเช่นนั้นมาเป็นน้องอีกคน วานาเทวี”
“ รับสั่งดีๆกันก็ได้ ทำไมต้องทำให้น้องเราต้องร้องไห้เลย”
เมื่อพระชายาทักท้วงประกอบกับเห็นน้ำตาของพระน้องนาง เทพหนุ่มโอโรเมจึงคลายพระอารมณ์ลง แต่ยังเมินพักตร์หนีพวกนาง
“ ไม่…เป็น…ไรเพคะ พี่หญิง …เนสซา ไม่เป็นไรหรอก…”
แล้วร่างบอบบางอรชรก็วิ่งหนีออกจากอ้อมพาหานิ่มนวลของวานาเทวี
ราวกับมฤคีหนีเข้าพงไพร
“ น้องหญิงเนสซา น้องหญิง ” วานาส่งเสียงเรียกนาง แต่นางก็ไม่กลับมา
พระชายาเกศาทองคำจึงส่งพระเนตรตำหนิพระสวามี
“โอ องค์โอโรเม ท่านทำอะไรลงไป!”
เทพหนุ่มก็ทรงผละจากพระชายาของพระองค์ออกจากห้องนั้นเช่นเดียวกัน ด้วยดวงเนตรสีเขียวเข้มที่ยังเคืองใจและเสียใจในคราวเดียวกัน…
^*^*^*^*^
พี่น้องทะเลาะกันนนน ดราม่า…ม่ายยยยย
ตอนหน้า พระเอกมาแล้วครับ องค์ทุลคัสเหรอ ปล่าววว
คนที่จะทำให้พวกเขาได้รักกันไง…ชื่อ…มอ…มานเว…หรือ เมลคอร์….><

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s