Gallery

( Special Fic ) The White Lady ‘ s Accident

( Special Fic ) The White Lady ‘ s Accident

 

Summary : เมื่อท่านหญิงขาวกำลังพักผ่อนอิริยาบถ สายตาของพรายหนุ่มคนหนึ่ง

 

ที่กำลังจ้องมาอย่างไม่วางตา และปรารถนานางให้มาอยู่ในอ้อมกอด

 

Pairing : Aredhel/Gwindor

 

มันเป็นอารมณ์จิ้นของนาร์และสหายในเฟซนามว่า “ ไพร์จัง ” นะคะ ^O^

 

~*~*~*~*~

 

 

วันหนึ่ง ท่านหญิงขาวอาเรเดลกำลังเดินอยู่บนทางลาดยาวในอุทยานอันร่มรื่นแห่งนครกอนโดลิน

 

มือบางสวยกำลังหยอกล้อเล่นกับผีเสื้อที่บินมารอบการยระหงของนาง

 

และภาพอันงดงามเหนือกว่าความฝันก็ทำให้พรายหนุ่มอีกคนหนึ่งกำลังหลงในภวังค์ของตนเอง

 

ท่านหญิงผู้ทรงโฉมของข้า…”

 

นั้นนั้นท่านจะทำอะไร ได้โปรด ”

 

ข้าต้องการพระนางสตรีผู้นี้ร่างบอบบางยิ่งกว่าบุปผาสีขาวชนิดใดในแผ่นดินนางควรเป็นของข้า

 

เจ้าเองเหรอ กวินดอร์ ” อาเรเดลทักขึ้น เมื่อสบกับดวงตาสีน้ำตาลเข้มของพรายหนุ่มผมทอง

 

เข้าแต่งชุดยาวงามสง่าสีคราม ผมสีทองมุ่นกลางศีรษะ ยาวปรกลงมาประบ่าทั้งสองข้าง

 

ถวายบังคม ท่านหญิงขาว…”

 

นางหัวเราะ “ เจ้าหน้าแดงจังเลย ไม่สบายหรือเปล่า ”

 

มือเรียวของนางแตะบนเรียวแขน ยิ่งทำให้กวินดอร์รู้สึกสั่นระริกมือเย็น นุ่มละมุนน่าสัมผัส

 

ปลายผ้าคลุมลูกไม้สีขาวที่มาแตะใกล้อีกเล่า

 

งั้นเรามานั่งบนม้านั่งกันเถอะ ” นางกึ่งจูงกึ่งลากพรายหนุ่มไปตรงม้านั่งยาวริมทางเดินนั้นเอง

 

กวินดอร์เลยถามขึ้นว่า “ ทำไมพระองค์ถึงเสด็จมาผู้เดียวล่ะ ”

 

ข้าเบื่อลูกเบื่อหลานน่ะซิจ๊ะ ถึงได้มาเดินคนเดียวแบบนี้ ”

 

กวินดอร์แอบหัวเราะขำในใจ พระโอรสและพระนัดดาสุดแสบนั้น สร้างแต่เรื่องให้ท่านหญิงขาวกลุ้มได้ตลอด

 

ทุกทีข้านี้แหละจะให้นางมาอยู่ข้างกาย

 

 

ปะ เปล่า ข้าแค่สงสัย เท่านั้นเองพรายหนุ่มผมทองรีบส่ายหน้าหนี

เขาตอบพลางอดใจหายกับสายตาที่นางมองค้อนเช่นนั้น

ท่านนี่ ยังดูเหมือนสาวๆ อยู่เลยนะ “

 

นางตวัดปลายผมสีดำขลับเป็นมันเงาเบาๆ

แหม เราเป็นเอลฟ์นี่นา จะแก่ชราได้งั้ยล่ะ เจ้าเองก็เป็นหนุ่มแล้วนะจ๊ะ

 

ข้าเปล่าคิดว่าท่านแก่ซักหน่อย เพียงแต่ท่านดูไม่เหมือน ไม่เหมือนเลยจริงๆ

ชัดใจหวิวละสิ อะไรหนอถึงมาข้ามาอยู่ตรงนี้ได้ เขาพึมพำกับตัวเอง

เจ้าคงรู้สึกดีขึ้นแล้วใช่ไหม นางกล่าว งั้นข้าจะกลับวังล่ะ

นางลุกขึ้นยืน สายลมพัดกระโปรงสีนวลปลิวสะบัดราวยอดธงบนกำแพงอันสูงลิ่ว

เดี๋ยวสิ!! ”

เขาร้องพลางขวางแขนนางไว้

ไม่รู้ว่าเอล์ฟหนุ่มเผลออกแรงไปเท่าไหร่ แต่รู้ตัวอีกที

นางก็เข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของตัวเองแล้ว

….

นี่ข้าทำอะไรลงไปเนี่ย

ความขวยเขิน ผสานความรู้สึกร้อนผ่าว ทำให้หน้าของเอล์ฟหนุ่มแดงขึ้นมาอย่างกระทันหัน

ข้าไม่ควรอยู่ในอ้อมแขนของชายใดอีก นางตอบกวินดอร์ อย่าฟุ้งซ้านเลยนะ

งั้นท่านให้ข้าอยู่ในอ้อมแขนท่านเถอะนะ ”

ทันทีที่พูดจบ กวินดอร์พลักนางไปลงยังม้านั่ง แล้วปรี่เข้าสวมกอดนาง

อาเรเดลก็หน้าซีดทันที ไม่เอานะ

นางผละเรียวแขนของบุรุษหนุ่มออก

ข้าแต่งงานและก็มีลูกแล้วนางทักท้วง

เขาจ้องนางเขม็งด้วยความปรารถนาต่อใบหน้าที่งดงาม และร่างเพรียวอรชรภายใต้ชุดกระโปรงสีขาวนี้

หรือท่าน ท่านไม่เคยรู้เลยหรือ ท่านไม่รู้เลยหรือ ว่าข้ารู้สึกยังไงกับท่าน

ท่านแต่งงาน ท่านมีลูก ข้ารู้ แล้วไง แล้วไง ”

กวินดอร์ รวบนางมากอดอีกครั้ง ….กอดนางไว้แน่นเกินกว่านางจะเขยื้อนได้

ปล่อยข้าเสียเถอะ มิฉะนั้นเจ้าจะถูกลงโทษ ฐานล่วงเกินพระน้องนางแห่งองค์ราชา ริมฝีปากสวยตวาดใส่

แต่ว่าเอลฟ์หนุ่มก็รั้งเพื่อให้ได้จุมพิตนาง ไม่รีรอ.. เขาจุมพิตนางและกดร่างระหงลงไปนอนราบกับม้านั่ง

ข้า ข้าจะไม่มีวันลืม.. ไม่มีวัน..”

ร่างบางสะดุ้งสุดตัว แม้ว่าจะถูกบุรุษหนุ่มที่อ่อนวัยกว่ากระทำเช่นนี้

แต่ว่าแรงของเขาย่อมมากกว่า แขนเรียวจึงอ่อนลงข้างกาย

หากด้วยแรงสะดุ้งของอาเรเดล จึงผลักเขาตกจากม้านั่ง

แต่กระนั้นเขายังไม่ยอมปล่อยนางจากอ้อมกอด

ทั้งคู่หล่นลงบนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อนนุ่มท่ามกลางใบไม้เขียวขจี

ท่านหญิงขาวอยู่บนตัวเขา ..”ไม่จริงใช่ไหม นี่ข้าฝันไป

พลันสายตาของทั้งสองร่างก็สบตากัน

เขาไม่มีทางปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย

แม้ว่าเขาจะกลายเป็นผงธุลี

กวินดอร์สัมผัสริมฝีปากงามคู่นั้น

เขาจูบ เรือนผมที่ต้องลมสยายปกคลุมหน้าทั้งสอง

เขาได้สัมผัสร่างกายที่ไม่แข็งขืนอีกต่อไป

ทันใดนั้น เสียงทุ้มหนักก็ตามมา เขารู้ดีหรือไม่แน่ใจกันแน่เนี่ย ???

ปล่อยนานาของข้าเดี๋ยวนี้นะ

และตามด้วยเสียงเด็กผู้ชายน่ารักน่าเอ็นดู เสด็จยาย ! “

เฮือก เอล์ฟหนุ่มสะดุ้งทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น..

แทบจะไม่ต้องนึก เขารู้ดีว่าจะอะไรจะตาม

พรายหนุ่มผู้สูงศักดิ์อย่างมายกลินรั้งมารดาของตนขึ้นมาจากมือของเอลฟ์หนุ่มทันที

ขณะเดียวกัน เจ้าหญิงผู้เลอโฉมที่ก่อนหน้านี้ไม่นานที่แทบจะเป็นของเขาก็ผลักเขาออก

ความณุ้สึก..เหมือนโลกทั้งใบหมุนเคว้ง

ท่าน….”

ฉับพลัน กวินดอร์จึงได้รับหมัดหนักของเจ้าชายเอลฟ์ที่ได้ชื่อว่า “ ห่วงแหนมารดา ” ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

ท่านหญิงอาเรเดลกำลังได้รับการประคองจากเจ้าชายน้อยเออาเรนดิล นางยังสั่นด้วยความตกใจ

อย่าคิดล่วงเกินแม่ข้า มิฉะนั้น อย่าหาว่าข้าใจร้าย ”

นัยน์ตาสีดำขลับบ่งบอกถึงความเข้มงวดของมายกลินได้เป็นอย่างดี แรงที่ต่อยไปนั้นทำให้กวินดอร์เป็น

แผลที่มุมปาก แต่เขายังตอบโต้ว่า “ ข้าชอบท่านหญิงขาว ท่านแม่ของท่านขอรับ ”

มายกลินพยายามกำมือเรียวของตนไว้เพราะไม่อยากทำร้ายผู้อื่นต่อหน้าเด็กน้อยผู้เป็นหลานหรอก

ท่านน้า…” เออาเรนดิลน้อยเอ่ย มือเล็กยังกุมไหล่ระหงของท่านหญิงขาวที่ยังคงตกใจไม่หาย

พรายหนุ่มผมดำก็ชี้หน้าใส่กวินดอร์ “ ออกไปเลย ไม่อย่างนั้นข้าจะลงทัณฑ์เจ้าซะ ! ”

พอเถอะลูก ” อาเรเดลกล่าว แล้วซบเรียวไหล่ของพระนัดดาองค์น้อย

ดวงตาสีฟ้าสดใสของเด็กชายพยายามปลอบเสด็จยายที่เขารักยิ่ง

เจ้าชายมายกลินถอนใจเบาๆ แล้วคุกเข่าประคองพระชนนีผู้บอบบางของตนกลับวัง

……….

กวินดอร์เช็ดเลือดบนมุมปากของตนเองเจ็บใจนัก

ข้าอิจฉาพวกเขาเจ้าหนุ่มผมดำเรื่องมาก และก็เด็กนั้นด้วย

ดีใจซินะที่ได้อยู่ใกล้ชิดท่านหญิงขาววันหนึ่งข้าต้องได้ชมชื่นกับนาง

และก็มายกลิน เออาเรนดิลก็ต้องยอมศิโรราบให้กับข้า

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนริมฝีปากคู่นั้นพร้อมเสียงหัวเราะให้กับตนเองฟังเท่านั้น

~*~*~*~*~*~*~

ไพร์จัง : บร้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

คนอะไรโรคจิตตที่สุดด

ฮาาาา

………….

ต่อๆ

………

นาร์ : เดี๋ยวจัดให้ใหม่นะค่ะ ^_____^

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s