Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 4

เทวาหนุ่มทุลคัสยังดำเนินวนไปวนมาบนสนามหญ้าหน้าพระตำหนักแห่งองค์มานเว ทันใดนั้น ดวงตาสีฟ้าครามก็เห็นเหล่าไมอาร์องค์น้อยๆ ซึ่งก็คือเหล่าเทพบุตรเทพธิดาที่อยู่ในสังกัดขององค์บุพราชากำลังเล่นกันเจื้อยแจ้ว โดยเฉพาะเทพบุตรไมอาองค์หนึ่ง ซึ่งจำแลงกายเป็นกุมารน้อยเกศาสีทองอร่ามกำลังแกล้งกุมารน้อยอีกคนหนึ่งอยู่ จนเขาร้องไห้ดัง องค์ทุลคัสจึงเสด็จไปทักทายเขา

เจ้าเด็กน้อย อย่าแกล้งเพื่อนสิ”

กุมารไมอาจึงตอบว่า “ โอโลรินขี้แง ข้าก็อยากให้เขากล้าหาญขึ้นเท่านั้นขอรับ”

ฝ่ายโอโลรินน้อยก็ตอบว่า “ ข้าไม่อยากเล่นกับเจ้านะ ข้าอยากอ่านหนังสือ”

เห็นหรือไม่ขอรับ โอโลรินขี้แงจะตาย แต่ข้าคนนี้ เอออนเว โอรสแห่งมานเว ไม่กลัวอะไรทั้งนั้น คอยดูเถอะ”

เทพหนุ่มร่างใหญ่จึงหัวเราะลั่น “ งั้นเจ้ามาเล่นกับข้า เด็กน้อย ข้าจะได้มั่นใจว่า เจ้าไม่กลัวอะไรทั้งนั้น ดีกว่าไหม”

ไมอาร์องค์น้อยคนอื่นก็ร่วมสนับสนุน “ ดีเลย เอออนเว สู้ๆ”

กุมารองค์น้อยนามว่า เอออนเว จึงตั้งท่าตั้งตาสู้กับเทพวาลาร่างสูงใหญ่

ข้าจะสู้กับท่าน และข้าจะเอาชนะท่านเอง ทุลคัส”

หัตถ์ใหญ่แห่งทุลคัสจึงกวักเรียก “ มาเลย เจ้าเด็กน้อย ”

แล้วการต่อสู้ระหว่างวาลาผู้เยาว์วัยกับไมอาน้อยก็เริ่มขึ้น

~*~*~*~*~

องค์บุพราชามานเวพอใจยิ่ง เมื่อเทพหนุ่มแห่งพนาไพรทรงพาพระชายาและพระน้องนางเสด็จมาเข้าเฝ้าพระองค์และวาร์ดาเทวี

อาองค์โอโรเม วานาและแม่หนูน้อยเนสซา ข้ายินดีที่ได้พบพวกเจ้า”

วาลาทั้งสามทำความเคารพพระองค์ด้วยการคุกเข่าลง เพราะองค์มานเวคือพระองค์แทนแห่งพระชนกเจ้าให้มาดูแลอาร์ดาที่เพิ่งสร้างเสร็จแห่งนี้ และใจกลางของอาร์ดาคือเกาะอัลมาเรน อันเป็นเกาะใหญ่และเป็นที่ประทับของเทพวาลาร์ทุกพระองค์ ยกเว้นเพียงเทพผู้เป็นกบฏต่อพระชนกเจ้าคือ เมลคอร์ หลังจากที่สร้างอาร์ดาแล้ว เขาก็หนีไปที่แห่งใดนั้น แม้แต่องค์มานเวก็ยังมิทรงทราบ ถึงกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดวางใจเลยว่า เมลคอร์จะกลับมากลั่นแกล้งแผ่นดินที่ทุกพระองค์ช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยเสียงดนตรีหรือไม่

หม่อมฉันยินดีที่ได้เข้าเฝ้าพระองค์เพคะ”

เนสซาเทวีทรงถอนสายบัวต่อองค์ราชาและราชินีทั้งสอง

ข้าก็ดีใจที่ได้พบเทพธิดาองค์น้อยเนสซา ขนิษฐาแห่งโอโรเม แผ่นดินนี้มีความร่าเริงสดใสได้เพราะการเต้นรำของเจ้า” องค์เทวีแห่งดาราตรัสชม

องค์เทวีวานาก็ถามว่า “ เจ้าพี่ยาวันนาของหม่อมฉันอยู่หนใดเพคะ นางไม่ได้มาเข้าเฝ้ามาด้วยหรือ”

เทวีวานาทรงหมายถึง พระพี่นางของพระองค์ คือ ยาวันนาเทวี ราชินีแห่งพิภพ ซึ่งสมรสกับเทวาพระนามว่า อาวเล เทพวิศวกรรม ผู้สร้างแผ่นดินนั่นเอง

นั่นไง พวกเขามาแล้ว ”

ทุกพระองค์ก็ทรงหันไปพบเทพหนุ่มผู้ทรงร่างกายสูงใหญ่ เกศาสีเดียวกับพิ้นพิภพ พระพักตราก็เคร่งขรึมกว่าองค์มานเว พระองค์อยู่ในอาภรณ์สีน้ำตาลเข้ม ต่างจากพระชายาผู้มีเกศาสีส้มปนทองดังสีของทุ่งข้าวสาลี และพระพักตร์งามอิ่มเอิบราวกับมารดาผู้ซึ่งกำลังดูแลบุตรน้อย

อาวเลและยาวันนา ขอถวายบังคม ”

เทวีวานาทรงวิ่งไปโอบกอดพระภคินีด้วยความดีพระทัย

หม่อมฉันดีใจที่ได้พบเจ้าพี่และท่านอาวเลเพคะ”

องค์เทวียาวันนาทรงลูบพระปรางสีกุหลาบของเทวีวานา

น้องสาวของข้า เจ้ามีความสุขกับองค์โอโรเมหรือไม่ เป็นชายาที่ดีหรือเปล่านะ”

องค์อาวเลก็ได้ทีจึงรับสั่ง “ นางไม่บ่นมากมายเท่ายาวันนาหรอกนะ องค์โอโรเมก็สบายพระทัยมากกว่าข้าเป็นแน่ ไม่ต้องเจอกับเรื่องวุ่นวายของอิสตรี”

อ้าว สวามีข้า ปรามาสข้าเดี๋ยวเถอะ ”

ไม่เอาน่า องค์อาวเลและยาวันนา อย่าถกเถียงกัน”

องค์มานเวจึงทรงปราม แม้จะทรงทราบดีว่า องค์อาวเลและเทวียาวันนาจะรักกันเพียงใด แต่ว่าความคิดของเทพแห่งการสร้างสรรค์ด้วยเหล็กและไม้ ย่อมสร้างมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมที่พระชายาผู้โสภาเป็นรองเพียงราชินีวาร์ดาสร้างขึ้น

ข้ามีเรื่องขอความเห็นจากพวกท่าน นั่นคือ…”

ทันใดนั้น เสียงเด็กน้อยก็ดังเจื้อยแจ้ว พร้อมกับเสียงคำรามดังสายฟ้าขององค์ทุลคัส

วาลาร์ทุกพระองค์จึงเสด็จลงไปยังนอกพระบัญชรกว้าง

โอ้ยยย เอออนเว อย่าทุบหัวข้านะ!”

ข้าชนะท่านแล้ววว เย้ๆ”

พร้อมกับเหล่าไมอาร์องค์น้อยๆที่รายล้อมรอบร่างใหญ่ที่ล้มกลิ้งอยู่บนพิ้นหญ้า

โดยมีเทพบุตรองค์น้อยเอออนเวนั่งบนอังสาขององค์ทุลคัส และโอโลรินน้อยก็กลิ้งบนพระบาทอีกด้วย

นั่น ทุลคัสหรือ” โอโรเมทรงถาม

แต่ภาพนี้ทำให้เนสซาเทวีสรวลดังทันที ใบหน้าอ่อนเยาว์ของนางแดงระเรื่อขึ้น

ฮ่าๆ ทุลคัสแพ้เหล่าไมอาร์น้อย ฮ่าๆ”

องค์มานเวจึงรับสั่งดังกังวาน “ เด็กน้อยทั้งหลาย ปล่อยองค์ทุลคัสเถิด”

เหล่าเทพบุตรและเทพธิดาน้อยจึงเงยขึ้นเห็นองค์บุพราชเกศาขาวดังหิมะจึงรีบก้มลงกับพิ้น

พระบิดามานเว ข้าชนะท่านทุลคัส ” ไมอาน้อยเอออนเวทุบพระอุระของตนด้วยความมั่นใจ

แต่เทวีวาร์ดาจึงทรงดุ “ ปล่อยองค์ทุลคัสเถิด เอออนเวน้อยและพาเด็กๆทุกคนไปพักเถิด”

โอโลรินน้อยตอบรับพระนางโดยดี ฝ่ายเอออนเวยังจะแสดงว่าดื้ออยู่บ้าง แต่ก็ยอมถอยห่างและหายวับไปในอุทยานเบื้องหลัง

องค์ทุลคัสจึงได้เป็นอิสระ ดวงเนตรสีครามเห็นองค์วาลาร์เจ็ดพระองค์อยู่เบื้องบนพระเศียร โดยเฉพาะเทวีเนสซาเกศาแดงเนตรสีเขียวนั่น นางหัวเราะอยู่ด้วย! คอยดูเถอะ ข้าไม่ยอมหน้าแตกต่อหน้านางอีกเป็นครั้งที่สอง!

ในที่สุด องค์โอโรเมก็ถามขึ้น เมื่อทุลคัสกลับมายังห้องประชุมขององค์มานเวด้วยอาภรณ์ที่เรียบร้อยนั่นเอง

ฝ่าพระบาท ทรงมีเรื่องใดจึงเรียกให้หม่อมฉันกับครอบครัวมาหรือ”

องค์มานเวทรงเม้มริมพระโอษฐ์และหันไปยังพระชายาวาร์ดา

พระนางจึงเป็นฝ่ายตอบ “ ข้าและสวามีต้องการได้รับคำอนุญาตจากท่านโอโรเมในฐานะเป็นเชษฐาและผู้ปกครองแห่งเนสซาเทวี นั่นก็คือ ให้นางและทุลคัสเป็นสหายกันเพคะ”

เฮ้ย องค์วาร์ดา กระหม่อมน่ะ…” องค์ทุลคัสรีบทวง

ขณะที่เนสซาก็ส่ายดวงพักตร์ “ หม่อมฉันจะไม่เป็นสหายของทุลคัสจนกว่าเขาสัญญาว่าจะไม่แกล้งฝูงกวางของหม่อมฉันเพคะ”

งั้นก็ให้ทุลคัสสัญญาสิ ” เทพอาวเลสนับสนุน เพราะพระองค์เป็นเทพตรงไปตรงมาอยู่แล้ว

ขณะที่องค์โอโรเมถอนพระทัยแล้วรับสั่ง “ กระหม่อมขอปฏิเสธในฐานะผู้ปกครองของเนสซาว่า นางไม่สมควรจะสนิทกับเทพหนุ่มใจร้อนและใช้แต่กำลังจนวิเคราะห์สิ่งใดมิได้”

อ้าว ท่านโอโรเม ปรามาสข้า ข้าอาจจะไม่ฉลาดนัก แต่ข้าก็ไม่เคยกลัวอะไร”

ทุลคัสทุบพระเก้าอี้ทันที จนองค์ยาวันนาและองค์วานาตกพระทัย

ข้าพูดความจริง ถ้าเจ้าจะสนิทกับน้องหญิงของข้า ข้าจะแน่ใจได้เช่นไรว่า เจ้าจะไม่วู่วามรังแกนางกันล่ะ ข้าห่วงใยเนสซา ” ดวงเนตรสีเขียวเข้มขององค์โอโรเมเริ่มเขียวขึ้น

เทวีวานาจึงต้องลูบพระหัตถ์พระสวามี เพราะทรงรู้ว่าองค์โอโรเม แม้จะเป็นเทพบุตรรูปงามแลดูอ่อนโยนนัก แต่ถ้ามีอารมณ์พิโรธแล้ว ที่ประทับแห่งมานเวก็อาจทรุดก็เป็นได้

ข้าหาได้กลัวสิ่งใด แม้แต่ท่านและน้องสาวของท่านจะไม่ชอบข้าในตอนนี้ แต่ข้าเชื่อว่า ข้ามีดีอะไรกว่าที่พวกท่านคิดแน่นอน เพราะว่า ข้าก็คือ เทพวาลาที่กำเนิดจากพระดำริแห่งพระชนกเจ้าเช่นเดียวกับท่าน องค์โอโรเม”

สุรเสียงเข้มขององค์ทุลคัสดังต่อพระเชษฐา ทำให้เนสซาน้อยโต้กลับ

อย่าเถียงกับเจ้าพี่เลย ถ้าท่านสัญญาว่าจะไม่ประพฤติองค์เกเรอีก ข้าจะเป็นสหายของท่านก็ได้”

เมื่อทุลคัสสบกับนัยน์ตาสีแห่งฤดูใบไม้ผลิของเทวีร่างเล็กแบบบางแล้ว ก็รู้สึกคลายพระทัยลงขึ้น

ทำไมเรารู้สึกยินดีเมื่อเห็นดวงตาคู่งามของนางกันเล่าดวงตากลมโตดังลูกกวางน้อย

ตกลงข้าสัญญาด้วยเกียรติแห่งความเป็นไอนูร์ ชนศักดิ์สิทธิ์แห่งพระชนกเจ้า

ข้าจะไม่แกล้งเหล่ามฤคีสีทองของเนสซาเทวีอีกต่อไป”

เทพร่างสูงเกศาทองคำนับลงต่อเบื้องพักตร์มานเวและวาร์ดา

ทั้งสองพระองค์จึงประทานพร “เป็นไปตามนั้นเถิด”

หากว่าองค์โอโรเมจึงทรงกระแอมทันที

เอาล่ะ ถ้าท่านจะไม่ขัดใจเนสซา จงเป็นไปตามประสงค์แห่งองค์มานเวและวาร์ดาก็ให้เป็นไปตามนั้นแล้วกัน…”

แม้ดวงเนตรสีมรกตแห่งองค์โอโรเมจะทรงมององค์ทุลคัสอย่างไม่พอพระทัย แต่ว่าองค์มานเวและวาร์ดามีทีท่าสนับสนุนให้ทุลคัสสนิทสนมกับขนิษฐาของพระองค์

ไม่มีทางพระชนกเจ้าข้าไม่ยอมให้น้องเนสซาอยู่กับเจ้าเทพซื่อบื้อหน้าแดงคนนี้หรอก!

หม่อมฉันขอประทานอย่างหนึ่งเพคะ”

วาร์ดาเทวีจึงรับสั่งถาม “ อะไรหรือจ้ะ เนสซา”

หม่อมฉันชอบอุทยานด้านล่างให้หม่อมฉันไปเล่นได้ไหมเพคะ”

ได้สิ ”

หลังจากนั้น เนสซาเทวีจึงทรงวิ่งไปชมอุทยานแห่งองค์มานเวและวาร์ดาด้วยพระทัยที่ยังเยาว์นั่นเอง เสียงวิหคน้อยที่ดังไปมา และมวลมาลีแรกแย้มไม่มีวันเฉาลงด้วยพลังฤทธาขององค์วาร์ดา แล้วเนสซาเทวีก็ทรงกวักหัตถ์เล่นน้ำพุเล็กๆที่มีกลีบดอกไม้โปรยปรายด้วยความสบายใจ

ท่านเทพอุลโมแห่งสายน้ำไหล ท่านอยู่ในท้องทะเลหรือไงนะ ท่านถึงไม่มาเลย”

แล้ววาลาองค์น้อยก็วิ่งไปเกาะกิ่งพฤกษา เพราะนางก็เหมือนองค์โอโรเมนั่นคือ รักต้นไม้สีเขียวขจี และดวงจิตของนางก็มีแต่ความร่าเริงหากว่า

ข้าดีใจที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเจ้า เนสซาเทวี”

องค์ทุลคัสหน้าแป้นมาอีกแล้ว

แล้วเสียงหัวเราะของข้าก็ดับลง เพราะการปรากฏของท่านนั่นแหละ”

องค์เทพหนุ่มเกศาทองก็ถาม “ ทำไม เจ้าถึงรำคาญข้า”

เพราะข้าไม่ชอบให้ท่านมายุ่งด้วย ข้าต้องการอิสระ และข้าจะวิ่งไปทั่วแผ่นดินอัลมารินดังสายลม ด้วยฝีเท้าของข้า ท่านจะตามข้าไม่ทัน”

ทุลคัสก็สรวลดัง “ เจ้านิดื้อเหมือนองค์โอโรเมไม่มีผิดเลยนะ แต่เจ้าก็เป็นสตรี เอาชนะกำลังของบุรุษมิได้หรอก”

ข้าดีกว่าท่าน เพราะข้าไม่ได้ใจร้อนและไม่ชอบแกล้งสิ่งใดๆที่เทวียาวันนาสร้างสรรค์ขึ้น”

เทพหนุ่มก็เถียงต่อ “ ข้าสัญญาแล้วจะไม่ผิดคำสัญญาเด็ดขาด”

งั้นก็ดีไป”

แต่พอเนสซาจะดำเนินกลับหลัง องค์ทุลคัสก็ฉวยเรียวแขนบอบบางของนาง

ท่านนินะ”

เทพหนุ่มร่างใหญ่ยิ้มร่าแล้วจุมพิตหลังหัตถ์งามดังกลีบมาลีของนาง

นี่คือข้อตกลง ข้ากับเจ้าเป็นสหายต่อกัน เจ้าเป็นอิสระได้ตามใจเจ้า หากว่า เจ้าต้องการข้าเมื่อไหร่ ข้าให้เรียกนามทุลคัส ข้าก็ยินดีอยู่กับเจ้า เนสซาน้อย ”

เทพธิดาแห่งความร่าเริงแห่งอาร์ดารู้สึกว่าดวงพักตร์เริ่มแดงและอุ่นขึ้น เมื่อเห็นรอยยิ้มที่ประดับด้วยเคราสีทองของเทพหนุ่มเบื้องหน้า และสายลมในอากาศก็พัดเกศาของนางปลิวสะบัดเนสซาน้อยพยักดวงพักตร์รับ

ขอบคุณนะ ท่านทุลคัส”

ก่อนที่เทพทุลคัสจะรับสั่งอะไรต่อไป เสียงกระแอมของเทพหนุ่มแห่งพงพนาก็ดังขึ้นอีก

องค์โอโรเมมองเขาด้วยความรู้สึกไม่วางใจ ขณะที่วานาเทวีกลับยิ้มสรวลไม่เปลี่ยนแปลง

เนสซา มาหาพี่เถอะ กลับตำหนักของเรา”

เทวีเกศาสีแดงเข้มจึงวิ่งไปกลับยืนข้างองค์วานา

ก่อนทั้งสองฝ่ายจะลาจาก องค์โอโรเมก็ยังทอดเนตรเทพหนุ่มผู้อ่อนวัยแล้วรับสั่ง

เอาเป็นว่า ข้าวางใจเจ้า แต่อย่าได้ล่วงเกินเนสซาน้อย มิฉะนั้นแล้ว”

หัตถ์แกร่งก็ทุบอุระขององค์เอง “ เจ้าได้รู้ว่าโทสะแห่งโอโรเมเป็นเช่นไร”

ฝ่ายเทพหนุ่มเกศาทองก็ยิ้มร่า

ข้าเข้าใจแล้ว องค์โอโรเม ข้าไม่แกล้งน้องสาวของท่านขอรับและจะปกป้องนางด้วย ”

ขณะที่มองเทพวาลาทั้งสามไปพ้นสายเนตร องค์ทุลคัสก็ทรุดกายลงในน้ำพุใสดังซ่า

ข้ารู้สึกมีความสุขเหลือเกินที่ได้พบเนสซา ถึงโอโรเมจะไม่โปรดข้าแต่ว่า ข้าอยากอยู่กับนางจริงๆนะเนี่ย…” รอยยิ้มละไมฉายบนริมฝีปากได้รูป พร้อมกับหลับเนตรสีครามพริ้มเพรา

*^*^*^*^

เอออนเวและโอโลรินเป็นเทพไมอาร์ในสังกัดของเทพประมุขมานเวนะคะ ในเรื่องนี้ เราให้พวกเขาเป็นเทพบุตรน้อยๆ เพราะว่าโลกเพิ่งสร้างเสร็จมาไม่กี่ศตวรรษ เราก็เลยว่าเทพไมอาน่าจะจำแลงกายเป็นเด็กน้อย…แบบทุลคัสก็โชตะกับเอออนเวน้อยไง 55555

เทพโอโรเมหวงน้องจังเลยเอาใจช่วยทุลคัสเพคะ…เนสซาน้อยรอท่าน ฮ่าาาาา ><

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s