Gallery

The Valar fic : The Spring of Arda 1

The Valar fic : The Spring of Arda 1

Pairing : Tulkas/Nessa,Orome/Vana

Summary : พระเทวีเนสซาหลงรักองค์เทวาทุลคัส  ทว่าพระนางจะสารภาพรักกับเขาอย่างไรดีนะ? แล้วองค์เทพโอโรเมจะทรงตอบรับ( ว่าที่ )น้องเขยของพระองค์อย่างไร…

แม้ว่าการสร้างอาร์ดาจะประสบความสำเร็จแล้ว  องค์เทวีน้อย พระนามว่า เนสซา พระนางเป็นพระขนิษฐาองค์เดียวที่รักและหวงแหนขององค์เทวาโอโรเม พระนางตั้งใจว่าจะร่ายรำบนทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่เพิ่งสร้างเสร็จ แต่ทรงรำคาญอย่างหนึ่งนั่นก็คือ

“ ฮ่าๆๆๆ ” เสียงสรวลดังลั่นสะท้านภพขององค์วาลาที่มาท้ายสุดของคณะเทพ

ร่างสูงใหญ่ล่ำสันประกอบด้วยกล้ามเนื้อหนา และฉวีแดงเรื่อดังผลทับทิม เช่นเดียวกับอาภรณ์เกราะของพระองค์กำลังไล่จับกวางน้อยของนาง

เทวีเนสซาจะทนได้เยี่ยงไร…

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” เทวีองค์น้อยแห่งคณะเทพวลาร์ ทรงก้าวบาทด้วยความว่องไว เพื่อกันไม่ให้ร่างสูงใหญ่นั้น กลั่นแกล้งเหล่ากวางน้อยของนาง เพราะนางรักเหล่าฝูงกวางมากที่สุดในบรรดาสิ่งมีชีวิตที่พระนางยาวันนา ราชินีแห่งพิภพสร้างขึ้น

“ เจ้ามาขวางข้าหรือ เนสซา” เทพเจ้าหนุ่มหัวเราะดังขึ้นไปอีก เมื่อเห็นดวงนัยนาสีเขียวประกายสดใส…เขียวหนักกว่าเดิม…

เนสซาจึงทรงยืนกอดอุระบาง “ ท่านอย่าแกล้งฝูงกวางของข้านะ มิฉะนั้น ข้าจะฟ้องท่านพี่ให้ลงโทษท่าน” น้ำเสียงไพเราะของเทวีองค์น้อยเริ่มเคร่งขรึมขึ้น

เทพทุลคัสสรวลดังเสียงฟ้าผ่า “ ข้าหาได้กลัวองค์โอโรเมไม่ และข้า…ไม่กลัวสิ่งใด…เจ้าก็เป็นวาลาองค์น้อยที่สุดในคณะวาลาร์ของเรา ข้าจะกลัวทำไมเล่า…เนสซา…”

เทพหนุ่มขยับวรองค์กำยำมาประชิดใกล้  ทำให้เนสซาทรงก้าวถอยด้านหลัง หากว่าพระเนตรสีครามใสขององค์ทุลคัสจับจ้องกับดวงเนตรแห่งนางอย่างมีความหมายลึกซึ้ง

เทวีองค์น้อยจึงทรงทำสัญญาณเรียกโดยการโบกสะบัดพระหัตถ์แล้วทรงแปลงกายเพื่อรีบ…หนีน่ะสิ…

“ เทวีเนสซา…” ทุลคัสทรงอ้าโอษฐ์กว้างด้วยความตกใจ

วาลาสาวองค์น้อย สางพระเกศาสีน้ำตาลอมแดงแล้วปรากฏกายเป็นกวางน้อย ดวงตากลมโต

“ ถ้าท่านเก่งจริง ท่านก็ตามข้าให้ได้ ทุลคัส ”

ฝีเท้าเปลือยเปล่าแห่งมฤคีสาวแปลงก็รีบหนีเทพบุรุษร่างใหญ่…

*^*^*^*^

เทพวาลาแห่งพงไพรกำลังผ่อนพระวรกายเพรียวบางข้างลำธารงามสดใส และมีสายรุ้งประดับเหนือน้ำตกที่ไหลรินลงมายังพิ้นล่าง องค์เทพหนุ่มในอาภรณ์สีเขียวดังพฤกษาที่โปรดปราน  พระองค์คือโอโรเมกำลังทรงขลุ่ยด้วยความเพลินใจ…

แล้วฝีบาทเปลือยเปล่างดงามก็เสด็จมายังเบื้องหลังของพระองค์

องค์โอโรเมจึงทอดเนตรยังเทวีผู้ชายาทรงโฉมงดงาม อ่อนเยาว์  ดวงเนตรสีม่วงครามและเกศาสีทองคำบริสุทธิ์ แม้ว่าพระนางจะมิได้ทรงโฉมสูงสง่าเท่ากับพระเทวียาวันนา ภคินีแห่งพระนาง แต่สำหรับองค์โอโรเมแล้ว เทวีวานาทรงสิริโฉมราวกับท้องนภาและพิภพมาบรรจบกัน…อย่าดำริเช่นนี้เลย…มิฉะนั้น แม่นางเนสซาน้อยได้โมโหเป็นแน่…น้องสาวของข้าก็ยืนยันว่า นางสวยนี่นา…

“ องค์โอโรเม ไฉนท่านจึงประทับเพียงผู้เดียวเล่าเพคะ” วานาผู้เป็นพระชายาทรงถามขึ้น

สุรเสียงหวานจับใจของเทวีวานาถามขึ้น แล้วร่างบอบบางดังดอกไม้สีขาวก็ประทับนั่งข้างเทพบุตรแห่งไพรพนา องค์โอโรเมก็ทรงรู้สึกเขินเล็กน้อย…หฤทัยสั่นไปหมดแล้ว…

เทวีทรงสรวลเล็กน้อย แล้ว ดูนั่น! มวลผกาบนพิ้นหญ้าก็แบ่งบานออกดอกจนเห็นเกสรที่อยู่ภายใน หัตถ์ขาวผ่องของเทวีวานาแตะลงบนดอกหญ้า พร้อมกับฉายรอยแย้มสรวล

“ พระองค์โปรดประทับเพียงลำพังเหลือเกินเพคะ”

“ ข้าแค่อยากดื่มด่ำกับบรรยากาศของแผ่นดินโลกที่เราสร้างขึ้น ถึงข้าจะไม่สบายใจอย่างหนึ่ง”

“อะไรหรือ ” เทวีวานาถามขึ้น ดวงเนตรสีครามม่วงสบกับสีเขียวดังมรกตของโอโรเม

“  ข้าอยากให้องค์มานเวทรงปราบเมลคอร์ก่อนที่เขาจะทำลายโลกของเรามากไปกว่านี้ ข้ารู้สึกถึงเงามืดแห่งชะตากรรมบางอย่างที่กำลังใกล้เข้ามา ”

“ ท่านกำลังคิดมากเช่นเดียวกับองค์นาโมเลยทีเดียว”

นิ้วเรียวงามคลอเคลียลงบนเกศาสีน้ำตาลเข้มขององค์เทพหนุ่ม

“เปล่าซะหน่อยหนึ่ง”

เทวีวานาทรงสรวลให้กับพระสวามีของนาง ตั้งแต่สมรสกันก่อนอาณาจักรอาร์ดาจะสร้างสำเร็จ องค์โอโรเมเหมือนจะทรงยังไม่คุ้นเคยกับสัมผัสทางกายเนื้อ เทวีวานานึกขันพระสวามีแล้วทรงนวดเรียวไหล่กว้างของพระสวามีด้วยอารมณ์หยอกเย้า

“ วานา…ข้าจริงจังเรื่องหนึ่ง ”

“ อะไรหรือเพคะ” เทวีวานาซบพระอังสาของเทพหนุ่ม

องค์โอโรเมจึงหันไปเชยพระพักตร์งดงามของพระชายา

“ เรื่องหนึ่งที่สำคัญเกี่ยวกับแม่หนูน้อยของข้าไง…ข้ากำลังคิดว่า…”

นิ้วเรียวงามสีกุหลาบของเทวีวานาทรงแตะริมฝีปากสวยของพระสวามี

“ หม่อมฉันเข้าพระทัย…เรื่องน้องหญิงของพระองค์ อย่ากังวลพระทัย…”

แล้วก่อนที่องค์โอโรเมจะทรงมอบจุมพิตแก่พระชายา ก็ทรงสะดุ้งกับฝูงมฤคสีน้ำตาลอ่อนที่วิ่งกันมาเป็นร้อยตัว

“ อะไรกันหรือ” องค์เทพหนุ่มทรงลุกขึ้นจากที่ประทับ แล้วยกหัตถ์ขึ้นโบกสัญญาณจนฝูงสัตว์ทั้งหมดพากันยืนนิ่ง ดวงเนตรสีแห่งใบไม้ผลิเข้มขึ้นเพราะพระองค์ทรงเห็นองค์เทพหนุ่มร่างใหญ่กำยำ ดวงพักตร์คมสันด้วยเคราสีทองประกายแดงเรื่อและเกศาหยิกขอดสีทองโบกสะบัดตามสายลม จะใครซะอีก นอกจาก เทพทุลคัส…

“ อนิจจา เทพทุลคัส เจ้ามารบกวนฝูงกวางเช่นใดกัน”

องค์เทพหนุ่มผู้ถูกทักทายก็ค้อมศิระลง  “ หามิได้ องค์โอโรเม ข้าตามพระน้องนางของท่าน แล้วนางก็แปลงกายเป็นกวางในฝูงนี้ ข้าหานางไม่เจอเลยขอรับ ”

“ กวางแปลง เจ้าหาไม่ยากหรอก สังเกตซิ”

“ ข้าไม่รู้ว่า ตัวไหนคือ เนสซา นิกระหม่อมจะให้สังเกตได้เช่นไร ”

เทพหนุ่มรู้สึกเอือมระอา…ไม่แปลกพระทัยเลย เพราะทุลคัสเป็นวาลาที่ซื่อบื้อที่สุด

โอโรเมส่ายพระพักตร์เรียวคม  แล้วนัยนาสีเขียวอันเล็งเห็นได้ถึงความแตกต่างบางอย่าง เมื่อกวางน้อยตัวหนึ่งกำลังก้มลงบนพิ้นหญ้าด้วยอาการสั่นเทา แล้วไหนเกศาสีน้ำตาลอมม่วงที่ปกคลุมศีรษะของมันอีกด้วย  พระองค์จึงดำเนินฝ่าฝูงมฤคีไปยังเจ้าตัวน้อย

“ เนสซา กลับคืนร่างแห่งเทพได้แล้ว”

เจ้ากวางน้อยยังแสดงกิริยานิ่งเฉย จนเทพหนุ่มเสด็จไปเอื้อมแตะหลังของกวางน้อย

“ เนสซาของพี่ กลับคืนร่างเดิมได้แล้วนะ”

ดวงตาสีเขียวมรกตของกวางน้อยวาววับแล้วละอองของร่างแปลงก็หายไป ปรากฏร่างบอบบางของวาลาองค์น้อยในอาภรณ์สีเขียวอ่อน นัยน์ตาเหมือนดังของพระเชษฐาแสดงความเคืองใจนัก

“ เจ้าพี่ หม่อมฉันรำคาญท่านทุลคัสที่ติดตามอยู่ได้”

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s