Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 3

The Valar fic : The Spring of Arda 3

Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana

ในพระตำหนักแห่งองค์มานเวซึ่งตั้งบนภูผาสูง เทพหนุ่มผู้มาท้ายสุดในคณะแห่งวาลาร์ได้แต่ก้มพักตร์ด้วยความเขินอาย เมื่อเทพแห่งท้องนภากับชายาของพระองค์พากันสรวลเรื่องของเขาและเทวีเนสซา

ท่านทุลคัส อย่าได้กังวลใจเลย เนสซายังเยาว์นัก แถมองค์โอโรเมมีหทัยกังวลว่านางเยาว์วัยนัก อยู่กับบุรุษเพียงสองต่อสอง ไม่สมควรเพคะ”

ราชินีวาร์ดาในอาภรณ์สีท้องฟ้าในยามราตรีสรวลยิ้ม ขณะที่หัตถ์งามถักภูษาเพื่อนำไปสร้างเป็นหมู่ดารางดงาม ฝ่ายองค์มานเวก็ทรงลุกจากประทับเพื่อไปตบอังสาแกร่งของทุลคัส

เอาเถอะ ท่านวาลาผู้กล้า ครั้งหน้า ท่านก็ไปเจรจาดีๆกับโอโรเมและเนสซาเถอะ”

องค์มานเวมีแต่สรวลยิ้ม เพราะพระทัยของพระองค์มีแต่ความบริสุทธิ์จากพระชนกเจ้าเท่านั้น

ข้าพระองค์ต้องการให้เนสซาอยู่เป็นมิตรด้วยกัน เหมือนดังพระองค์และพระนางวาร์ดา”

องค์ราชินีแห่งวาลาร์ก็ทรงสรวล “ งั้นก็คงต้องสมรสแล้วเพคะ…”

เฮ้ย ! ” องค์มานเว เจ้าแห่งนภากาศถึงกับสะดุ้ง “ โอ วาร์ดา เร็วไปมั้ง ข้าว่าให้พวกเขาทำความรู้จักกันก่อนดีกว่า…”

องค์ทุลคัสก็พึมพำ “ สมรสก็คือ แต่งงาน แต่งงานก็คือ สมรสอือมจะเป็นสิ่งที่ทำให้ข้ากับเนสซาได้อยู่ด้วยกันหรือพระเจ้าข้า”

องค์ราชินีแห่งดาราย้ำต่อ “ ดังองค์มานเวและข้าไงเล่า ท่านทุลคัส ท่านเองเป็นพลังแห่งความกล้าหาญแห่งพระชนกเจ้า และเนสซาก็คือความร่าเริงสดใส ข้าก็ว่า ลงตัวกันดีนะเพคะ”

เทพเจ้าผู้เป็นสวามีก็เกาพระศิระ “ เมื่อครู่ เจ้าก็ยังว่าเนสซายังเยาว์ เดี๋ยวโอโรเมได้สดับจะเคืองเอาได้นะ เอเลนทารี”

หม่อมฉันก็ได้แต่ให้คำแนะนำที่เหมาะสมแต่เพียงเท่านี้ ที่เหลือทั้งสองฝ่าย ต้องตกลงกันเอง เป็นไปตามพระประสงค์แห่งพระชนกเจ้า”

องค์ทุลคัสจึงคำนับลงต่อทั้งสองพระองค์อีกครั้ง

เรื่องนี้ให้กระหม่อมตัดสินใจอีกครั้ง รวมถึงเนสซาเทวีด้วยพระเจ้าข้า”

องค์มานเวจึงโปรยหัตถ์ประทานพรแก่ร่างสูงใหญ่ “ เป็นเช่นนั้นเถิด ทุลคัส”

แต่กระหม่อมอยากพบเนสซาแบบดีๆจังเลย”

ดวงเนตรสีฟ้าสดใสจึงหันเป็นสบกับดวงเนตรประดับดาราแห่งวาร์ดา

แล้วองค์เทพผู้เป็นใหญ่จึงทรงทำสัญญาณเรียกเทพไมอาผู้เป็นมหาดเล็ก

เจ้าจงไปเชิญเทพโอโรเมและเทวีเนสซามาพบเราเถิด”

ไมอาผู้นั้นคำนับลง “ พระเจ้าข้า”

องค์ทุลคัสทำดวงหน้าคมสันอย่างสงสัย “ อะไรหรือนิ…”

ไว้พวกเขามาแล้ว เจ้าจะได้หายข้อกังขาในใจ”

องค์เทวีวาร์ดาทรงตอบก่อนถักทอดวงดาราต่อไปอย่างสบายพระทัย

~*~*~*~*~*~

ยามแสงแห่งชวาลาสีทองนามว่าออร์มัลอ่อนแสงลง และแสงชวาลาสีครามอูลูอินส่องสว่าง

เทวีองค์น้อยแห่งเหล่าวาลาร์ยังคงดำเนินพิ้นหญ้าเขียวขจีหน้าพระตำหนักพงไพรแห่งเชษฐาโอโรเม นัยนาแห่งฤดูใบไม้ผลิวาบวับไปด้วยแสงสว่างแห่งชวาลา แสงสีครามทำให้นึกว่าพระองค์ได้ชมดวงตาแห่งองค์ทุลคัส และเสียงหัวเราะที่หยอกเย้านาง เมื่อวิ่งตามหลังมานั้น

อาทำไมเราต้องนึกถึงตาเทพร่างใหญ่นั้นด้วย

ไม่เข้าใจจริงๆเลยพระชนกเจ้าพระองค์ส่งทุลคัสมาแกล้งหม่อมฉันหรือ

ขณะนั้นเอง เทวีวานาผู้งดงามด้วยเกศาสีทองอร่ามทอดเนตรร่างอรชรของพระขนิษฐาเกศาสีน้ำตาลอมแดงพิงพฤกษาสูงก็ทรงถอนพระทัยเบาๆ ถึงกระนั้นการย่างพระบาทก็ยังทำให้มวลมาลีบางสะพรั่งจนเทวีองค์น้อยรับรู้

พี่หญิงวานา มีอะไรหรือเพคะ”

เนสซา เจ้ากลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่สบายใจ ผิดแปลกนักหนา ”

วาลาองค์น้อยก็ตอบ “ หม่อมฉันไม่ชอบที่ตาเทพทุลคัสแกล้งฝูงกวางของหม่อมฉัน แถมยังไล่ตามหม่อมฉันในร่างแปลงด้วย คอยดูเถอะ หม่อมฉันจะคุยกับเขาเลย”

วานาจึงทรงประคองดวงพักตร์ของพระน้องนาง “ ไม่เอาน่าอย่าโมโหแบบองค์โอโรเมสิ พี่หญิงว่าเขาต้องการเป็นสหายของเจ้า เราก็เป็นเหล่าเทพวาลาร์เช่นเดียวกัน สามัคคีกันไว้ มิฉะนั้น เมลคอร์อาจจะยุแยงก็เป็นได้”

เมลคอร์ขี้ขลาดนั้น ไม่รับรู้อะไร ให้ได้เจอฤทธาแห่งองค์มานเว องค์อุลโม องค์อาวเล และเจ้าพี่โอโรเมเถิดเขาต้องกลับสู่ความมืดน่าสะพรึง”

เทวีวานาก็ทรงป้องพระโอษฐ์ทันที

อย่านินทาเขา ไม่ใช่เรื่องดีงามเลย เนสซา มิฉะนั้น…” ดวงเนตรแห่งเทวีวานากวาดไปโดยรอบ

ตอนนี้ เราไม่รู้ว่าเขาหลบซ่อนอยู่ที่ไหนและมันจะไม่ดี ถ้าเขามาก่อเรื่องขึ้นแน่…”

เนสซาทรงกอดอุระ “ น้องไม่กลัวเมลคอร์ และไม่กลัวอำนาจของเขา ”

แต่ว่าเจ้ากลัวทุลคัสมาตามเจ้า…”

เปล่าเพคะ แค่รำคาญเจ้าที่เขาเอาแต่หัวเราะเสียงดัง แถมมาช้าที่สุดด้วย ถ้าเทียบกับเจ้าพี่โอโรเมแล้ว เขาไม่ได้เรื่องซักนิดเลย”

แล้วเสียงของเทพหนุ่มแห่งพงไพรก็หัวเราะดังขึ้น

ขอบใจมาก น้องหญิงที่ชมพี่ ”

เทพธิดาทั้งสองจึงหันไปยลพระโฉมงามคมคายแห่งองค์โอโรเม

อา สวามีของข้า ข้ากำลังสนทนากับเนสซา เผื่อให้นางสบายใจขึ้น”

เนสซาจึงทรงวิ่งไปกอดเชษฐา “ อย่างไรเสีย ข้าก็ดำริว่าพี่โอโรเมของข้า เก่งกาจที่สุดและสง่างามกว่าทุลคัสเป็นล้นพ้น”

องค์โอโรเมจึงจุมพิตกระหม่อมของวาลาองค์น้อย

ขอบใจที่ชมพี่นะ พี่สัญญาจะไม่ให้ทุลคัสมาแกล้งเจ้า”

เพคะ” ริมฝีปากอิ่มของเนสซาฉายรอยยิ้ม

ทันใดนั้น ร่างสูงแห่งเทพไมอาก็มาคำนับสามพระองค์

ขอเดชะ องค์โอโรเม องค์วานาและองค์เนสซา จอมวาลามานเวเรียกพระองค์ไปเข้าเฝ้าที่พระตำหนักพระเจ้าข้า…”

องค์เทพหนุ่มพยักพักตร์รับ “ ได้เลย ข้าจะพาชายาและขนิษฐาข้าไปในอีกไม่ช้านี้…”

เทวีวานาตรัสเมื่อดำเนินเคียงพระสวามี “ ใช่เรื่องของทุลคัสหรือเปล่านะ”

ถ้าใช่จริงล่ะก็ข้าจะต่อยทุลคัสแน่ ถ้าเขามาแกล้งน้องข้าอีก!”

ดวงนัยนางดงามสีเขียวเข้มเข้มขึ้นวานาจึงไม่เถียงกลับ

หากว่า….ทั้งสามพระองค์กำลังออกจากพระตำหนักแล้ว เงามืดหม่นเงาหนึ่งด้ลอยสูงเหนือหุบเขาที่ประทับ แล้วหมุนวน ก่อนที่จะกลายร่างเป็นร่างบุรุษเกศาดำสนิท ฉวีสีเข้มและนัยน์ตาดังเพลิงด้วยความเคืองใจนักเมื่อเห็นร่างบางในอาภรณ์สีเขียวอ่อนวิ่งไปตามเส้นทาง

ยัยหนูน้อยเนสซาดูถูกข้าหรือ ข้าจะเอาคืนเจ้าแน่และเชษฐาของเจ้าด้วย…”

~*~*~*~*~

องค์มานเวและวาร์ดาเหมือนจะเชียร์ท่านทุลคัสแล้วจ้าาา

แล้วใครมากันล่ะนิที่แน่ๆมันคือ ลางร้ายของเหล่าเทพนะคะ

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s